เปิดยุทธการดับฝัน "บิ๊กโจ๊ก" ส่ง "บิ๊กต่อ" จ่อเข้าวิน ผบ.ตร.
25 ก.ย. 2566
ความเคลื่อนไหวของศึกชิง ผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งเป็นคนที่ 14 หลังจากโอนกรมตำรวจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย มาเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี วันนี้มีความเข้มข้นมาทุกขณะ
การเมือง
25 ก.ย. 2566
ความเคลื่อนไหวของศึกชิง ผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งเป็นคนที่ 14 หลังจากโอนกรมตำรวจ สังกัดกระทรวงมหาดไทย มาเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี วันนี้มีความเข้มข้นมาทุกขณะ
โดยเหตุการณ์ช็อกวงการสีกากี เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ย. หลังตำรวจไซเบอร์-คอมมานโดสนธิกำลัง นำหมายค้นบ้าน "บิ๊กโจ๊ก" ภายใน ซ.วิภาวดี 60 ย่านบางเขน กทม. หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้อง พ.ร.บ.การพนัน เส้นทางการเงินเกี่ยวข้องเว็บพนันออนไลน์
ถือว่าเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะร่วมประชุมเคาะเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ในวันที่ 27 ก.ย. 2566 หลังมีการเลื่อนกำหนดเลือก ผบ.ตร. มาดำรงตำแหน่งต่อจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ออกไป 1 เดือน
สำหรับแคนดิเดตในตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ มี 4 คน ดังนี้
ลำดับที่ 1 พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ หรือ “บิ๊กรอย” รอง ผบ.ตร.
ลำดับ 2 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” รอง ผบ.ตร.
ลำดับที่ 3 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ หรือ “บิ๊กต่าย” รอง ผบ.ตร.
ลำดับ 4 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล หรือ “บิ๊กต่อ” รอง ผบ.ตร.
หากดูตามกราฟฟิกด้านบนที่ "เนชั่น" ได้สรุป จะเห็นว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร. คนใหม่ที่แข่งกันจริงๆ แค่ 3 คน คือ อาวุโสอันดับ 1 - 2 และ 4
เบียดกันจริงๆ แค่ 2 กับ 4 คือ “บิ๊กโจ๊ก” กับ “บิ๊กต่อ”
ที่ผ่านมารู้กันดี “บิ๊กต่อ” เต็ง 1 นอนมา แต่ก็เจอ “ลูบคม” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระแสชักเป๋ ทั้งมีกระแสเรื่อง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับแก้ไขใหม่ การแตั้งตั้งต้องให้น้ำหนัก “อาวุโสและความรู้ความสามารถ” ประกอบกัน จึงมีการพูดเรื่องธรรมาภิบาล และความอ่อนอาวุโสของ “บิ๊กต่อ” อ่อนสุด
อีกทั้งคดียิง “สารวัตรศิว” ที่บ้านกำนันนก โยงไปถึง “ทีมตำรวจทางหลวง” ซึ่งใกล้ชิดกับ “บิ๊กต่อ” ทำให้ “บิ๊กโจ๊ก” คู่แข่งที่คุมคดี ขะมักเขม้นลุยเล่นงานตำรวจที่ปรากฏกายที่บ้านกำนันนกมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “ผู้กำกับเบิ้ม” น้องรักของ “บิ๊กต่อ” ยิงตัวตายไปแล้วยังจ่อจะดำเนินคดี
แต่ล่าสุด สายลมเริ่มพัดหวน เมื่อมีคนใกล้ชิดของ “บิ๊กต่อ” สอบถามมาทางผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อถามหาคุณสมบัติ ความเหมาะสม ว่าใครควรขึ้นเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) ในยุคที่ “บิ๊กต่อ” เป็นแม่ทัพสีกากี
เล่นเอาฮือฮากันไปทั้งกรมปทุมวัน ว่านี่คือการส่งสัญญาณ “มาแน่” ใช่หรือไม่
เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวเองยังถึงขั้นเอ่ยปากในกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ใกล้ชิด ทำนองว่า “ได้ขึ้นนั่งเก้า อี้ผบ.ตร.คนต่อไปแน่นอน” ไม่ว่ากระแสข่าวจะไปในทิศทางลบแค่ไหนก็ตาม
ความมั่นใจนี้ เกิดขึ้นหลังจาก ผบ.ตร.สั่งโอนคดี “กำนันนก” และ “คดีเอาผิดตำรวจที่ไปปรากฏตัวที่บ้านกำนันนก” ให้กองปราบรับผิดชอบแทน
โอนคดีเพียงแค่ 1 วัน “บิ๊กโจ๊ก” บินตรงไปประเทศจีน เพื่อประชุมอาชญากรรมข้ามชาติทันที
ก่อนจะบินกลับมาสะสางคดีโกดังพลุดอกไม้ไฟมูโนะ ระเบิดที่นราธิวาส เอาผิดข้าราชการถึง 16 รายจากหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร ท้องถิ่น และศุลกากร เหมือนต้องการแสดงผลงานอีกเฮือก
แต่การถูกค้นบ้านเช้านี้คงดับฝัน 100% แล้ว
การแต่งตั้งผู้นำหน่วยตำรวจ ท่ามกลางกระแสแบ่งแยก และร้าวลึก สังคมไทยจะได้เห็นการปฏิรูปองค์กรสีกากีเกิดขึ้นจริงๆ หรือ?
