อีกทั้งคดียิง “สารวัตรศิว” ที่บ้านกำนันนก โยงไปถึง “ทีมตำรวจทางหลวง” ซึ่งใกล้ชิดกับ “บิ๊กต่อ” ทำให้ “บิ๊กโจ๊ก” คู่แข่งที่คุมคดี ขะมักเขม้นลุยเล่นงานตำรวจที่ปรากฏกายที่บ้านกำนันนกมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “ผู้กำกับเบิ้ม” น้องรักของ “บิ๊กต่อ” ยิงตัวตายไปแล้วยังจ่อจะดำเนินคดี
แต่ล่าสุด สายลมเริ่มพัดหวน เมื่อมีคนใกล้ชิดของ “บิ๊กต่อ” สอบถามมาทางผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อถามหาคุณสมบัติ ความเหมาะสม ว่าใครควรขึ้นเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) ในยุคที่ “บิ๊กต่อ” เป็นแม่ทัพสีกากี
เล่นเอาฮือฮากันไปทั้งกรมปทุมวัน ว่านี่คือการส่งสัญญาณ “มาแน่” ใช่หรือไม่
เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวเองยังถึงขั้นเอ่ยปากในกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ใกล้ชิด ทำนองว่า “ได้ขึ้นนั่งเก้า อี้ผบ.ตร.คนต่อไปแน่นอน” ไม่ว่ากระแสข่าวจะไปในทิศทางลบแค่ไหนก็ตาม
ความมั่นใจนี้ เกิดขึ้นหลังจาก ผบ.ตร.สั่งโอนคดี “กำนันนก” และ “คดีเอาผิดตำรวจที่ไปปรากฏตัวที่บ้านกำนันนก” ให้กองปราบรับผิดชอบแทน
โอนคดีเพียงแค่ 1 วัน “บิ๊กโจ๊ก” บินตรงไปประเทศจีน เพื่อประชุมอาชญากรรมข้ามชาติทันที
ก่อนจะบินกลับมาสะสางคดีโกดังพลุดอกไม้ไฟมูโนะ ระเบิดที่นราธิวาส เอาผิดข้าราชการถึง 16 รายจากหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร ท้องถิ่น และศุลกากร เหมือนต้องการแสดงผลงานอีกเฮือก
แต่การถูกค้นบ้านเช้านี้คงดับฝัน 100% แล้ว
การแต่งตั้งผู้นำหน่วยตำรวจ ท่ามกลางกระแสแบ่งแยก และร้าวลึก สังคมไทยจะได้เห็นการปฏิรูปองค์กรสีกากีเกิดขึ้นจริงๆ หรือ?