ทางเยอรมันไม่สามารถขายเครื่องยนต์เรือดำน้ำตามกฎของการห้ามการส่งออก ในกรณีที่สามารถนำไปใช้เป็นอาวุธสงครามให้กับทางการจีนได้ แล้วกองเรือก็ได้ทราบข้อมูลจากทางกองทัพเรือจีนว่า แม้ปัจจุบันทางเยอรมันไม่ส่งออกเครื่องยนต์ของเยอรมันเพื่อติดตั้งในเรือน้ำที่จีนต่อเองด้วย เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วจีนเองก็ต้องผลิตเครื่องยนต์ เพื่อใช้กับเรือดำน้ำของตัวเองในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งจีนมีการพัฒนาเรือน้ำ แล้วก็ต่อเรือดำน้ำอยู่ตลอด ดังนั้นในอนาคตจีนก็ต้องใช้เครื่องยนต์ของจีนเองในการติดตั้งกับเรือดำน้ำ
เมื่อถามว่า ข้อมูลตรงนี้ได้แจ้งให้รัฐมนตรีกลาโหมรับทราบแล้วหรือไม่ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดก็จะอยู่ในข้อพิจารณาเพื่อเสนอกับรัฐมนตรีกลาโหมทั้งหมด และทางกลาโหมจะเป็นผู้พิจารณาข้อเสนอ
เมื่อถามว่า จุดยืนของกองทัพเรือ คือพร้อม เต็มใจ สบายใจ ที่จะใช้เครื่องยนต์เรือดำน้ำจีน พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วว่า เครื่องยนต์ของจีนมีคุณสมบัติ และขีดความสามารถเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ของเยอรมัน โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยกับข้อมูลการใช้งานทางด้านยุทธการ ก็สามารถใช้ทดแทนกันได้
เมื่อถามว่า จะยืนยันกับ ครม. กับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ตามที่จะส่งเรื่องขึ้นไปใช่หรือไม่ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ก็ยืนยันเป็นข้อมูลให้กับรัฐมนตรีพิจารณาตามข้อตกลง ถ้ามีการแก้ไขข้อตกลงจะต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างเรือดำน้ำเพิ่มเติมอีกเกือบ 3 ปี เพราะต้องอยู่ในขั้นตอนการผลิตเครื่องยนต์ก่อน แล้วมาติดตั้งกับเรือดำน้ำที่มีการต่อไว้แล้วในระดับหนึ่ง
เมื่อถามว่า ได้หารือเป็นการส่วนตัวกับนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีกลาโหม แล้วหรือไม่ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการเรียนให้ทราบแล้ว ตอนที่ท่านมาแถลงนโยบายที่กระทรวงกลาโหม ก็ได้นำเสนอข้อมูลตามที่เสนอกับนักข่าวให้ท่านได้รับทราบแล้ว
ส่วนท่าทีของรัฐบาลเป็นอย่างไร จะยกเลิกหรือแก้ไขสัญญาหรือไม่ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยในเรื่องนี้ ต้องรอรัฐมนตรีรับทราบข้อมูลแล้วก็ไปพิจารณาอีกที
เมื่อถามว่า หากมีการยกเลิก จะมีการชี้แจงย้ำหรือไม่ว่า จะต้องเป็นเครื่องยนต์ของจีน พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการคุยกันในระดับรัฐมนตรีก่อน เพื่อนำเรียนข้อมูล ตามที่รัฐมนตรีต้องการรับทราบข้อมูล
เมื่อถามว่า กองทัพเรือจะส่งข้อมูลให้รัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหมได้เมื่อไร พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายอำนวยการกำลังพิจารณา ก็จะพยายามเร่งรัดเรื่องและเสนอไปที่กระทรวงกลาโหม และจะพยายามให้ทันในสมัยที่ตนยังดำรงตำแหน่งอยู่ เพราะได้เตรียมเรื่องไว้ทั้งหมดแล้ว โดยจะพยายามเร่งให้ทันภายในสัปดาห์หน้า
เมื่อถามย้ำว่า ภารกิจสุดท้ายของ ผบ.ทร. ที่อยากทำให้สำเร็จคือ ให้เรือดำน้ำลำแรกเดินหน้าต่อ พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ตนมาทำหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการตรวจสอบข้อมูลว่า ตามที่ทางการจีนเสนอเปลี่ยนเครื่องยนต์จากเยอรมันเป็นของจีน สามารถทำได้หรือไม่ มีการยอมรับได้หรือไม่ ซึ่งได้มีการพิสูจน์แล้ว และตรวจสอบข้อมูลแล้ว และได้ทำการทุกอย่างแล้ว ในการพิจารณาว่าสามารถปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เรือดำน้ำไทยได้ โดยไม่ทำให้เสียคุณค่าทางยุทธการและความปลอดภัย อีกทั้งกองทัพเรือจีนก็รับประกันว่า เครื่องยนต์ดังกล่าว สามารถติดตั้งกับเรือดำน้ำน้ำไทยได้ ซึ่งเรือดำน้ำที่ปากีสถานต่อกับจีน 8 ลำ ปัจจุบันก็มีการเดินหน้าในการผลิตเครื่องยนต์ เพื่อติดตั้งในเรือดำน้ำปากีสถานเรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามถึง ท่าทีของรัฐมนตรีกลาโหม ที่ดูเหมือนอยากได้เรือดำน้ำของทางเยอรมัน พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวว่า ก็ต้องพิจารณาภายหลังจากที่รัฐบาลพิจารณาว่า จะเดินหน้าโครงการเรือดำน้ำของจีนต่อ หรือจะเปลี่ยนเป็นโครงการอื่น ซึ่งก็ต้องไปเริ่มพิจารณารายละเอียดกันใหม่ แต่การเริ่มต้นโครงการใหม่ ปัญหาคือเรื่องงบประมาณ เพราะว่าการจัดหาเรือน้ำ เป็นลักษณะจัดหาแบบแพ็กเกจ ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง อย่าลืมว่าการตั้งโครงการเรือดำน้ำเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เราตั้งโครงการเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่าโครงการ 36,000 ล้านบาท เป็นเรือดำน้ำมาตรฐาน ปัจจุบันราคาน่าจะสูงขึ้นกว่าในอดีต และถ้าเป็นการจัดหาเรือดำน้ำทั่วไป ก็จะต้องจัดหาอย่างน้อย 2 ลำซึ่งน่าจะใช้งบประมาณมากกว่า 36,000 ล้านบาท การตั้งงบประมาณขนาดนั้น เกรงว่างบเสริมสร้างของกองทัพเรืออาจจะไม่เพียงพอ
พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวต่อ ส่วนไอเดียรัฐบาลที่จะใช้นโยบายการค้าต่างตอบแทนนั้น มองว่าอยู่ที่รัฐบาลจะต้องเจรจาในเรื่องนี้ กองทัพเรือแค่เสนอความต้องการและแนวทางในการพิจารณาเรื่องงบประมาณให้รัฐบาลพิจารณา