สังคมการเมืองไทยกำลังแปรสภาพเป็น “สงครามระหว่างวัย - ระหว่างคน 2 กลุ่ม” อย่างชัดเจน และจะแข่งกันไปแบบนี้ อย่างน้อยก็อีก 4 ปีข้างหน้า ส่วนพรรคอื่นลำบาก เพราะไม่มีความโดดเด่นมากพอ สะท้อนจากผลโพลที่จมหายไปกับสงครามของ 2 พรรค ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา หรือพรรค 2 ลุง (รวมไทยสร้างชาติ กับพลังประชารัฐ) ก็ตาม มีเพียงภูมิใจไทยที่มีความโดดเด่น แต่นโยบายและจุดยืนพรรคก็ยังเป็น “สายล่อฟ้า” อยู่ดี
ที่น่าสนใจก็คือ พรรคหลักที่แข่งกันอยู่ 2 พรรค คือเพื่อไทย กับ ก้าวไกล กำลังปรับโครงสร้างพรรคด้วยกันทั้งคู่ ทั้งด้วยเงื่อนไข “ความจำเป็นทางการเมือง” และเงื่อนไข “การต่อสู้ทางการเมือง”
ความจำเป็นทางการเมือง
- เพื่อไทย หมอชลน่าน (ศรีแก้ว)หัวหน้าคนเดิม ต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบคำพูดตัวเอง
- ก้าวไกล คุณพิธา (ลิ้มเจริญรัตน์) ต้องลาออก เพื่อเปิดทางให้พรรคได้เก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน เนื่องจากตัวเองติดบ่วงคดีหุ้นไอทีวี
การต่อสู้ทางการเมือง
-เพื่อไทย จำเป็นต้องปรับโครงสร้าง นำคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ และอาจนำทีมโดย “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร
**จุดเด่นของ อุ๊งอิ๊งค์ คือ ทุกองคาพยพในพรรคยอมรับ เนื่องจากสถานะ “ลูกสาวนายใหญ่” แถมมีไฟและ passion การเมือง ที่สำคัญเป็นผู้หญิง สามารถสร้างกระแสหัวหน้าพรรคหญิงคนแรก นายกฯหญิงคนที่ 2 สานฝันต่อจาก “อาปู”(ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้ ถือว่ามีชั้นเชิงทางกลยุทธ์สำหรับการหาเสียง
-ก้าวไกล จำเป็นต้องปรับโครงสร้างรองรับบทบาททางการเมืองในสภาฯ หลังจากพลาดการเป็นรัฐบาล และรับมือกับพายุทางการเมืองลูกใหม่ ทั้งคดียุบพรรค, คดี 112, คดีหุ้นไอทีวี ที่อาจลุกลามโดนกรรมการบริหารคนอื่นๆ ด้วย
**ความเป็นไปได้ตามข่าว ชัยธวัช ตุลาธน เลขาฯพรรค อาจขึ้นมากุมบังเหียนชั่วคราว รอดูทิศทางฝั่งเพื่อไทย และอาจปรับอีกครั้งเมื่อคดีหุ้นไอทีวีจบ ถ้าพิธาปิดฉาก อาจมีการปรับตามสถานการณ์ ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล อาจเข้ามาเสียบช่วงนั้น
สองพรรคนี้จะดูเชิงกันและกัน และเปิดศึกกันดุเดือด เท่าทันกันแน่นอน