เนชั่นทีวี

การเมือง

"สงครามระหว่างวัย...ประเทศไทย 2 ขั้ว"

20 ก.ย. 2566 | tinakit_rat

"สงครามระหว่างวัย...ประเทศไทย 2 ขั้ว"

ไม่เพียงแค่พรรคการเมือง 2 พรรคจาก 2 ขั้ว ที่เปิดฉากทำสงครามกันอย่างชัดแจ้ง ซึ่งเป็น "สงครามใหม่" ของการเมืองไทยใน "บริบทใหม่" เท่านั้น แต่แฟนคลับของ 2 ค่าย คือ อนุรักษ์นิยม กับ เสรีนิยม ก็มีจุดยืนทางการเมืองสวนทางกันชัดเจน

และใช้พรรคการเมือง 2 พรรค 2 ค่ายนั้นเอง (ก้าวไกลกับเพื่อไทย) เป็นตัวแทนในการทำสงครามระหว่างกองเชียร์ 2 กลุ่ม

ตัวเลขที่สะท้อน “ภูมิทัศน์การเมือง” เช่นนี้ ก็คือ ความชื่นชอบในนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายหาเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย นั่นก็คือ นโยบายแจกเงินหมื่น หรือ เติมเงิน 10,000 ผ่าน ดิจิทัล วอลเล็ต

นโยบายนี้มีความพิเศษ คือ เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเท่านั้น ไม่มีพรรคอื่นหาเสียงเรื่องนี้

นโยบายนี้ติดอันดับ 2 ในกลุ่มนโยบายที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลทำให้สำเร็จ ด้วยคะแนน 20.73% ซึ่งคาดว่าเป็นคะแนนที่ได้จากประชาชนที่เป็นแฟนคลับพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก

หนำซ้ำเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะทำนโยบายนี้ได้สำเร็จหรือไม่ ปรากฏว่า ประชาชนสูงถึง 50.68% ที่เชื่อว่ารัฐบาลจะทำได้สำเร็จ

แต่นโยบายเดียวกัน เมื่อตั้งคำถามว่านโยบายใดที่ประชาชนไม่อยากให้รัฐบาลทำมากที่สุด ปรากฏว่า นโยบาย “เติมเงินหมื่น” ก็ติดอันดับ 2  ด้วยคะแนนความเชื่อมั่น 21.14% สูงกว่าคะแนนของฝ่ายชื่นชอบเสียอีก วิเคราะห์ว่าคะแนนนี้มาจากแฟนคลับก้าวไกลที่คัดค้านนโยบายนี้ของเพื่อไทย เป็นคะแนนจาก “ด้อมส้ม” เพราะ สส.ก้าวไกลระดับ “แม่เหล็ก” ทั้ง “ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล” “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ล้วนออกมาขย่มนโยบายนี้กันอย่างดุเดือด ถ้วนหน้า

นี่คือการแยกขั้ว แยกความคิด แยกความนิยมอย่างเห็นได้ชัด หนำซ้ำก้าวไกลดูจะขี่นิดๆ จากตัวเลขที่ออกมา

***พูดง่ายๆ คือ บรรยากาศการเมืองนับจากนี้ แฟนคลับก้าวไกล หรือ “ด้อมส้ม” จ้องค้านนโยบายหาเสียงของเพื่อไทยเป็นหลัก จับผิดกันทุกเม็ดแน่นอน

นอกเหนือจากมุมนโยบาย ประชาชน 2 กลุ่มที่เป็นกองเชียร์ของ 2 ค่าย 2 ขั้ว ยังใช้ 2 พรรคนี้ทำสงครามแทนตน จึงเกิดบรรยากาศ “สงครามตัวแทน”

ฐานเสียงของแต่ละค่ายอยู่ที่ไหน  

1.อายุ

  • กลุ่มสูงวัย อยู่เพื่อไทย  
  • ส่วนก้าวไกลกวาดกลุ่มต่ำกว่า 35

2.การศึกษา

  • กลุ่มการศึกษาสูง ถือหางก้าวไกล
  • ส่วนเพื่อไทยครองใจกลุ่มการศึกษาระดับรองลงมา

3.อาชีพ

  • กลุ่มรากหญ้า รับจ้าง แม่บ้าน อดีตคนทำงานวัยเกษียณ อยู่กับเพื่อไทย
  • ส่วนกลุ่มนักเรียน นักศึกษา พนักงานบริษัทเอกชน และข้าราชการรุ่นใหม่ ก้าวไกลจอง

สังคมการเมืองไทยกำลังแปรสภาพเป็น “สงครามระหว่างวัย - ระหว่างคน 2 กลุ่ม” อย่างชัดเจน และจะแข่งกันไปแบบนี้ อย่างน้อยก็อีก 4 ปีข้างหน้า ส่วนพรรคอื่นลำบาก เพราะไม่มีความโดดเด่นมากพอ สะท้อนจากผลโพลที่จมหายไปกับสงครามของ 2 พรรค ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา หรือพรรค 2 ลุง (รวมไทยสร้างชาติ กับพลังประชารัฐ) ก็ตาม มีเพียงภูมิใจไทยที่มีความโดดเด่น แต่นโยบายและจุดยืนพรรคก็ยังเป็น “สายล่อฟ้า” อยู่ดี

ที่น่าสนใจก็คือ พรรคหลักที่แข่งกันอยู่ 2 พรรค คือเพื่อไทย กับ ก้าวไกล กำลังปรับโครงสร้างพรรคด้วยกันทั้งคู่ ทั้งด้วยเงื่อนไข “ความจำเป็นทางการเมือง” และเงื่อนไข “การต่อสู้ทางการเมือง”

ความจำเป็นทางการเมือง

     - เพื่อไทย  หมอชลน่าน (ศรีแก้ว)หัวหน้าคนเดิม ต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบคำพูดตัวเอง

     - ก้าวไกล  คุณพิธา (ลิ้มเจริญรัตน์) ต้องลาออก เพื่อเปิดทางให้พรรคได้เก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน เนื่องจากตัวเองติดบ่วงคดีหุ้นไอทีวี

การต่อสู้ทางการเมือง

     -เพื่อไทย  จำเป็นต้องปรับโครงสร้าง นำคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ และอาจนำทีมโดย “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร

**จุดเด่นของ อุ๊งอิ๊งค์ คือ ทุกองคาพยพในพรรคยอมรับ เนื่องจากสถานะ “ลูกสาวนายใหญ่” แถมมีไฟและ passion การเมือง ที่สำคัญเป็นผู้หญิง สามารถสร้างกระแสหัวหน้าพรรคหญิงคนแรก นายกฯหญิงคนที่ 2 สานฝันต่อจาก “อาปู”(ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ได้ ถือว่ามีชั้นเชิงทางกลยุทธ์สำหรับการหาเสียง

     -ก้าวไกล จำเป็นต้องปรับโครงสร้างรองรับบทบาททางการเมืองในสภาฯ หลังจากพลาดการเป็นรัฐบาล และรับมือกับพายุทางการเมืองลูกใหม่ ทั้งคดียุบพรรค, คดี 112, คดีหุ้นไอทีวี ที่อาจลุกลามโดนกรรมการบริหารคนอื่นๆ ด้วย

**ความเป็นไปได้ตามข่าว ชัยธวัช ตุลาธน เลขาฯพรรค อาจขึ้นมากุมบังเหียนชั่วคราว รอดูทิศทางฝั่งเพื่อไทย และอาจปรับอีกครั้งเมื่อคดีหุ้นไอทีวีจบ ถ้าพิธาปิดฉาก อาจมีการปรับตามสถานการณ์ ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล อาจเข้ามาเสียบช่วงนั้น

สองพรรคนี้จะดูเชิงกันและกัน และเปิดศึกกันดุเดือด เท่าทันกันแน่นอน 

ข่าวล่าสุด