เนชั่นทีวี

การเมือง

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงสภาฯ หลังฝ่ายค้านดาหน้าจวกนโยบายรัฐบาล

11 ก.ย. 2566 | sirisak_rue

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงสภาฯ หลังฝ่ายค้านดาหน้าจวกนโยบายรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงสภาฯ ยัน แก้รธน.ไม่แตะหมวด1-2 บอก พักหนี้เกษตรกรครั้งนี้ไม่เหมือนยุค 9 ปีที่ผ่านมา รายได้ต้องเพิ่ม 3 เท่า ใน 4 ปี จ่อทบทวนบางพื้นที่ใช้เงินดิจิทัล รัศมี 4 กิโลเมตร ยัน สานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยุครัฐบาลประยุทธ์

11 กันยายน 2566 นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นชี้แจงข้ออภิปรายในที่ประชุมรัฐสภา​ ว่า​ ในการดำเนินนโยบายรัฐบาลจะยึดโยงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และประชาชนของรัฐบาลนี้ ครอบคลุมคนทุกกลุ่มทั้งคนเมืองคนต่างจังหวัดและคนทุกฐานะเอกชนและราชการ อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

โดยตนขอชี้แจงให้ชัดเจนในเรื่องนโยบายของการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ ว่าจะไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ว่าด้วยเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์​ จะดำรงไว้ซึ่งระบอบการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ขณะที่การพักหนี้ของเกษตรกร นายเศรษฐา ระบุว่า ทราบหรือไม่ว่า 9 ปีที่ผ่านมา มีการพักหนี้ไปแล้วกว่า 13 หน ซึ่งไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน จึงต้องเพิ่มมาตรการหลายอย่างเพื่อเพิ่มรายได้ เช่น การทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น 3 เท่า​ ภายในระยะเวลา 4 ปี ด้วยการใช้การตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ควบคู่กับการพักหนี้เพื่อทำให้เกษตรกรหายใจได้ลืมตาอ้าปากได้ เป็นช่วงที่ฟื้นฟูตัวเองได้ ทำให้มีกำลังใจในการที่จะกลับมาแก้ไขปัญหาประกอบอาชีพ และการพักหนี้หนนี้ จะเป็นการทำประโยชน์มากกว่าการพักหนี้ที่เกิดขึ้นในอดีต 9 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่สามารถซื้อสิ่งของได้ภายในระยะ 4 กิโลเมตรนั้น​ นายเศรษฐา ระบุว่า ตนตระหนักดีว่าในพื้นที่ชนบทอาจมีร้านค้าไม่เพียงพอ จึงขอไปดูรายละเอียดและดำเนินงานให้เหมาะสมอีกครั้งตามคำแนะนำ ส่วนระยะเวลาในการใช้ 6 เดือน เรื่องนี้ถือว่าจำเป็น เนื่องจากต้องการให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพราะฉะนั้นระยะเวลาในการใช้เงินจำนวนนี้เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

"ส่วนที่มีบางคนบอกว่าอยากให้ยกเลิกการใช้รัศมี 4 กิโลเมตร นั้น เศรษฐกิจภูมิภาคต้องการการกระตุ้น หากคนที่มีถิ่นฐานอยู่ที่จังหวัดใด ควรกลับไปใช้ที่นั่น ซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือน กลับไปเยี่ยมพี่น้องทำให้สถาบันครอบครัวแข็งแกร่งขึ้นก็ดี เรื่อง 4 กิโลเมตร ตามบัตรประชาชน แต่จะพิจารณายกเว้นว่าบางจังหวัดหรือบางเขตอาจต้องมีการขยาย" นายเศรษฐา ระบุ

นายเศรษฐา​ ยังระบุด้วยว่า จะผลักดันให้มีการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยกเว้นการขอวีซ่าเข้ามาของบางประเทศ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งการท่องเที่ยวจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ที่จะนำเม็ดเงินเข้ามาภายในประเทศ ทำให้ภาคท่องเที่ยวเติบโตอีกครั้ง โดยตั้งเป้าสร้างรายได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน เรื่องคำถามการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สมควรได้รับการปรับโดยเร็วที่สุดโดยตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้เศรษฐกิจโตเฉลี่ย ปีละ 5% ตลอด 4 ปีซึ่งจะทำให้ค่าแรงขึ้นไปได้ถึง 600 บาทต่อวัน ปริญญาตรี 25,000 บาทต่อเดือน

ส่วนด้านค่าพลังงานเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราตระหนักดีว่าเรื่องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยมั่นใจว่าจะสามารถทำให้ค่าพลังงานต่ำลงอย่างมีนัยยะได้ โดยจะมีรัฐมนตรีมาตอบในส่วนนี้

ส่วนคำถามเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน นายเศรษฐา​ ยืนยันว่ายังคงมีอยู่

ส่วนที่มีการยกประเด็นหนึ่งขึ้นมา อย่างประเด็นน้ำใน eec เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้วที่จะต้องดูแลอย่างเหมาะสมในทุกมิติ การบริหารจัดการเรื่องน้ำให้มีความเหมาะสม ระหว่างภาคเกษตรภาคอุตสาหกรรมการอุปโภคบริโภค รวมไปถึงการวางสมดุลระบบนิเวศ

ขณะที่การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งอีก 5 เดือนจะเข้าสู่ช่วงวิกฤตอีกครั้ง นายเศรษฐา กล่าวว่า จะเริ่มทำให้เร็ว เพื่อให้เกิดผลได้ภายในต้นปี ดำเนินการโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนแยะ และเรื่องอื่นก็จะค่อย ๆพัฒนากันไปตามขีดจำกัดของงบประมาณที่สามารถทำได้

โดย นายเศรษฐา​ ย้ำทิ้งท้ายว่า มีคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องการทุจริต รัฐบาลให้ความสำคัญกับความโปร่งใส โดยจะใช้ระบบดิจิทัลให้มากขึ้น เพื่อลดการทุจริตประพฤติมิชอบ

ข่าวล่าสุด