นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า การออกหมายจับ นายอิทธิพล กับพวก ที่ไม่มารายงานตัวกับอัยการ เพื่อฟ้องต่อศาล จนคดีจะขาดอายุความวันที่ 10 ก.ย. นี้ เป็นเรื่องฮือฮา เพราะมีการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการสอบสวนโดย ป.ป.ช. ว่า ควรมีการปรับปรุงหรือไม่
โดยต้องย้อนไปดูว่า พนักงานสอบสวนคดีนี้คือ ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ซึ่งบัญญัติว่า ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95(2) บัญญัติไว้ว่า ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายใน 15 ปี เป็นอันขาดอายุความ
เมื่อ ป.ป.ช.ยังไม่อาจนำตัวส่งทางอัยการ และอัยการยังไม่ได้ตัวมาฟ้องต่อศาล ก็ต้องพิจารณาถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป เมื่อคดีขาดอายุความ เมื่อสิทธิการดำเนินคดีอาญาระงับไปแล้ว อัยการจึงไม่อาจนำคดีมาฟ้องได้อีก