"ใครที่ยังติดหล่ม ดูหนังเรื่องเก่า ดูแต่เรื่อง “แผลเก่า” ก็จะตกยุคตกสมัย เพราะตอนนี้จะต้องดูภาพยนต์เรื่อง “มนต์รักสีชมพู” เพราะจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริง ๆ ภาพยนต์เรื่องนี้ อำนวยการสร้างโดยหลายฝ่าย ซึ่งผู้กำกับไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล และเป็นภาคสุดท้ายที่ตอนจบสวยงามตามท้องเรื่อง ที่ใครก็คาดไม่ถึงว่า การต่อสู้ตลอด 20 ปี จะจบลงเช่นนี้ และนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแล้วว่า จะทุ่มเททั้งชีวิต ทั้งจิตใจ และทั้งอนาคต
จึงเชื่อว่า จะประสบความสำเร็จ และจะเป็นความหวังใหม่ของสังคมไทย เพราะแม้แต่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมาดำรงตำแหน่งดาวราหูก็ยังต้องย้ายออกไป และยุค คสช.ได้จบลงตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่รัฐสภา มีมติให้นายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ใครที่ยังตามเรื่องการรัฐประหารอยู่ จึงถือว่า ตกยุค หรือถ้าจะมีอีก ก็เป็นเพราะรัฐบาลนี้ที่จะแตกแยก หรือไม่มีผลงานจนประชาชนออกมาต่อต้าน "
นายวันชัย กล่าวถึงความเห็นต่างที่เกิดขึ้นในสังคมของพรรคก้าวไกลว่า ปัญหาความเห็นต่าง มีทุกยุคทุกสมัย แต่ปัญหาของพรรคก้าวไกลนั้น ไม่ใช่ปัญหาความแตกแยก เพราะความแตกแยกจะมีลักษณะเหมือนความขัดแย้งสีเสื้อเหลือง-แดง แต่ความเห็นต่างของพรรคก้าวไกลนั้น เป็นความเห็นต่างระหว่างวัน ที่จำเป็นจะต้องมี แต่เชื่อว่า ถ้ารัฐบาลมีผลงานที่ประชาชนยอมรับ ความเห็นต่างก็จะเบาบางลง เสียงของพรรคก้าวไกล ก็จะเป็นเพียงเสียงจากไกล ๆ ไม่กระหึ่ม
ส่วนรัฐบาลนายเศรษฐา จะซ้ำรอยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้งนายทักษิณ (ชินวัตร) และน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทย เจ็บลึกมาแล้วถึง 20 ปี มีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย ติดคุก หนีออกนอกประเทศ หากยังไม่สำนึก หรือยังไม่นำมาเป็นบทเรียน ก็คงไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดอีกต่อไป และเชื่อว่า จะไม่มีใครนำปัญหาเก่ามาสร้างปัญหาใหม่อีก