ด้าน นายรณกาจ ระบุว่า ประเทศไทยบริโภคน้ำมันวันละเกือบ 1,000,000 บาร์เรล ผลิตเองได้ไม่ถึง 200,000 บาร์เรล ต้องนำเข้าเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ และจะมีแหล่งน้ำมันสำเร็จรูปขนาดไหนที่จะรองรับปริมาณมหาศาลขนาดนี้ หากวันใดต้นทางไม่ขายให้ โรงกลั่นที่มีอยู่ก็ปิดตัวลงหรือกำลังการผลิตลดลง จะกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงานหรือไม่
ซึ่งตนไม่คิดว่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปรวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นราคาจะถูกกว่าที่มีทุกวันนี้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกทาง เพราะสมัยก่อนที่เรายังไม่มีโรงกลั่น เรานำเข้าสำเร็จรูป แต่เราพยายามมีโรงกลั่นเป็นของตัวเองเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงการควบคุมคุณภาพน้ำมัน แต่แนวคิดนี้ อาจจะนำประเทศย้อนกลับไปเหมือนสมัยก่อน
พร้อมตั้งคำถามด้วยว่า ประเทศไทยบริโภคน้ำมันดีเซลมากกว่าเบนซิน แต่ราคาเบนซินทั่วโลกถูกกว่าดีเซล เราจะใช้ดีเซลในราคาถูกเนื่องจากมีเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน แปลว่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปก็ต้องนำเข้าน้ำมันดีเซลในสัดส่วนที่มากกว่า นั่นอาจหมายถึงการนำเข้าน้ำมันที่แพง มาขายถูกหรือไม่ แล้วใครจะเข้ามาลงทุน
"ถ้าอยากให้น้ำมันถูกเราต้องมาดูโครงสร้างต่าง ๆ ของราคาน้ำมัน อาทิ ภาษี บางอย่างก็เก็บซ้ำซ้อน ซึ่งตอนนี้ราคาพลังงานอย่างน้ำมันสูงขึ้น ก็ควรจะลดภาษีบางประเภทเพื่อช่วยเหลือประชาชน แน่นอนอาจจะทำให้การจัดเก็บภาษีไม่เข้าเป้า แต่ก็ถือว่าเป็นการช่วยประชาชนได้ทันที" นายรณกาจ ระบุ