ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาของชาวประมงหลังถูกตีตกไป นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่า สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยมอบหมายร.อ.ธรรมนัสเป็นผู้รับผิดชอบ
เมื่อถามถึงการปรับขึ้นค่าแรงที่เป็นนโยบายหลักนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นนโยบายของทุกพรรค ซึ่งก็น้อมรับฟังความคิดเห็นจากนายกสมาคมว่า จะต้องระมัดระวังในการปรับขึ้น เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายกับทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันก็มีความจำเป็น เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ เน้นการเพิ่มรายได้ ซึ่งหากทำได้ก็จะสามารถเพิ่มค่าแรงให้แรงงานได้ แต่จะพิจารณาก่อนว่า จะขึ้นอะไรอย่างไร หากพร้อมก็จะทำทันที ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นปีหน้า โดยขอหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน
“การทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของตน เป็นรัฐบาลของประชาชน เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องร่วมกันกับพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยและเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคน เป็นห่วงปัญหาปากท้องของประชาชน และมีความปรารถนาดี ขอแค่โอกาส” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มอบหมายภาระงานให้ โดยเฉพาะการดูแลความเดือดร้อนของชาวประมง ในฐานะว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้รู้สึกหนักใจ เพราะเป็นสิ่งที่ตนเองทำให้กับชาวประมงมาโดยตลอดอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่เป็นอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวประมง ซึ่งหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง จะตั้งคณะกรรมการร่วม เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาการประมงทันทีฃ
โดยภายหลังเสร็จสิ้นการให้สัมภาษณ์นายเศรษฐา ได้มีการพูดคุยกับตัวแทนภาคประมง ก่อนที่จะเดินมาที่เต็นท์อาหารเที่ยงและตักอาหารทานเอง โดยใช้จานแบบที่ใช้บนเรือประมง ซึ่งวันนี้มีเมนูปลาอินทรีย์ทอด แกงเขียวหวานไก่ และผัดกะเพราทะเล