"22 สิงหาฯ"เข็มทิศการเมือง-ชี้ชะตาประเทศไทย
26 ส.ค. 2566 | chairat_pat

22 สิงหาฯ ถือเป็นอีกหนึ่งวันบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยครั้งสำคัญ เพราะมีหลากหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน จนต้องถูกจารึกเอาไว้
การเมือง
26 ส.ค. 2566 | chairat_pat

22 สิงหาฯ ถือเป็นอีกหนึ่งวันบนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยครั้งสำคัญ เพราะมีหลากหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน จนต้องถูกจารึกเอาไว้
ถ้าไล่เรียงเหตุการณ์ในวันที่ 22 สิงหาคม เชื่อว่าทุกคนต่างเฝ้าจับตาไปยังการกลับบ้านของอดีตนายกฯ "ทักษิณ ชินวัตร" ซึ่งเคยประกาศมาแล้วหลายครั้ง จนมีการตั้งคำถามว่าครั้งนี้จะกลับมาจริงหรือไม่ กระทั่งเวลา 09.00 น. จึงเห็นเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวปรากฏบนน่านฟ้า กลางท่าอากาศยานสนานบินดอนเมือง ก่อนลงจอดพร้อมกับการปรากฏกาย
จึงเป็นการตอกย้ำความชัดเจนว่า รอบนี้ ไม่ได้พูดเล่นๆ หรือ "เพ้อเจ้อ" ตามที่ใครมองกัน แต่การเคาะฤกษ์ยามเดินทางกลับดันพอดิบพอดี เพราะตรงกับวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ที่หลายฝ่ายกำลังลุ้นว่า สุดท้ายโฉมหน้าคร่าตาจะใช่คนที่คิด หรือพลิกล็อกช่วงนาทีสุดท้าย
แม้ทั้ง 2 เหตุการณ์ หากมองผิวเผินคงเป็นเรื่องบังเอิญทั่วไป แต่การเลือกกลับไทย โดยให้ตรงกับวันที่รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ "เศรษฐา ทวีสิน" ก่อนจะได้รับคะแนนไว้วางใจไปอย่างท่วมท้น เพื่อมาแทน "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" มาสานงานต่อในการบริหารประเทศ
ซึ่งประจวบเหมาะการกลับมาของ "ทักษิณ" จนเกิดการตั้งคำถามดังๆ จากหลายฝ่ายถึงข้อตกลงบางประการ เพื่อใช้เป็นตั๋วเปิดทางให้ได้บินลัดฟ้ากลับบ้าน
เมื่อประกอบร่าง ก็พอทำให้เห็นถึงภาพการเมืองไทยต่อจากนี้ แต่ระหว่างทางก่อนได้นายกฯ ก็มีกระแสข่าวเล็ดลอดเป็นระยะ โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรี ที่มีการวิเคราะห์กันว่า เพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อาจต้องเสียเก้าอี้สำคัญในหลายกระทรวง ให้กับพรรคร่วม อย่าง พลังประชารัฐ และ รวมไทยสร้างชาติ
ที่ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพต่างๆ ให้เห็นเด่นชัด คือ การที่ "เศรษฐา" เข้าพบ "พล.อ.ประยุทธ์" ยังทำเนียบรัฐบาล หลังได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพียง 1 วัน พร้อมกับท่าทีทอดไมตรีอันดีต่อกัน และยังมีการพาทัวร์รอบทำเนียบฯ และตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งแตกต่างจากช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ที่ทั้ง 2 ฝ่ายประกาศจุดยืนในทำนอง "ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ"
นักวิชาการชื่อดัง อย่าง "รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว" อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ฉายภาพการเมือง กับความเป็นพรรคเพื่อไทย หลัง "ทักษิณ" ได้กลับ และ "เศรษฐา" เป็นนายกฯ โดยเฉพาะการจัดสรรตำแหน่ง ต้องให้เกิดความลงตัวและพอใจกับพรรคร่วมรัฐบาล
แต่ที่น่าสนใจกว่า คือ "รศ.ดร.โอฬาร" มองว่า แม้เพื่อไทยจะเสียศูนย์จากการไปจับมือ 2 พรรคลุง แต่จะไม่เสื่อมสลายไปจากการเมืองไทย เพราะภาพพรรคเพื่อไทยขณะนี้กลายเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยม เมื่อพรรคก้าวไกลเกิดขึ้น ทำให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมจำเป็นต้องมีพรรคการเมือง ที่มีประสิทธิภาพและอำนาจเพียงพอมาต่อสู้กับพรรคก้าวไกลในระยะยาว
ทั้งนี้ มองว่าจากประเด็นดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลให้ "ทักษิณ" ได้กลับประเทศ โดยจะอาศัยคอนเนคชั่นมาจัดการกับนักเลือกตั้ง แม้การกลับมา "ทักษิณ" จะติดคุก แต่ก็สามารถสั่งการได้ และเชื่อว่า "ตระกูลชินวัตร" จะยังไม่วางมือทางการเมืองง่ายๆ
ขณะเดียวกัน รศ.ดร.โอฬาร ยังทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการเมืองไทยต่อจากนี้ จะเห็นการต่อสู้ของกลุ่มอนุรักษ์นิยมกับเสรีนิยมในเชิงอุดมการณ์เข้มข้นมากขึ้น ยิ่งเฉพาะฝ่ายที่พยายามรักษาโครงสร้างทางสังคมแบบเดิมเอาไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบทันควัน จนเสียประโยชน์ทางชนชั้น
เมื่อจับทิศทางลมทั้งหมด จะเห็นท่วงทำนอง 5 ปรากฏการณ์ทางการเมือง สำคัญๆ คือ
1.เรื่องเช็คบิล "ลุงตู่" หรือ "3ป." คงไม่มีวันได้เห็น
-เพราะปัจจุบัน "เพื่อไทย" กับ "พรรคลุงตู่" กลายเป็นมิตรกันเรียบร้อย ลืมความหลังครั้งเก่าว่า "บิ๊กตู่" คือ ผู้ยึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และมีการดำเนินคดีจำนำข้าวจนทำให้ อดีตนายกฯ "นารีขี่ม้าขาว" ต้องควบม้าหนีไปอยู่ต่างประเทศ แถมรัฐมนตรีอีกหลายคนของรัฐบาลชุดนั้น ต้องติดคุก แต่ต้องไม่ลืมว่า "ทักษิณ" ตั้งแต่เท้าแตะแผ่นดินไทย ยังไม่ได้นอนคุกเลยแม้แต่คืนเดียว ซึ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลลุงตู่ เช่นกัน
2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ร่างใหม่ทั้งฉบับ) อาจไม่เกิดขึ้น หรือ เกิดขึ้นได้ยากมาก
-เพราะมีความเป็นไปได้จะเสนอแก้รายมาตรา เฉพาะที่สำคัญ อีกทั้ง เรื่องนี้ก็ไม่ถูกจับใส่ไว้ในในแถลงการณ์ตอนตั้งรัฐบาลเพื่อไทย 11 พรรคการเมือง หรืออาจใช้เหตุผลการทำประชามติสิ้นเปลืองงบประมาณ เอาเงินส่วนนี้ไปใช้ฟื้นเศรษฐกิจจะดีกว่า
3.ยุทธศาสตร์ชาติในรัฐธรรมนูญ 60 มาตราสุดท้าย
-เพราะมาตรา 279 คือ นิรโทษทุกการกระทำของ คสช. ไว้ล่วงหน้า (คงไม่มีวันยกเลิก)
4."บิ๊กตู่" ไม่มีทางระหกระเหินไปต่างประเทศตามที่มีข่าวลือ รวมถึงพี่น้อง 3ป. ด้วย
5."บิ๊กตู่" ส่งน้องรักทุกคนถึงฝั่งฝัน หลังฝ่าฟันมาตอนตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ จนได้ร่วมรัฐบาล แต่อาจจะต้องสลับกันนั่งรัฐมนตรี เหมือนเก้าอี้ดนตรี ซึ่งเป็นสูตรเพื่อไทย – ไทยรักไทย ในอดีต
ทั้งหมด คือ ภาพรวมที่กำลังบอกถึงอนาคตชาติ จึงต้องจังหวะการเมืองต่อจากนี้ให้ดี โดยเฉพาะโฉมหน้า ครม.เศรษฐา 1 จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร