รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ยังบอกอีกว่า ขณะนี้นายทักษิณ ไม่ได้ร้องขออะไรเป็นเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องแอร์เสีย ตนเองได้ยินพร้อมกับสื่อมวลชน ส่วนอาหารการกินก็อยู่ในอำนาจของโรงพยาบาล พร้อมย้ำ ตนเองได้เจอวันรับตัวเข้าเรือนจำ ซึ่งนายทักษิณ ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคสีกรมท่า และใน 10 วันแรกกักโรค ยังไม่ได้ทำอะไร ยังไม่ได้ตัดผม และยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่จะเปลี่ยนเป็นชุดอะไรเรือนจำก็จะต้องไปดู จนกว่าจะพ้นกักโรค 10 วัน
เรื่องของการดูแลชีวิตผู้ต้องขัง หรือนักโทษ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้าหน่วยที่ดูแลไม่สามารถดูแลได้ เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้ว และถ้าไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ก็ต้องส่งไปโรงพยาบาลอื่นเป็นเรื่องปกติ เพื่อหาทางยื้อชีวิตไว้ให้ได้ แต่ ณ เวลานี้ กระทรวง ยังยืนยันว่า จะไม่มีการย้ายไปไหน และหากจะย้ายโรงพยาบาล ต้องมีข้อมูลทางการแพทย์ มายืนยันอย่างชัดเจนว่าแพทย์ไม่สามารถดูแลได้ จะใช้ความรู้สึกไม่ได้
ยืนยันว่าที่ผ่านมาหากมีผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือผู้ป่วยขั้นวิกฤต ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย หรือโรงพยาบาลตำรวจ และกรมราชทัณฑ์ทำมาตลอด แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าวเพราะไม่ใช่บิ๊กเนม หรือบุคคลสำคัญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า 4 โรคของนายทักษิณ ศักยภาพของโรงพยาบาลตำรวจ จะสามารถดูแลได้หรือไม่ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตอบว่า ตนก็เชื่ออย่างนั้นเพราะในเบื้องต้นจากการประเมินแล้วโรงพยาบาลตำรวจยังรับมือไหว และย้ำว่า ยังไม่มีการส่งไปไหนยังรักษาอยู่โรงพยาบาลตำรวจ
สิ่งสำคัญกรมราชทัณฑ์ ก็จะพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า ได้ทำไปตามอำนาจหน้าที่ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ สังคมน่าจะรับได้ แม้จะยังมีคำถามมากมายตอนนี้ก็ตาม