เนชั่นทีวี

การเมือง

"รศ.ยุทธพร" ระบุโอกาส "เศรษฐา" 50 : 50 จับตาได้โหวตหรือไม่ ชี้ อาจถึง "ลุงป้อม"

18 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

"รศ.ยุทธพร" ระบุโอกาส "เศรษฐา" 50 : 50 จับตาได้โหวตหรือไม่ ชี้ อาจถึง "ลุงป้อม"

"รศ.ยุทธพร" ชี้โอกาส "เศรษฐา" โหวตผ่าน 50:50 จับตาได้โหวตหรือไม่ อาจมีเกมการเมืองดึงจนปิดสภาฯ ระบุเป็นไปได้สูงไหลถึง "พล.อ.ประวิตร"

18 สิงหาคม 2566 รศ.ยุทธพร อิสรชัย รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงโอกาสในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 ส.ค นี้ หลังพรรคเพื่อไทยรวมเสียงจากพรรครวมไทยสร้างชาติว่า โอกาสที่จะโหวตผ่านยัง 50:50 และยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถโหวตได้หรือไม่ เพราะอาจจะมีเรื่องเกมการเมืองในสภาฯ โดยเฉพาะประเด็นที่อาจจะหยิบยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้โหวตเพื่อกลับไปแก้มติเมื่อวันที่ 19 ก.ค. จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่คล้ายกับ 2 สัปดาห์ก่อน จนต้องปิดประชุมได้

ดังนั้น เสียงของ สส. ที่จะมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอาจจะเกือบครบ แต่ยังคงต้องจับตาเสียง สว. แม้หลายคนจะประเมินหากได้พรรค 2 ลุงมา(พรรคพลังประรัฐ-พรรครวมไทยสร้างชาติ) ก็จะได้เสียง สว. รวมถึง 376 เสียง แต่ส่วนตัวยังไม่มั่นใจว่าจะได้เสียง สว.ตามนั้นหรือไม่  เพราะพรรคเพื่อไทยยังติดเงื่อนไขหลายอย่าง

โดยเฉพาะชื่อของนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ยังมีประเด็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ต้องชี้แจงกับสังคม และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายคนมองว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นการปิดโอกาส นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล แต่ความจริงแล้วยังเป็นแรงกดดันของพรรคเพื่อไทยเช่นกัน เพราะสามารถเสนอชื่อแคนดิเดตในโหวตนายกรัฐมนตรี 1 คน เพียงครั้งเดียว

รศ.ยุทธพร กล่าวต่อ สำหรับชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้งานได้ขณะนี้มีเพียง 4 คน คือ นายเศรษฐา ทวีสิน, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร, นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หากนายเศรษฐา โหวตไม่ผ่าน โอกาสที่จะเป็น น.ส.แพรทองธาร ก็ยังไม่แน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่เสนอชื่อ น.ส.แพรทองธาร มาในสถานการณ์ที่เสี่ยงแบบนี้ จึงเป็นไปได้สูงที่นายกรัฐมนตรีจะไหลไปสู่ขั้วอำนาจเดิม คือ นายอนุทิน และ พล.อ.ประวิตร

"รศ.ยุทธพร" ระบุโอกาส "เศรษฐา" 50 : 50 จับตาได้โหวตหรือไม่ ชี้ อาจถึง "ลุงป้อม"

ทั้งนี้ มองว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำที่ไม่ได้นำจริงๆ เพราะท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยต้องยอมรับทุกเงื่อนไข และทุกการต่อรองจากบรรดาขั้ว 188 เสียง ทั้งเก้าอี้รัฐมนตรี และ ต้องเผชิญกับ สว.250 เสียง  

นอกจากนี้ว่า การเดินหน้าของพรรคเพื่อไทย วันนี้ตอบโจทย์ถูกแต่ตั้งโจทย์ผิด เพราะ มุ่งไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เสียง ทั้งการดึงพรรค 2 ลุง ปล่อยมือกับก้าวไกล แม้กระทั่งการสละจุดยืนของตัวเองที่เคยพูดไว้ในการหาเสียง จึงทำให้พรรคเพื่อไทยติดหล่มรัฐธรรมนูญ 2560 แต่เหมือนวิ่งเท่าไรก็ไม่ไปไหน เพราะไม่ใช่โจทย์ที่ถูกต้องของเพื่อไทย  แต่ควรเป็นการฟื้นความเชื่อมั่น เชื่อถือจากประชาชน ซึ่งวันนี้เลยจุดนั้นมาแล้ว และตนไม่เชื่อว่าการตีเช็คเปล่ามีจริง มีแต่การกรอกตัวเลขแล้วแต่ไม่ให้ประชาชนเห็น

อย่างไรก็ตามหากพรรค 2 ลุง พรรคใดพรรคหนึ่ง มาด้วยความจริงใจ อาจจะได้เห็นเสียง สว. อย่างน้อย 100 เสียง โหวตให้นายกฯพรรคเพื่อไทย แต่โจทย์ใหญ่คือความจริงใจจากพรรค 2 ลุง แม้จะได้เสียง สส.ถึง 250 แต่ เสียง สว.อาจจะไม่ได้ตามนั้น  และมองว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะมีเกมบีบให้ชื่อนายกรัฐมนตรี ไปถึง พล.อ.ประวิตร เพราะต้องบอกว่า ณ วันนี้เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จากวันที่ 14 พ.ค. ที่ประชาชนไปเลือกตั้งพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประกาศเป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึงวันที่ถูกสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่

จนมาถึงพรรคเพื่อไทยอยู่ตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว และอีกหลายเหตุการณ์ ที่เดินมาจนเหลืออีกก้าวเดียวจะถึง พล.อ.ประวิตร จึงไม่สามารถประมาทหรือปฏิเสธได้ว่า พล.อ.ประวิตร จะไม่มีชื่อในสมการนี้ และส่วนตัวยังมองอีกว่า อาจจะไม่ได้นายกรัฐมนตรีภายในเดือน ส.ค. นี้ เพราะการเมืองวันนี้ยังมีความไม่ลงตัวกันอยู่ แม้สุดท้ายลุงจะประกาศวางมือทางการเมือง แต่คำว่าลุงไม่ได้หมายถึงตัวบุคคล แต่คือสัญญะทางการเมืองที่หมายถึงระบอบ คสช.และการสืบทอดอำนาจการรัฐประหารปี 2557

ดังนั้น ไม่ว่าลุงจะลาออก วางมือ ซ่อนตัว หรือแปลงร่าง พรรค 2 ลุง ก็คือ พรรค 2 ลุง  และส่วนตัวไม่คิดว่าสมการที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการปรองดองสมานฉันท์จริง แต่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ คล้ายกับการชวนพรรคก้าวไกล ร่วมปิดสวิตซ์ สว. และแม้จะทำได้จริง สุดท้ายเพื่อไทยก็จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอยู่ดี

ส่วนการที่บอกว่าจะให้พรรรก้าวไกล มาคอยช่วยเหลือ ตนมองว่า หลักการของระบบรัฐสภาไม่ถูกต้อง เพราะฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร เช่นเดียวกับเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลพิเศษหรือรัฐบาลก้าวข้ามความขัดแย้ง สลายขั้ว สุดท้ายก็เป็นกระบวนการที่ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน

ข่าวล่าสุด