เนชั่นทีวี

การเมือง

"รังสิมันต์" หวังประเทศจะไปไม่ถึงจุดที่มี "บิ๊กป้อม" เป็นนายกฯ

18 ส.ค. 2566 | tinakit_rat

"รังสิมันต์" หวังประเทศจะไปไม่ถึงจุดที่มี "บิ๊กป้อม" เป็นนายกฯ

"รังสิมันต์" หวังประเทศจะไปไม่ถึงจุดที่มี "บิ๊กป้อม" เป็นนายกฯ ยันเดินหน้าญัตติทบทวนมติรัฐสภาห้ามเสนอชื่อนายกฯซ้ำ ชี้ ภารกิจสกัด "พิธา-ก้าวไกล" สำเร็จแล้วอย่าทำลายบรรทัดฐาน ย้ำไม่โหวตนายกฯ เพื่อไทย

18 สิงหาคม 2566 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงญัตติที่จะเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภา ทบทวนการลงมติวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา(ห้ามเสนอชื่อซ้ำ) ที่ยังค้างอยู่ในวาระการประชุมว่า พรรคก้าวไกลยังยืนยันที่จะเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 22 สิงหาคม พิจารณาวาระดังกล่าว เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัย คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน อ้างเป็นเหตุผลทางเทคนิค โดยที่ยังไม่ได้พิจารณาเนื้อหาสาระของคำร้องเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นสภาฯ จึงสามารถทบทวนมติดังกล่าวนี้ได้ วันนี้(18 ส.ค.) ในการประชุมวิป 3 ฝ่าย ตนจึงจะเสนอประธานรัฐสภาให้พิจารณาวาระดังกล่าว โดยกำหนดกรอบเวลาได้ เพื่อให้รัฐสภาทบทวนบางสิ่งที่อาจทำผิดพลาดไป ส่วนตัวหวังให้การโหวตชนะ แต่สุดท้ายเราไม่ใช่คนตัดสินต้องดูหน้างาน แต่ขอว่า “อย่าเผาบ้านไล่หนู” เพราะถ้าเราทำลายหลักการไปแล้วกลายเป็นบรรทัดฐานถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการเสนอชื่อบุคคลไม่ใช่มีแค่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยังมีอีกหลายตำแหน่ง ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็พร้อมที่จะน้อมรับ และคงไม่มีการเสนอญัตติซ้ำ เนื่องจากทำไม่ได้ตามกฏหมาย จึงต้องยอมรับว่าในสมัยการประชุมนี้ บรรทัดฐานเป็นแบบนี้

ทั้งนี้หากมติออกมาในลักษณะเดิม จะเป็นการตอกย้ำว่า พรรคก้าวไกลจะต้องกลายไปเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะเกิดขึ้นเมื่อมีรัฐบาล ตอนนี้ต้องดูว่ารัฐบาลจะเกิดขึ้นเมื่อไร ส่วนที่พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติประกาศจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกล ยังไม่ได้มีการหารือในเรื่องนี้ แต่คงจะต้องมีการประชุมกัน

ส่วนจุดยืนของพรรคก้าวไกลนั้น ยังคงเหมือนเดิม คือไม่ให้คะแนนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะเรายืนยันมาตลอดว่า “มีลุงไม่มีเรา” เป็นสัญญาสำคัญที่ให้ไว้กับประชาชนและไม่อาจลืมได้ พร้อมย้ำว่า พรรคยังไม่ได้มีการประชุมถึงทิศทางในวันโหวต และยังไม่มีความคิดในเรื่องวอล์กเอาท์ แต่น่าจะเป็นการร่วมประชุมในกลไกตามปกติ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อ พรรคก้าวไกลยังไม่มีวาระหารือในประเด็นของรองประธานสภาคนที่ 1 และไม่ทราบว่ามีความจำเป็นอะไร ที่จะต้องหารือในประเด็นดังกล่าวนี้ แต่หากจะต้องมีการหารือ คงจะไม่จำเป็นต้องเกิดในช่วงเวลานี้ เพราะเป็นเรื่องที่ใช้เวลาพิจารณาไม่นาน ไม่มีกระบวนการอะไรมาก

พร้อมยอมรับว่า หลังพรรค 2 ลุงประกาศร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย สส.ของพรรคก้าวไกลได้รับความรู้สึกผิดหวังจากประชาชนเป็นจำนวนมาก และเราก็รู้สึกแบบเดียวกันว่า ประเทศของเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เราอยู่แบบเดิม ที่เพิ่มเติมคือพรรคที่น่าจะเป็นพันธมิตรของเราปล่อยมือ แต่เราต้องมูฟออนเพื่อทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยในอนาคตนั้น น่าจะเป็นไปตามกลไกของรัฐสภา เพราะวันนี้พรรคก้าวไกลเสนอกฎหมายไปหลายฉบับ จึงจำเป็นที่จะต้องขอเสียงจากทุกฝ่าย ดังนั้นต้องว่ากันไปเป็นเรื่องๆ แต่ทุกเรื่องล้วนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

ส่วนจะทวงถามนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรื่องจะลาออกหรือไม่หลังจากดึงพรรค 2 ลุง เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายรังสิมันต์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่นั้น เพราะเป็นเรื่องภายในของพรรคเพื่อไทย และเป็นเรื่อง ของพี่น้องประชาชนที่สนับสนุน พรรคก้าวไกลแค่ทำหน้าที่ของตัวเอง หากชัดเจนว่าจะต้องเป็นฝ่ายค้าน เราก็จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน เว้นแต่การจัดตั้งรัฐบาลไม่สามารถทำได้ก็ต้องมาว่ากันใหม่

สำหรับเสียงสมาชิกวุฒิสภา บางส่วนไม่ต้องการโหวตให้ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลได้ประเมินหรือไม่ว่า สุดท้ายจะมีการเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นนายกรัฐมนตรี นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หวังว่าจะไม่ไปถึงขั้นนั้น เพราะเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ เพราะเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เราฝันจะตั้งรัฐบาลประชาชน แต่ต้องกลายเป็นรัฐบาลลุง เป็นเรื่องยากที่สังคมจะรับไหว หากเป็นเช่นนั้นจริงจะมีการชุมนุมหรือไม่ เป็นเรื่องที่ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นหน้าตาของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น ต้องดูว่า พรรคไหนได้กระทรวงไหนก่อนจึงจะบอกได้

ข่าวล่าสุด