“โรคเลื่อน” ทำให้การเมืองเป็นสุญญากาศ อย่างน้อยๆ ราวๆ 10 กว่าวัน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีความชัดเจนเรื่อง “คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน” ในวันที่ 16 ส.ค. ถ้าทุกอย่างผ่านฉลุย ก็จะเดินหน้าสู่การโหวตนายกฯรอบ 3 คาดการณ์กันว่าจะเกิดขึ้นราวๆ วันพุธที่ 17 ถึงวันศุกร์ที่ 19 ส.ค.
หากถามใจเพื่อไทย ท่าทีที่แสดงออกมาต่อสาธารณะยังคงมั่นใจว่าจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ / เห็นได้จาก
- การให้สัมภาษณ์ยืนยันว่ามีเสียงสนับสนุนมากพอ จากคุณภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำทีมยุทธศาสตร์ของพรรค และสายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า รวมถึงสายตรงคนแดนไกล
- การให้สัมภาษณ์ล่าสุดของเลขาธิการพรรค คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง (จะว่าไป คุณประเสริฐ เตรียมแต่งตัวเป็นรัฐมนตรีแล้ว)
- และที่สำคัญที่สุด คือ “รหัส” ที่คุณทักษิณส่งผ่านทวิตเตอร์ที่ทวีตสั้นๆ ในวันนี้ ว่าจะเลื่อนกลับไทยออกไปราว 2 สัปดาห์
2 สัปดาห์ เท่ากับ 14 วัน เลื่อนจากวันที่ 10 ส.ค.ออกไป 14 วัน ก็คือจะกลับวันที่ 24 ส.ค.
โปรดสังเกต 24 ส.ค. ก็เป็นไทม์ไลน์หลังจากโหวตนายกฯรอบ 3 หากทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์ครั้งใหม่ หลังศาลไม่รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวันที่ 16 ส.ค.
ฉะนั้นการกลับไทยของคุณทักษิณ จึงเชื่อมโยงกับการได้เก้าอี้นายกฯของพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจนที่สุด และการขีดเส้น กำหนดกรอบเวลาเอาไว้แบบนี้ ก็แสดงว่ายังคงมั่นใจว่าจะได้เก้าอี้นายกฯ
แต่ปัญหาที่กำลังแทรกซ้อนเข้ามา ทำให้สัญญาณการเมืองของเพื่อไทยอาจจะขัดข้องได้ก็คือ ช่วงสุญญากาศการเมือง 10 กว่าวันนี้ ฝ่าย 188 เสียง กำลังคึกคักเป็นพิเศษ
เริ่มจาก “ลุงป้อม” และพรรคพลังประชารัฐ
- วันจันทร์ 7 ส.ค. โชว์ความกระฉับกระเฉง ลงใต้ เยี่ยมผู้ประสบภัยมูโนะ หลังเกิดเหตุการณ์พลุระเบิดครั้งรุนแรง
- วันอังคาร 8 ส.ค. ร่วมรับอวยพรวันเกิด แฮปปี้ เบิร์ธ เดย์ ครบ 78 ปีจากลูกพรรค เพราะในวันที่ 8 ส.ค.จะมีการประชุมพรรค หลังจากเงียบหายไปนาน (ก่อนหน้านี้เป็นช่วงสิ้นหวัง ก็เลยต้องซุ่มซ่อน แต่ตอนนี้เริ่มมีลุ้น ก็เลยต้องมีกิจกรรมให้เป็นข่าว)
- วันศุกร์ 11 ส.ค. เปิดบ้านป่ารอยต่อฯ รับอวยพรวันเกิด ในวันคล้ายวันเกิดจริงๆ ของ “บิ๊กป้อม” ถือเป็นการแสดงพลัง โชว์บารมี ก่อนถึงวันโหวตนายกฯรอบ 3 เรียกว่าจังหวะเข้าทางจริงๆ
ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวว่า “ลุงป้อม” แสดงอิทธิฤทธิ์ “ขิงแก่” เผ็ดไม่แพ้ใคร เข้ามาจัดการสยบปัญหา “งูเห่า” กลุ่มก๊วนในพรรคพลังประชารัฐ เตรียมแยกตัวไปหนุนพรรคเพื่อไทย งานนี้ “ลุง” ยอมไม่ได้ เสนอเงื่อนไขใหม่ จะไปต้องไปทั้งพรรค พร้อมเก้าอี้รัฐมนตรีเกรด A
ไม่ใช่แค่พรรคตัวเอง แต่ “ลุงป้อม” ยังปรามข้ามพรรค ยื่นเงื่อนไขให้ “กลุ่มก๊วน สส.” จากรวมไทยสร้างชาติ ราวๆ 10 คน ที่จะไปโหวตหนุนเพื่อไทย แต่เป็นโควต้าของภูมิใจไทย ให้มาแพ็คกับพลังประชารัฐแทน
งานนี้ พลังประชารัฐจึงไม่ได้มี สส.ในมือแค่ 40 คน แต่มีถึง 50 คน และยังบวก สว.สายลุงป้อมอีกอย่างน้อยๆ 60 คนด้วย จึงเป็นอำนาจต่อรองที่ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องคิดหนัก เนื่องจากสมการการเมืองตอนนี้ เมื่อไม่มีก้าวไกล เพื่อไทยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเลือกพรรค 2 ลุง พรรคใดพรรคหนึ่งเข้าร่วมรัฐบาล “แบบทั้งพรรค” เพื่อเติมเสียง สส. และเพิ่มเสียง สว. ให้ได้ 374 คน (กึ่งหนึ่งของรัฐสภา ขยับเหลือ 374 เสียง)
ข่าวอีกกระแส จากคนใกล้ชิดแถวๆ บ้านป่ารอยต่อฯ หลุดออกมาว่า “ลุง” ผู้มีอำนาจคนหนึ่ง ไปหารือกับ “สตรีผู้มากบารมี” และเป็นตัวแทนของ “คนแดนไกล” ต่อรองตั้งรัฐบาล โดยให้ตนเองเป็นนายกฯ แล้วจะจัดการเรื่อง “คนแดนไกล” ให้เรียบร้อย แต่ฝ่าย “สตรีผู้มากบารมี” ยังไม่ตกลง
เรียกว่ายื่นเงื่อนไขสูงสุดกันเลยทีเดียว งานนี้แหล่งข่าววงในยังตอบไม่ชัดว่า ยื่นเงื่อนไขยากที่สุดเพื่อให้ต่อรองเจรจา หรือว่าจะหักเอาให้ได้จริงๆ
อีกพรรคหนึ่งที่ขยับอย่างมีลีลา ไม่กระโตกกระตาก แต่มีนัยทางการเมือง นั่นก็คือ พรรคภูมิใจไทย นำโดย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล
ข่าวเติมเสียงเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองก็มีมาเหมือนกัน นั่นก็คือ “กลุ่มก๊วน สส.จากพลังประชารัฐ” ราวๆ 9-10 เสียง เปิดกันตรงนี้เลยก็คือ “กลุ่มรัฐมนตรีเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงงาน ดีลนี้ได้รับการยืนยันจากนักการเมืองท้องถิ่นบ้านใหญ่ภาคตะวันออก ว่าดีลกันจบแล้วกับบ้านใหญ่บุรีรัมย์
แต่ล่าสุดเจอ “บ้านป่ารอยต่อฯ” ปรามเอาไว้ สำทับด้วย “บ้านลุงอีกคน” ในค่ายทหาร ใกล้ๆ บ้านป่ารอยต่อฯ ก็มีโทรปรามด้วยเช่นกัน
แต่ความเคลื่อนไหวของภูมิใจไทยที่จะเพิ่มเสียงตัวเองจาก 71 เสียง เป็น 80-81 เสียง ก็คือขยับขนาดพรรค เพื่อ...
- เพิ่มอำนาจต่อรอง โดยเฉพาะเก้าอี้รัฐมนตรี เพราะเมื่อเพื่อไทยสลัดก้าวไกล พรรคแรกที่ต้องใช้บริการคือภูมิใจไทย ซึ่งมี สส.ประมาณครึ่งหนึ่งของเพื่อไทย แต่เมื่อเพิ่มมาอีก 10 เสียง จำนวน สส.ขยับเป็นกว่าครึ่งของก้าวไกลเลยทีเดียว
- เตรียมไว้สำหรับกรณี “เก้าอี้นายกฯไหล” จากพรรคอันดับ 2 อย่างเพื่อไทย อาจสไลด์ถึงพรรคอันดับ 3 อย่างภูมิใจไทยก็เป็นได้ ซึ่งหากไหลมาจริง การมี สส.ใกล้ 100 เสียง ก็ถือว่าสมศักดิ์ศรี เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้
งานนี้ไม่ใช่ภูมิใจไทยไม่คิด ลองจับสังเกต “เสี่ยหนู” กับ “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ดูดีๆ จู่ๆ ก็มาพูดอยากรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยให้มี ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งมายกร่าง แบบนี้เป็นการส่งสัญญาณ พร้อมรับตำแหน่งนายกฯ และจะอยู่ไม่นาน จ้ดทำรัฐธรรมนูญเรียบร้อย ก็ยุบสภา ว่ากันใหม่ แต่จะเป็นแบบนั้นหรือไม่ ยังต้องรอติดตาม
ส่วนเก้าอี้นายกฯจะไหลหรือไม่ ต้องรอดูชะตากรรม นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ว่าจะโดนตีน่วมขนาดไหน และหากโดนจนไปต่อไม่ไหว อุ๊งอิ๊งค์จะกล้ารับการเสนอชื่อเป็นนายกฯคนต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางการเมืองแบบฮาร์ดคอร์เช่นนี้
ด้วยเหตุนี้ พลโทภราดร พัฒนถาบุตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงออกมาเสนอให้ขยับไปที่แคนดิเดตหมายเลข 3 ของเพื่อไทย คือ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด เนื่องจาก
- ไม่มีแผล เพราะไม่ได้ทำธุรกิจ แต่รับราชการ เกษียณถึงอัยการสูงสุด
- มีความโดดเด่น เป็นนักกฎหมาย เหมาะกับการเข้ามาทำหน้าที่ช่วงเปลี่ยนผ่านกฎหมาย ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมกฎหมายลูก และจ้ดทำกติกาประเทศใหม่ จากนั้นก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่
นี่คือฝุ่นตลบการเมืองช่วงสุญญากาศรอโหวตนายกฯ ต้องบอกว่า “คอการเมือง” ไม่เหงาแน่นอน