นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อเพื่อไทยฉีก MOU แยกตัวออกจากก้าวไกล จึงเป็นความเสื่อมที่สุด เพราะไม่มีความชอบธรรม และเป็นวิธีการ "ฆ่าเพื่อน ฆ่าพวก" แต่ไม่สามารถเดินหน้าตั้งรัฐบาลให้ราบรื่นได้ แล้วในที่สุด ก็ส่อแววจะนำตำแหน่งนายกฯ ไปคืนให้พรรคสองลุง ซึ่งยิ่ง..ิบหายมากขึ้น
"การเริ่มต้นด้วยความไม่สุจริตใจ แค่เหตุผลการเลิกลาแยกทาง คุณยังอ้างไม่ตรงกัน เพราะคนที่ถูกบอกเลิก (ก้าวไกล) บอกว่าไม่เกี่ยวกับการแก้ ม.112 เลย อีกทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้นายเศรษฐา ชี้แจงเรื่องนี้ด้วยที่ปราศรัยหาเสียงปลุกแก้ ม.112 แต่วันนี้มาบอกไม่แก้ แล้ว ที่พูดมานั้นจะว่าอย่างไร ต้องขอโทษประชาชนก่อน อย่ามาทำเนียน" นายจตุพร ระบุ
นอกจากนี้ ไม่เพียงเท่านั้น "นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ประกาศนำการซื้อที่ดินของนายเศรษฐา มาเปิดโปง เพราะมีข้อมูลทำให้รัฐเสียหายภาษีถึง 500 ล้านบาท ดังนั้น คุณสมบัตินายกฯ นอกจากจะมีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ มีมาตรฐานทางจริยธรรมด้วย ซึ่งจริยธรรมนายกฯ นั้นแตกต่างและสูงส่งกว่าจริยธรรมของพ่อค้า นักธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเหตุการณ์ตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว จะไม่ง่ายตามที่เพื่อไทยคิดและต้องการ รวมทั้งยิ่งจะมีแรงต่อต้านจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น แล้วโลกความจริงจะสำแดงอิทธิฤทธิ์อย่างเข้มข้นในวันที่เพื่อไทยไม่เหลือประชาชนคอยสนับสนุนอยู่
"เราพยายามเรียกร้องความเป็นธรรม ชอบธรรม แต่เมื่อคนของเพื่อไทยไม่ชอบธรรม เป็นสองมาตรฐาน ประชาชนต้องกล้าไม่สนับสนุนการได้รัฐบาลแบบนี้ คือ การข้ามขั้ว แล้วสถานการณ์ไม่แน่นอนนี้ 10 ส.ค. ทักษิณ ชินวัตร ยังกล้ากลับเหรอ"
ขณะเดียวกัน เชื่อว่าเพื่อไทยไม่กล้าหัก รทสช. กับ พปชร. ซึ่งเป็นพรรคขั้วอำนาจสองลุง เพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับองค์กรอิสระ มาเป็นอุปสรรคอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น ที่สุดแล้วการตั้งรัฐบาลจะมีพรรคสองลุงมาร่วมด้วยอย่างแน่นอน เนื่องจากเพื่อไทยอยากได้ความคุ้มครอง และเสียงสนับสนุนจาก สว. ซึ่งสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ ยิ่งทำให้แนวโน้มเกิดความยับเยินของเพื่อไทยและประเทศ
"ถัดจากนี้ ประชาชนจะไปเพื่อไทยหนาแน่นขึ้น กล้องวงจรปิดและแผงเหล็กจราจรนำมากั้นย่อมยากจะสกัดหริอรับมือได้ เพราะการรับมือที่ดีที่สุด คือ ต้องไม่ตระบัดสัตย์ ต้องซื่อตรงต่อประชาชน อย่างน้อยนับจากนี้คงไม่เหมือนเดิมอีก เมื่อความชิงชังของประชาชนจะทวีเดือดระอุ และมาเร็วมาก" นายจตุพร กล่าว
อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญเพื่อไทยเชิดชูคำขวัญ "เพื่อไทยหัวใจคือประชาชน" แต่กลับสร้างเครื่องกีดขวาง นำแผงเหล็กมาสกัดประชาชน ที่ไปแสดงความเห็นที่พรรค ซึ่งการรับมือแบบนี้น่ารังเกียจ เป็นการคิดผิด และยิ่งจะทำให้พรรคเปลี่ยนสู่ความเลวร้ายได้
"แล้วสถานการณ์แบบนี้วันที่ 10 ส.ค. ทักษิณ ยังจะกล้ากลับไทยเหรอ" นายจตุพร ย้ำ
ประเทศไทยต้องมาก่อน