ข้อสังเกต
-ทำไมกระทรวงเกษตรฯ จึงเป็นที่หมายปอง ประลองกำลังกันหลายพรรค
**คำตอบคือ เป็นกระทรวงที่สร้างคะแนนนิยมได้ เกี่ยวข้องกับเกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มก้อนใหญ่ของประเทศ
**ถ้าแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร และการเพิ่มผลผลิตได้ เลือกตั้งอีกครั้งก็ชนะ กระทรวงนี้จึงเป็นที่หมายปอง
-ประชาธิปัตย์มีแค่ 16 เสียง สส. จะต่อรองได้ถึง 3 เก้าอี้จริงๆ หรือ โดยเฉพาะหากโควต้ารัฐมนตรีต่อจำนวน สส.พุ่งไปถึง 10 ต่อ 1 (สูตร 8 พรรคเดิม + ภูมิใจไทย)
-รมว.เกษตรฯ เป็นกระทรวงเกรดเอบวก พรรคที่มี สส.16-25 เสียง จะได้นั่งกระทรวงนี้จริงหรือ
-ข่าว ปชป.ได้เก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ช่วยยืนยันว่ามีการส่งแกนนำไป "ดีลกับเพื่อไทย" จริงๆ ตอกย้ำข่าว "นายกชาย" เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ แคนดิเดตเลขาธิการพรรคคนใหม่ บินไปฮ่องกง แล้วกลับมาพร้อมข่าวนี้ แต่ข่าวในรายละเอียด ระบุว่า ตัวเลข สส.ที่นำไปเจรจา คือ 16 เสียง (ยิ่งตอกย้ำว่าไปเจรจาจริง เพราะถ้าไปอ้างว่า 25 สส. จะมีคนไม่เชื่อว่าจริง เนื่องจากในพรรคยังขัดแย้งกันอยู่ และฝั่ง "เสี่ยต่อ" เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ก็มี สส.ในมือราวๆ 16 จาก 25 เสียง)
-ต่อเนื่องจากข้อสังเกตก่อนหน้า เป็นที่ทราบกันดีว่า "เสี่ยต่อ" ต้องการสานต่องานกระทรวงเกษตรฯ หลังนั่งเป็น รมว.มา 4 ปีเต็ม แม้เจ้าตัวจะเคยลั่นวาจาจะหันหลังให้การเมือง เพราะได้ สส.ไม่เข้าเป้า (ต่ำกว่า 52 เมื่อเทียบกับปี 2562) แต่สามารถส่งตัวแทนเข้าไปบริหารกระทรวงได้ แล้วตัวเองอยู่เบื้องหลัง
บทสรุปว่าด้วย "กระทรวงเกษตรฯ หัวกระไดไม่แห้ง"
-มีการดีลข้ามขั้วกันเรียบร้อย จึงมีการปล่อยข่าว
-ตกลงหรือไม่ตกลงไม่รู้ แต่คุยกันแล้วแน่นอน
-อย่างน้อยมีคุยกับ ปชป. และภูมิใจไทย ซึ่งเป็นฝ่าย 188 เสียง
-เพื่อไทยเองก็แบ่งเค้ก กระทรวงกันแล้ว
ดังนั้น ช่วงจัดครม. มีโอกาสขัดแย้งกันสูง หากก้าวไกลยังอยู่ร่วมด้วย มีโอกาสกระเด็นช่วงตั้งรัฐบาลจริงๆ หลังโหวตนายกฯ เพราะกระทรวงเกรดเอ รุมทึ้งกันหนักมาก