นายชัยธวัช กล่าวย้ำ กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องข้อบังคับที่ 41 นั้น ก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจของรัฐสภา และมีอำนาจเหนือรัฐสภา แต่ควรจะใช้ที่ประชุมสภาในการหาทางออก ขณะเดียวกันเห็นด้วยกับการปลดล็อกข้อจำกัด ในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมาจากพรรคใด ไม่อย่างนั้นสภาฯที่ถือเป็นตัวแทนอำนาจอธิปไตย จะทำอะไรได้หรือไม่ได้ต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่าง มันไม่น่าจะใช่ มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น ทั้งนี้ข้อเสนอเรื่องนี้ของพรรคก้าวไกลคงต้องนำไปหารือกัน
เมื่อถามว่า จะมีโอกาสที่พรรคก้าวไกล จะพลิกกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้หมด แต่สิ่งที่เราอยากผลักดันตอนนี้คือ ควรมีการปลดล็อกมติ ซึ่งน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้ หรืออาจเป็นไปได้ แต่ด้วยความยากลำบาก เพราะเรื่องนี้จะเป็นเงื่อนไขที่ไปกดดัน บีบให้การจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคการเมือง มีปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดตจากพรรคไหนก็ตาม เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องของแคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลพรรคเดียว
ส่วนหากปลดล็อกเรื่องนี้ได้ 8 พรรคจะเสนอชื่อนายพิธา ซ้ำอีกหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน เบื้องต้นตอนนี้พรรคก้าวไกลได้ส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการประชุม 8 พรรคร่วมครั้งต่อไป ยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจเป็นผลสืบเนื่องจากการงดประชุมสภาฯ และพรรคเพื่อไทยอาจต้องการระยะเวลาพอสมควรที่จะนำข้อเสนอต่างๆเข้าในที่ประชุม 8 พรรคอีกครั้ง
ส่วนความชัดเจนเรื่อง MOU 8 พรรค ที่มีกระแสข่าวว่าต้องปรับแก้ใหม่ ออกมาเรื่อยๆนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอในที่ประชุม แต่สำหรับพรรคก้าวไกลยังมีจุดยืนชัดเจนว่า พยายามอย่างดีที่สุด เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามผลการเลือกตั้ง
ส่วนมีความมั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ว่า ไม่ถึงขั้นฉีก MOU นายชัยธวัช กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปประเมิน แน่นอนว่าในทางการเมืองทุกอย่างเป็นไปได้ แต่ขอให้รอการประชุมดีกว่า ส่วนได้คุยกับพรรคพลังสังคมใหม่ ที่ออกมาพูดเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่ได้เจอกัน
นายชัยธวัช กล่าวต่อ ในส่วนการช่วยหาเสียงโหวตเพิ่มนั้น พรรคก้าวไกลก็พยายามพูดคุยกับทั้ง สว.และสส. ที่พรรคคุยได้เพื่อหาคะแนนโหวตให้พรรคเพื่อไทย
สำหรับกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ออกมาแสดงความเห็นค่อนข้างเป็นผลในทางลบกับพรรคก้าวไกลนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันและคงต้องเคารพความเห็นของทุกคน
นายชัยธวัช ชี้แจงสัมพันธ์ก้าวไกล-เพื่อไทย ยังเป็นข้าวต้มมัดหรือไม่ ว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญ คือความคาดหวัง ความต้องการของประชาชน ที่อยากเห็นพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เพื่อยุติอำนาจเดิม
เมื่อถามถึง กรณีที่หลายฝ่ายมองว่า ควรรออีก 10 เดือนเพื่อให้สว.หมดวาระ ในทางปฏิบัติสามารถทำได้หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ในทางปฏิบัติทำได้ แต่อาจจะนานเกินไป อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่า 8 พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคอันดับหนึ่งและอันดับสองจับมือกันแน่น รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปได้ยากกว่ารัฐบาลเสียงข้างมาก