"ประเสริฐ" ปัดยืมมือซีกรัฐบาลเก่าผลัก "ก้าวไกล" เป็นฝ่ายค้าน จ่อเสนอแก้ MOU
26 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ประเสริฐ" ปัดยืมมือขั้วรัฐบาลเก่าผลัก "ก้าวไกล" เป็นฝ่ายค้าน จ่อเสนอแก้ MOU หลังโอกาส "พิธา" เป็นนายกฯ ริบหรี่
การเมือง
26 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ประเสริฐ" ปัดยืมมือขั้วรัฐบาลเก่าผลัก "ก้าวไกล" เป็นฝ่ายค้าน จ่อเสนอแก้ MOU หลังโอกาส "พิธา" เป็นนายกฯ ริบหรี่
26 กรกฎาคม 2566 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจงถึงการยกเลิกการประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) ว่า เนื่องจาก การดำเนินการของพรรคเพื่อไทย ที่ 8 พรรคร่วมฯ มอบหมายมานั้น ยังอยู่ระหว่างการทำงาน และยังต้องรอการตัดสินใจในหลายประเด็น รวมถึงได้คาดการณ์ไว้แล้วว่า ประธานรัฐสภา จะเลื่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 3 ออกไปก่อน
ส่วนความคืบหน้าในการพูดคุยกับวุฒิสภา นายประเสริฐ กล่าวว่า 13 เสียงเดิม ที่เคยสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า ยังคงสนับสนุนเช่นเดิม และยังมีอีกส่วนหนึ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังประสาน ซึ่งบางส่วนตัดสินใจแล้ว
โดยยอมรับว่า หลายคนมีความกังวลต่อเงื่อนไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย และหลังจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะไปสรุปจำนวนที่แน่นอนอีกครั้ง และพรรคเพื่อไทย ยังได้พูดคุยกับพรรคการเมืองเกือบทั้งหมดแล้วหลังจากนี้ จะนำเสนอ 8 พรรคร่วมฯ ให้รับทราบต่อไป โดยยอมรับว่า การเลื่อนประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้พรรคเพื่อไทยมีเวลาในการพูดคุยมากขึ้น
ส่วนที่มีกระแสข่าว พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล มองหน้ากันไม่ติดแล้วนั้น นายประเสริฐ ปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) ยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายชัยธวัช และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งมีความเข้าใจถึงเหตุผลในการเลื่อนประชุมดี และพร้อมที่จะเข้าการร่วมประชุมในครั้งหน้าด้วย แต่พรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้พูดคุยกับพรรคก้าวไกล ถึงการไปหารือกับพรรคขั้วรัฐบาลเก่า โดยจะขอนำไปพูดคุยในที่ประชุม 8 พรรคทีเดียว
ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกล มองว่าการไปพูดคุยกับพรรครัฐบาลเก่าของพรรคเพื่อไทย เป็นความพยายามผลักพรรคก้าวไกลออกจากการร่วมรัฐบาล นายประเสริฐ ชี้แจง ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะการดำเนินการของพรรคเพื่อไทย ทำตามมติของ 8 พรรคร่วมฯ โดยไม่มีการตกลงที่จะขอเข้าร่วมรัฐบาล และไม่มีการต่อรองตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรี เพียงแต่เป็นการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองร่วมกัน และย้ำว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ยืมมือพรรคการเมืองอื่นผลักพรรคก้าวไกล เพราะ8 พรรคร่วม ก็ยังคงมีการพูดคุย และทำงานร่วมกันอยู่
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยไปคุยกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ พรรคก้าวไกลทราบก่อนหรือไม่ นายประเสริฐ ชี้แจงว่า ได้แจ้ง 8 พรรคร่วมไปแล้วว่า พรรคเพื่อไทยจะพูดคุยทุกพรรค และออกเป็นกำหนดการสาธารณะให้ทุกคนรับทราบ จึงถือว่ารับรู้
ส่วนข้อเสนอที่มีการให้แก้ไข้ MOU ที่พรรคก้าวไกลกำหนดขึ้นมานั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อมีการประชุม 8 พรรคร่วม แล้ว ก็จะมีการพูดคุยกัน เพื่อแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะในข้อ 1 ของ MOU 1 นั้นยังสนับสนุนให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ซึ่งตอนนี้โอกาสแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว
ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกล เตรียมเสนอให้รัฐสภาทบทวนมติการเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมนั้น พรรคเพื่อไทย ยังไม่ทราบรายละเอียด
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะถูกตีตก และไม่สามารถเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ใหม่อีกเหมือนกรณีนายพิธา โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะคดีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย มีคุณสมบัติครบ และไม่มีประเด็นที่น่ากังวล หวังว่าเสนอชื่อครั้งแรกจะได้รับการเห็นชอบทันที
นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงไทม์ไลน์การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกครั้งว่า ตนคิดว่า รัฐสภาน่าจะพิจารณาเปิดประชุมอีกครั้งหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว