สืบสาแหรก “สุวัจน์-เสี่ยหนู” เคยเคียงคู่พรรคชินวัตร
23 ก.ค. 2566 | darin_hor

กิจกรรมเปิดบ้านเพื่อไทยต้อนรับพรรคการเมืองต่างๆ วันนี้ บางช่วงเวลาเหมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่น พบปะศิษย์เก่าพรรคชินวัตร
การเมือง
23 ก.ค. 2566 | darin_hor

กิจกรรมเปิดบ้านเพื่อไทยต้อนรับพรรคการเมืองต่างๆ วันนี้ บางช่วงเวลาเหมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่น พบปะศิษย์เก่าพรรคชินวัตร
ไล่เรียงดูจะพบว่า แต่ละคนเคยมีตำแหน่งแห่งหนในพรรคเครือข่ายชินวัตร และได้ดิบได้ดีเป็นรัฐมนตรีในยุครุ่งเรืองของชินวัตร โดยเฉพาะทักษิณเป็นนายกฯ มาแล้วทั้งสิ้น
เริ่มจาก อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย เคยเป็นรัฐมนตรีสมัยแรก คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อครั้งอยู่ไทยรักไทย ในรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2548
ยุคนั้นอนุทินยังเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (ซึ่งมีมากถึง 111 คน) และโดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองไป 5 ปี จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรักไทย เมื่อปี 2550
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลทักษิณ เมื่อปี 2548 ยุคพรรคไทยรักไทย โดยช่วงแรกอยู่คนละพรรค สุวัจน์เป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชาติพัฒนาเฉยๆ ไม่มีกล้า) แต่ต่อมาได้ยุบพรรคชาติพัฒนา รวมกับพรรคไทยรักไทย
เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างพรรคใหญ่แบบลดบทบาทฝ่ายค้านของทักษิณ ทำให้พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2548 อย่างท่วมท้นถึง 377 เสียง จาก 500 เสียง ทำให้ฝ่ายค้านในยุคนั้นที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ (เพราะต้องใช้เสียง 2 ใน 5 หรือ 200 เสียงขึ้นไป)
เมื่อเข้าร่วมกับพรรคไทยรักไทยแล้ว สุวัจน์ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เมื่อพรรคถูกยุบ จึงถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เหมือนอนุทิน เจ้าตัวจึงออกไปทำพรรคการเมืองอื่น (รวมใจไทยชาติพัฒนา)
“ทุนใหญ่”จัดให้ รสทช.กลับใจเข้าบ้านอดีตศัตรู
ขณะที่แกนนำพรรคที่ดูไม่ค่อยเข้ากับเพื่อไทยมากที่สุด และไม่ใช่ศิษย์เก่าเพื่อไทย แถมยืนคนละข้างกับ “พรรคชินวัตร” คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ
เพราะ “บิ๊กตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค เคยอยู่ประชาธิปัตย์ ซึ่งก็คือคู่แข่งกับ “พรรคชินวัตร” มาทุกสมัย ตั้งแต่ปี 2544 / 2548 แข่งกับไทยรักไทย / 2550 แข่งกับพลังประชาชน / 2554 แข่งกับเพื่อไทย / กระทั่งเลือกตั้งปี 2562 ที่คู่แข่งของเพื่อไทย เปลี่ยนเป็นพลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์ถึงยุคตกต่ำ ฉุดไม่ขึ้นอยู่จนปัจจุบันนี้ / ส่วน “เสี่ยตุ๋ย - พีระพันธุ์” ได้ย้ายสำมะโนครัวออกจากประชาธิปัตย์ / มาทำพรรครวมไทยสร้างชาติ
อีกคนคือ “ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค เคยเป็นโฆษก กปปส. เป่านกหวีดล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาแล้ว
“วงใน” ทราบกันดีว่า เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ซึ่งมีข่าวจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ วันที่ 27 ก.ค.นี้ เคยยื่นเงื่อนไขกับทางพรรคว่า หากจะตั้งรัฐบาล ไม่ขอร่วมงานกับรวมไทยสร้างชาติ เพราะเป็นพรรคนกหวีด ม็อบไล่ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเศรษฐา เป็นสายตรงยิ่งลักษณ์ หรือ “นายกฯปู”
แต่ข่าวล่าสุดยืนยันว่า เงื่อนไขที่ว่านี้ล้มเลิกไปแล้ว เพราะ “คณิตศาสตร์ทางการเมือง” บีบบังคับ / หากเขี่ยก้าวไกลพ้นรัฐบาล / ต้องดึงพรรคขนาดกลางอย่างน้่อย 3 พรรคมาทดแทน จึงจะใกล้เคียงกับจำนวน สส.ของก้าวไกล ที่หายไป 151 เสียง คือ ภูมิใจไทย 71 พลังประชารัฐ 40 และรวมไทยสร้างชาติ 36 = 147 เสียง
"ดีลลับลังกาวี"
วันนี้คอการเมืองจึงได้เห็นภาพที่ไม่เคยคิดจะได้เห็น คือ"บิ๊กตุ๋ย" พีรพันธุ์ และ เอกนัฎ นั่งร่วมโต๊ะหารือชื่นมื่นกับ หมอชลน่าน และแกนนำเพื่อไทย
งานนี้ต้องไม่ลืมตัวเชื่อมสำคัญอย่าง สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน เพราะต้องไม่ลืมว่า นายทุนอันดับ 1 ของพรรคนี้เป็นใคร เชื่อมโยงอะไรกับสุพัฒนพงษ์ และนายทุนคนที่ว่านี้ ก็มีข่าวใน “ดีลลับลังกาวี” หารือกับ “คนแดนไกล” ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้งด้วย