เนชั่นทีวี

การเมือง

ฟัง"เสรีพิศุทธ์"พูดชัดๆถึง"ก้าวไกล"เมื่อเรือปชต.กำลังจมต้องทำยังไง

21 ก.ค. 2566

ฟัง"เสรีพิศุทธ์"พูดชัดๆถึง"ก้าวไกล"เมื่อเรือปชต.กำลังจมต้องทำยังไง

"เสรีพิศุทธ์"ชี้ "ก้าวไกล-เพื่อไทย" อยู่ด้วยกันมานาน ตัดเยื่อใยคงไม่ถูก เปรียบ หากเรือจะล่ม คนหนุ่มต้องเสียสละให้ "คนแก่-ผู้หญิง-เด็ก" รอด เพื่อให้ประชาธิปไตยไปต่อ ย้อนให้ไปดูปี 62 พรรคอันดับ 1 ชวดรัฐบาล

21 กรกฎาคม 2566 "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 112 เป็นเรื่องปกติ ตนเคยอภิปรายในรัฐสภาการแก้ไข มาตรา112 มีตั้งแต่ปี 2499 "พวกเราอยู่ที่ไหน ผมเกิดแล้ว แต่พวกคุณเกิดหรือยัง ถ้าจะเกิดการแก้ไขมาตรา 112 ในปัจจุบันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะมาตรา 112 เป็นประมวลกฎหมายอาญาทำได้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งตนเคยโดนข้อหา มาตรา 112 มาแล้ว และ สมัยตนเป็น ผบ.ตร. เบื้องบนบอกให้ปลดล็อกเรื่อง มาตรา 112 และตนสั่งไม่ฟ้องตาม มาตรา 112 ดังนั้น เรื่องมาตรา 112 เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เขาอ้างอย่างนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่เสนอชื่อ "นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซ้ำซ้อนขัดตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาหรือไม่ ตนไม่ได้ลงคะแนน และเห็นว่าผิดรัฐธรรมนูญ ถ้าตนลงคะแนนด้วยถือว่ายอมรับเขาจึงไม่ลงคะแนน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ที่บอกหากมีผู้ไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินถึงกรณีข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 ก็ต้องดูว่าผู้ร้องเป็นผู้เสียหายถูกละเมิดสิทธิหรือไม่ ถ้าไม่ถูกละเมิดสิทธิ ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่รับคำร้อง แต่ตนจะไปยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 26 ก.ค.นี้ เพื่อปลดล็อกมติที่ประชุมรัฐสภาครั้งที่แล้วให้ได้ ตอนนี้ไม่ได้ปลดล็อกทำให้บังคับมาเรื่อย  

"อย่างกรณีคุณพิธา ถ้าถูกปลดล็อกก็เสนอชื่อนายกฯได้ แต่คุณมีมติให้ผมเป็นเสียหาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่สืบสวนดำเนินคดีกับนักการเมือง ที่กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบที่กระทำการขัอต่อรัฐธรรมนูญ และดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายด้วย" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุ

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ทางฝ่าย สว.เขาจิ้มมาถ้ามีพรรคก้าวไกลไม่เอาด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทย บอกว่า มีก้าวไกลไม่เอาด้วย ตนเห็นว่าพรรคเพื่อไทยก้าวไกลอยู่ด้วยกันมาตลอด การจะตัดเยื่อใยเลยก็คงไม่ถูก ดังนั้น พรรคเพื่อไทยต้องรักษาพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกลควรสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ควรจะเป็นเรื่องพรรคก้าวไกลจะตัดสินใจจะทำอย่างไร 

"ถ้าเสียสละ ผมพูดในห้องประชุม 8 พรรค เรืออยู่กลางทะเล เรือมันล่ม มีคนแก่ ผู้หญิง มีเด็กต่างๆ เราคนหนุ่มจะขึ้นเรือเหรอ ต้องให้เด็ก คนแก่ ผู้หญิงขึ้นไปก่อน ไม่ใช่หนุ่มกระโดดขึ้นเรือก่อน ดังนั้น ต้องมีผู้เสียสละให้ประชาธิปไตยไปได้ ถ้าไม่เสียสละไปไม่ได้" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว 

เมื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าให้ต้องเสียสละหมายถึงก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบว่า ก็ไปคิดเอา ใครควรจะเสียสละ เพราะตนเสียสละ เพื่อไทยก็ไม่ได้ประโยชน์ ตนเสียงเดียว เดี๋ยวขอให้เพื่อไทยดำเนินการดีกว่า อย่าถามอะไรมาก  

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง ก็ต้องเสียสละหรือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า "คุณไปดูเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ใครได้คะแนนมากที่สุด พรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ แต่พรรคพลังประชารัฐ ก็ยังชิงจัดตั้งรัฐบาลเลย คราวนี้พรรคก้าวไกลได้ที่หนึ่ง พรรคเพื่อไทยได้ที่สอง เพื่อไทยยังไม่แย่งพรรคก้าวไกลจัดเลย เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจพรรคเพื่อไทยด้วย เมื่อมีโอกาสต้องช่วยเขา"

เมื่อถามว่า จะไม่ทำให้หลักการบิดเบี้ยวหรือ พล.ต.อ.​เสรีพิศุทธ์ ย้อนถามว่า "คุณต้องการอะไร ต้องการบริหารประเทศใช่หรือไม่ ครั้งที่แล้วคุณประยุทธ์ อยากเป็นนายกรัฐมนตรี ยังยกกระทรวงสำคัญให้ภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์เลย" 

เมื่อถามว่าพูดแบบนี้ไม่กลัวพรรคก้าวไกลโกรธใช่หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า "ไม่กลัวหรอก พูดความจริง และพูดด้วยความรัก"  

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลต้องไม่แตะ มาตรา 112 เลยใช่หรือไม่ ถึงจะอยู่ร่วม 8 พรรคได้ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ กล่าวว่า แค่บอกไม่แตะ มันก็ไม่ได้ เพราะมันติดตราตรึงใจไปแล้ว มันไปไม่ได้หรอก 

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำ แสดงว่าแนวทางน่าจะออกมาเป็นแนวทางที่ 3 ใช่หรือไม่ คือ ไม่มีพรรคก้าวไกล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่มี มีแต่ไม่ต้องไปโชว์  

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า มีแต่ไม่ต้องไปโชว์คือยังไง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่า "ระดับผู้สื่อข่าว ไม่ต้องบอกก็คิดเองได้"