เนชั่นทีวี

การเมือง

จับจังหวะก้าวเดิน "เพื่อไทย" ที่มี "ก้าวไกล" เป็นโซ่รัดคอ จะเลือกทางไหน?

21 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

จับจังหวะก้าวเดิน "เพื่อไทย" ที่มี "ก้าวไกล" เป็นโซ่รัดคอ จะเลือกทางไหน?

จับจังหวะก้าวเดิน "เพื่อไทย" ในสมการ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มี "ก้าวไกล" เป็นโซ่รัดคอ ที่สว.และ188 เสียงข้างน้อย ไม่ต้องการ เหลือเวลาอีก 6 วัน จะเลือกทางไหน?

21 กรกฎาคม 2566 จากสถานการณ์การเมืองที่กรุ่นระอุอยู่ในขณะนี้ อันเนื่องมาจากที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่เห็นด้วย ให้มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกซ้ำ เนื่องจากผิดข้อบังคับ 41 เมื่อผลออกมาเช่นนั้นทำให้การเมืองอลเวงทันที โดยเฉพาะ พรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องเปลี่ยนแผนมาเป็นเสนอแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทย ในขณะที่ปรากฏการณ์วันที่ 19 ก.ค. ยังตามหลอน “เพื่อไทย” ถ้าไม่ยอมหย่ากับ “ก้าวไกล” เสียงที่ได้ใน วันที่ 27 ก.ค.ก็จะไม่ต่างกัน

โดยในวันนี้ ทั้ง 2 พรรคได้ออกมาแถลงท่าที รวมถึง มติ 8 พรรคร่วม โดย “เนชั่นทีวี” ได้สรุปรวมมาให้แล้ว

พรรคก้าวไกลแถลงวันนี้ก่อนประชุม 8 พรรคร่วม

เริ่มจากพรรคก้าวไกล โดย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคฯ แถลงว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 เป็นการประกาศเจตจำนงของประชาชนที่ชัดเจนว่า ต้องการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ด้วยการลงคะแนน 14 ล้านเสียงจนชนะเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ดังนั้น เป้าหมายสูงสุดในฐานะพรรคอันดับ 1 คือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้สำเร็จ เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเดิม แต่ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ทุกอย่างชี้ชัดว่า

"ทุกองคาพยพของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ทั้งการเมืองจารีต ทุนผูกขาด และสถาบันองค์กรต่างๆ ที่เป็นบริวารแวดล้อมทั้งหมด ไม่ยอมให้ก้าวไกล เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยเอาเรื่องมาตรา 112 มาบังหน้า และอ้างความจงรักภักดีมาปะทะกับการเลือกตั้งของประชาชน" นายชัยธวัช กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนไหวผ่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังตัดสิทธิทางการเมืองของแกนนำพรรค และยุบพรรคก้าวไกลให้ได้ ด้วยเหตุนี้ เห็นว่า สว.จึงฝืนมติมหาชน ไม่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามเสียงส่วนใหญ่ของสภาฯ มิหนำซ้ำยังกล้าทำลายหลักการ ตีความข้อบังคับของรัฐสภา ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เปรียบเสมือนการล้มล้างการปกครอง หรือฉีกรัฐธรรมนูญ ผ่านกฎหมู่ เพียงเพื่อต้องการขัดขวางไม่ให้เสนอชื่อ “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรค เป็นนายกฯในครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลไม่ยอมรับการตีความข้อบังคับดังกล่าว แต่ภายใต้การทำงานที่สอดประสานกันทั้งองคาพยพของฝ่ายอนุรักษ์นิยมเช่นนี้ จำเป็นต้องขอโทษต่อประชาชน และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกเขาไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายชัยธวัช แถลงย้ำว่า การที่นายพิธา ไม่สามารถเป็นนายกฯได้ ไม่ได้หมายความว่า ภารกิจในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อพลิกขั้วอำนาจรัฐบาลจะไม่สำเร็จไปด้วย เป้าหมายสูงสุดของก้าวไกลในฐานะพรรคอันดับ 1 ยังคงอยู่ นั่นคือการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเดิมให้สำเร็จ

สิ่งสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่อง นายพิธา จะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ แต่คือเรื่องประเทศไทย จะกลับสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่ หยุดการสืบทอดอำนาจได้หรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคก้าวไกลจะเปิดโอกาสให้ประเทศ ให้พรรคอันดับ 2 คือ พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ของพันธมิตร 8 พรรคที่เราได้เคยทำเอ็มโอยูร่วมกันเอาไว้ ดังนั้น ในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไป พรรคก้าวไกลจะเสนอชื่อ แคนดิเดตจากพรรค เพื่อไทย เป็นนายกฯคนที่ 30 เช่นเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยเคยสนับสนุนพรรคก้าวไกลนี่เป็นคำแถลงทั้งหมดในวันนี้ นายชัยธวัช กล่าว

เพื่อไทยแถลงขอบคุณก้าวไกล

หลังจากนั้น พรรคเพื่อไทยโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณพรรคก้าวไกล ที่ส่งมอบภารกิจในการจัดตั้งรัฐบาลให้กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นไปตามวิถีทางทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้เงื่อนไขของการร่วมรัฐบาลจาก 8 พรรคการเมืองเดิม ตามที่พรรคก้าวไกลได้แถลงต่อสื่อมวลชนไปแล้ว เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยจะได้หารือกับ 8 พรรคการเมืองเดิมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยเห็นว่าภายใต้ข้อตกลงของ 8 พรรคการเมืองเดิม พรรคการเมืองทั้ง 8 พรรคสามารถรวมเสียงได้ 312 เสียง ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาไม่เห็นชอบ เนื่องจากมีเงื่อนไขสำคัญที่เกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จึงส่งผลให้ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

“พรรคเพื่อไทยจึงมีความจำเป็นต้องหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาเพิ่มเติม เพื่อให้ได้เสียงเกินกว่า 375 เสียง เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยจะขอเสียงสนับสุนนจาก สมาชิกวุฒิสภา และจากพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ในที่สุด”

อย่างไรก็ตามวันนี้เวลา 15.00น. ได้นัด 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลหารือที่พรรคเพื่อไทย โดยหลังจากการหารือจะมีการแถลงข่าวให้ทราบต่อไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพูดคุยเพื่อหาทางออก พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันเงื่อนไขในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อออกจากปัญหาเดิมๆ ซึ่งนับจากวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. จนมาถึงวันนี้รอมากว่า 2 เดือน จึงจำเป็นต้องตั้งรัฐบาลให้ได้ ซึ่งวันนี้จะหารือเพื่อหาทางออกในการฝ่าเงื่อนไขต่างๆ เพราะการตั้งรัฐบาลได้จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ มติครม.วันแรก เราจะเสนอให้จัดตั้ง สสร. มาแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที  ย้ำเป้าหมายเราต้องได้นายกฯในวันที่ 27 กรกฎาคม นี้ให้ได้

“วันนี้ตั้งใจจะต้องเอาให้ผ่าน เราเชื่อมั่นว่า 27 ก.ค.นี้เราต้องได้ตัวนายกรัฐมนตรี” นายภูมิธรรม กล่าวทิ้งท้าย

เพื่อไทย เป็นแกนนำแถลงมติ 8 พรรคร่วม

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17. 00 น. ภายหลังการประชุมร่วม 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้วน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนแกนนำ 8 พรรค แถลงผลการหารือ จัดตั้งรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติให้พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมควรได้รับแต่งเป็นนายกฯ ส่วนวิธีการให้ได้มาเสียงสนับสนุน ที่ประชุมเสนอ คือ

     1. 8 พรรค 312 เสียง จะดำเนินการแสวงหาจาก สว. ให้ได้ครบตามจำนวน ที่จะต้องเติมเข้ามาให้ได้ 375 เสียง อีก 63 เสียง การได้มาซึ่ง สว. อาจมีเงื่อนไขที่ สว. ตั้งกรณี ม.112 เป็นสิ่งที่เพื่อไทยไปพูดคุย กรณีที่ สว. ลดเงื่อนไข เพื่อไทยจะรับมาหารือกับ ก้าวไกล และพรรคร่วม

     2. กรณีได้เสียงไม่พอ เพื่อไทยจะไปพูดคุยกับพรรคการเมือง ตามที่เพื่อไทยเห็นควร เพื่อให้ได้มาซึ่งได้เสียงจาก สส. โดยพรรคที่จะไปพูดคุยให้เป็นเสรีภาพของเพื่อไทย

     3. แนวทางอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ให้สิทธิ์เพื่อไทยพิจารณา เพื่อให้ได้ 375 เสียง ในการประชุมวันที่ 27 ก.ค.

ส่วนจะให้ก้าวไกลจะลดเพดาน โดยเพื่อไทยจะไปสอบถาม สว. ที่ต้องการให้ลดเงื่อนไขและลดเพดานคืออะไร ถ้ารับเงื่อนไขมาแล้ว ก็จะมาสื่อสารกับพรรคก้าวไกลต่อไป

ขณะเดียวกัน จะสรุปรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่จะเสนอในวันที่ 27 ก.ค. ในวันที่ 25 ก.ค.นี้

จากท่าทีของ 8 พรรคร่วมรัฐบาล พอจะเห็นแสงหรือไม่ เพราะ 3 ข้อที่แถลงออกมานั้น ยังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ในสมการ แล้วเพื่อไทยจะเดินทางไหน ทางหนึ่งเคยมีกระแสแจกกล้วย 65 สว. ทางหนึ่ง สะบั้นก้าวไกล ทางไหนเชือกจะไม่สะบัดเข้าตาเพื่อไทย

ข่าวล่าสุด