เนชั่นทีวี

การเมือง

"พิธา" ดักคอ! พร้อมถอยให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกัน!

18 ก.ค. 2566 | sirisak_rue

"พิธา" ดักคอ! พร้อมถอยให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกัน!

"พิธา" ห่วงคว่ำญัตติเพื่อสกัดนั่งนายกฯ ดึงสติจะกระทบทั้งระบบ ย้ำหากโหวตรอบ 2 ไม่ผ่าน พร้อมถอยเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกันเพื่อตั้งรัฐบาล ไม่ตอบชัดปมถอยแก้มาตรา 112

18 กรกฎาคม 2566 ที่อาคารรัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม สส.ของพรรค ภายหลังวิป 3 ฝ่าย ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเสนอชื่อ นายพิธา เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ว่า ตนยังไม่ได้อัพเดตหลังจากเดินสายให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนตลอดช่วงเช้า ทำให้จะมาฟังผลการประชุมพรรคในช่วงบ่าย ทั้งเรื่องข้อบังคับการประชุม รวมถึงเรื่องต่าง ๆ โดยจะใช้เวลานี้คุยกับ สส.ภายในพรรคทำให้ยังไม่ทราบรายละเอียด

"พิธา" ดักคอ! พร้อมถอยให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกัน!

ส่วนกังวลหรือไม่เพราะขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะเสนอชื่อนายพิธา ได้นั้น นายพิธา ย้ำว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดทำให้ไม่รู้ว่าควรจะต้องกังวลหรือไม่ตัองกังวล แต่เมื่อวานที่ประชุม 8 พรรคร่วม ได้อธิบายในแง่กฏหมายของทุกพรรค ฝ่ายกฎหมายหลายพรรคได้มาคุยกันว่าการโหวตนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ การอ้างระเบียบข้อบังคับนั้นไม่เกี่ยว หรือหากเป็นญัตติต้องพูดให้ชัด แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ และมีหลายมุม ซึ่งต้องขอรอฟังที่ประชุม สส.ให้อัพเดตให้ฟังก่อน

เมื่อถามว่าหากมีการโหวตได้เสียงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยสำคัญเป็นตัวเลขเท่าไรนั้น นายพิธา ระบุว่า เป็นไปตามที่สื่อสารคือเพิ่มขึ้น กว่า10% ประมาณ 340-350 กว่า ๆ เสียง จะเห็นว่าเป็นทิศทางที่ดี ที่เข้าใกล้เป้าหมาย รวมถึงเรื่อง ม.272 ที่ดำเนินการโดยพรรคก้าวไกลได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ หรือถ่วงเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ตัดสินใจด้วยสถิติในการโหวต ปิดสวิตซ์ สว.เมื่อเดือน พ.ย.ปี 63 เดือน พ.ค.ปี 64 และเดือน ก.ย.ปี 65

"พิธา" ดักคอ! พร้อมถอยให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกัน!

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยพูดถึงความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ตัองมีการเปิดทางจากพรรคก้าวไกลก่อนนั้น นายพิธา กล่าวว่า ครับเมื่อถึงเวลาก็เป็นแบบนั้น

ส่วนจะต้องเตรียมแผนสำรองและเสนอชื่อคนที่จะมาโหวตนายกรัฐมนตรีแทนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่เห็นสถานการณ์ที่จำเป็นจะต้องทำแบบนั้น อยากฟังสถานการณ์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นกฎหมาย หรือที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย

ส่วนการเสนอปรับ MOUใหม่จะมีแผนหรือกรอบอย่างไรหรือไม่นั้น นายพิธา กล่าวว่า MOUยังเหมือนเดิมอยู่ และยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคไหนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง วันนี้ยังไม่มีโอกาสได้ฟังข้อเท็จจริง มีเพียงฟังผู้สื่อข่าว ซึ่งจะต้องขอไปคุยกับพรรคร่วมทั้ง 8 พรรคก่อน หากมีการปรับเปลี่ยน พร้อมยืนยันว่า หากได้รับผลลัพธ์ สามารถปรับยุทธศาสตร์ไปได้เรื่อย ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

"พิธา" ดักคอ! พร้อมถอยให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกัน!

ส่วนกรณีที่ สว.ระบุว่าหากพรรคก้าวไกลไม่แก้ม.112 ก็จะโหวตให้นั้น นายพิธา กล่าวว่า จากการอภิปรายเมื่อวันที่ 13 ก.ค.เป็นโอกาสที่ทำให้เห็นภาพได้มากขึ้น ตนเห็นว่าบางคนคิดว่าเป็นเรืาองความยืดหยุ่นมากกว่า ว่าใครจะเป็นคนฟ้องผู้กระทำผิด เพื่อที่จะให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ เป้าหมายที่ไม่ให้ใครเอากฎหมายมาตรานี้มารังแกกัน ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเป็นคนฟ้อง บางคนบอกว่าต้องเป็นนายกฯ บางคนก็บอกว่าต้องเป็นคณะกรรมการ ซึ่งที่จริงแล้วการอภิปรายเมื่อวันที่ 13 ทำให้เราเข้ามกล้ามากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องแก้หรือไม่แก้ รู้สึกว่ามีความคืบหน้าเหมือนกันในเรื่องแบบนี้จากที่ไม่เคยคุยกันก่อน 

ส่วนที่กลุ่ม สว.พยายามคว่ำการโหวตก่อนที่จะมีการอภิปรายนั้น นายพิธา กล่าวว่า หากทำเพื่อสกัดกั้นตนคนเดียวแล้วให้กลายเป็นเรื่องของระบบทั้งหมด

"พิธา" ดักคอ! พร้อมถอยให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกัน!

“อีกหน่อยถ้ามันมัดผม มัดพรรคผม มันก็จะมัดพรรคที่สอง พรรคที่สาม พรรคที่สี่ และผมเข้าใจว่าถ้าเป็นในเชิงรัฐศาสตร์ การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กับญัตติ ต่อไปนี้ถ้ามีคนที่มาดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ต้องมีการเสนอชื่อ ก็จะกลายเป็นญัตติหมด ไม่ว่าจะเป็นศาลหรือสภาแล้วโดนแบบนี้มันจะกลายเป็นการผูกที่แก้ยากมาก ๆ และจะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคตของคนที่เข้ามาดำรงตำแหนางทางการเมือง วันนี้ต้องดึงสติกันให้ชัด มันคือความแตกต่างระหว่างเสนอชื่อกับญัตติ และถ้าอันไหนที่เป็นมาตราที่ต้องเป็นญัตติในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด ว่าอย่างงี้ต้องเข้าชื่อแล้วยื่นญัตติ กับอีกอันที่อยู่กันละหมวดแล้วไม่มีการพูดถึง ผมคิดว่าถ้าไปตีความสกัดไม่ให้เป็นผม ผมว่าแบบนี้น่ากลัว”

เมื่อถามว่า เป็นเพราะความพยายามสลับขั้วการตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่สามารถฟันธงได้ แต่หากสกัดกั้นตน เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะทำ

"พิธา" ดักคอ! พร้อมถอยให้ประเทศเดินหน้าต่อ แต่เพื่อไทยต้องลงเรือลำเดียวกัน!

เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกลจะอยู่ในสมการเดียวกัน นายพิธา กล่าวว่า นั่นเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ เพราะเป็นรัฐบาลที่ร่วมกันจัดตั้ง 8 พรรคร่วม มี MOU กันมาอย่างชัดเจน และทำงานมาถึงขั้นนี้แล้ว ตนคิดว่าหากตนในฐานะพรรคอันดับ 1 ไปต่อไม่ได้ ก็ส่งไม้ให้พรรคอันดับ 2 ก็คิดว่าคงจะอยู่ในเรือลำเดียวกัน ร่วมกันมาและตั้งรัฐบาลแห่งความหวังของประชาชน

ส่วนจะมีเงื่อนไขอะไรที่จะดึงพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลหากมีการปรับ MOU นั้นนายพิธา ระบุว่า ยังไม่มีและให้ยึดตามแถลงเมื่อวานนี้

นายพิธา ยังกล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคภูมิใจไทย บอกให้ลดเพดานแล้วพร้อมจะโหวตให้นั้นว่า ตนไม่แน่ใจว่าข้อเสนอนี้ยังอยู่หรือจบไปแล้ว เพราะเห็นจากสื่อว่าจบไปแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องนำมาวิเคราะห์กัน

ข่าวล่าสุด