นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ความขัดแย้งของคนไทยมากมาย ถ้าหากสนับสนุนนายพิธาและพรรคก้าวไกล ก็จะลุยแก้มาตรา 112 และไปไกลกว่านั้นอีก คนที่เขาอยู่เงียบๆ พลังเงียบก็จะออกมาเต็มบ้านเต็มเมืองอีกเช่นกัน ดังนั้นต้องมองทั้งสองด้าน หากนายพิธาถอยออกไป สถานการณ์ก็จะเบาบางลง เเต่ทั้งหมดก็ปล่อยให้เป็นเรื่องสถานการณ์และความมั่นคง ในเรื่องต่างๆที่จะเกิดขึ้น
นอกจากนี้นายกิตติศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ในโลกโซเชียลมีการล่าแม่มดของกลุ่มส.ว. อาจจะทำให้ส.ว. หันมาหนุนนายพิธา ในการโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ว่า การล่าแม่มด การไปข่มขู่ การทำอะไรที่ก้าวร้าวรุนแรง มันเป็นประชาธิปไตยที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่การมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตยซ่อน ดังนั้น การที่ไปรังควานส.ว. ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของ ส.ว.ที่จะเปลี่ยนไป มีแต่ความเข้มข้นมากขึ้น
“โดยเฉพาะตนเอง บ้านตนมีประชาชนไปหาเกือบทุกวัน ถ้าด้อมส้มจะไปตนยินดีเชิญ ตนไม่มีธุรกิจ มีที่นาอยู่ 10 กว่าไร่ จะได้ให้ช่วยทำนาซะเลย”
เมื่อถามว่ามีที่จอดรถทัวร์หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า “ไปเป็นรถไฟก็ได้ เดี๋ยวเลี้ยงข้าว” นายกิตติศักดิ์ กล่าว
ส่วนกระแส ตามหาเมียน้อยส.ว. ตรงนี้หลายคนกังวลเช่นกัน ส่วนตัวก็ไม่ทราบ แต่พูดเล่นกัน ใครจะทำอะไรก็ทำได้ แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ถ้าหากทำแล้วเขาเสียหาย เขาฟ้องได้ และต้องหากระเช้าไปอีก ทุกฝ่ายควรคิดและต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย