นายพิธา บอกอีกว่า เสียดายว่าการลงพื้นที่วันนี้ยังไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ยังแก้ไขปัญหาให้คนปทุมธานีไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่รอแทบไม่ไหวที่จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก และลงมือแก้ไขปัญหาให้ชาวปทุมธานีให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเลือกพรรคก้าวไกลทั้ง 6 เขตกว่า 360,000 คะแนน หรือจะเป็นพรรคเพื่อไทย ก็ขอให้ปรบมือให้ตัวเอง เพราะสองพรรคนี้รวมกับอีก 6 พรรค สามารถอนุมานได้ว่า ชาวปทุมธานีต้องการประเทศไทยที่ไม่เหมือนเดิม
พร้อมขอประชาชนร่วมลุ้นไปด้วยกันในวันที่ 13 กรกฎาคม เหลืออีก 3 วัน ที่ทั่วโลกกำลังจับตาว่าเรามีคุณค่าประชาธิปไตยแบบไหน และเราเลือกทางเดินแบบไหนให้กับประเทศไทย ในเมื่อพวกท่านออกมาในวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เลือกขีดประวัติศาสตร์ใหม่ของปทุมธานีแล้ว ที่เหลือเป็นหน้าที่ของสภาล่างและสภาบน ที่จะยุติความขัดแย้งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แล้วคืนความปกติให้การเมืองไทย
"ต้องให้ความเป็นธรรมกับวุฒิสภา เพราะได้มีโอกาสพูดคุยแล้วพบว่า ไม่สามารถเหมารวมวุฒิสภาทั้งหมดได้ เพราะเป็นปัจเจกชน และมีดุลพินิจ จึงขอเสียงปรบมือให้กับความกล้าหาญและการตัดสินใจที่จะยืนอยู่ข้างประชาชน" นายพิธา ระบุ
โดยจากการพูดคุย วุฒิสภาเป็นอดีตข้าราชการ มีความปรารถนาในช่วงชีวิตที่ต้องการแก้ปัญหาให้ประชาชนและชาวปทุมธานีในด้านต่าง ๆ ก่อนไล่เรียงปัญหาต่าง ๆ ในปทุมธานี ทั้งรถติด ขยะ มลพิษ เพราะมีพื้นที่เป็นอันดับ 70 ของประเทศ ฉะนั้นปัญหาของประชาชนที่กองรวมกันมันใหญ่กว่าการเมืองที่นักการเมืองเล่นกันอยู่ในสภาแน่นอน