เนชั่นทีวี

การเมือง

"ภูมิธรรม" ย้ำเพื่อไทยผลักดัน "ก้าวไกล" เป็นแกนตั้งรัฐบาล "พิธา" เป็นนายกฯ

07 ก.ค. 2566 | tinakit_rat

"ภูมิธรรม" ย้ำเพื่อไทยผลักดัน "ก้าวไกล" เป็นแกนตั้งรัฐบาล "พิธา" เป็นนายกฯ

"ภูมิธรรม" ย้ำเพื่อไทยผลักดัน "ก้าวไกล" เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล "พิธา" เป็นนายกฯ พร้อมช่วยขอเสียง ส.ว.ทุกช่องทาง - แนะพูดคุยทำความเข้าใจนโยบาย 112 กับสภาสูง-รัฐบาลเก่า

7 กรกฎาคม 2566 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความพร้อมของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย สำหรับการประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ว่า พรรคเพื่อไทย มีการเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทิศทางในการลงมติ ตั้งแต่การเลือกตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นไปตามความมุ่งหวังของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทย มีจุดมุ่งหมายในการจับมือกัน ระหว่าง 8 พรรคร่วมฯ จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ดังนั้น เสียงของพรรคเพื่อไทย ก็จะเป็นไปตามที่ตกลงไว้ตั้งแต่ต้น

โดยในสัปดาห์หน้าก่อนจะมีการลงมติเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี อาจจะมีการสัมมนา ส.ส. เพื่อเตรียมการทำงานของ ส.ส.ในสภาฯ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำความเข้าใจระหว่างกัน และพรรคเพื่อไทย ยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน แก้ไขจุดอ่อนเพื่อเดินหน้า จึงอาจมีการปรับองค์กร หรือปรับขบวนใหม่ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับสภาฯ ก็อาจจะมีการพูดคุยร่วมกัน เพื่อให้ ส.ส.ทำหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนความจำเป็นของ 8 พรรคร่วมรัฐบาล ควรจะต้องมีการพูดคุยร่วมกันก่อนที่จะมีการลงมติหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำ แต่เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้มีการประสานงานไปเบื้องต้นกับพรรคก้าวไกล ก่อนการประชุมรัฐสภาแล้วว่า ควรจะต้องประเมินสถานร่วมกันก่อนที่จะมีการลงมติว่า มีสิ่งใดที่จะต้องปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลง ให้เป็นไปในลักษณะทิศทางร่วมกันหรือไม่

หรือหากพรรคก้าวไกลประเมินแล้วว่า ไม่มีความกังวลใด ๆ ที่จะต้องประชุมร่วมกันแล้ว ก็อาจจะไม่ประชุมก็ได้ แต่ในความเห็นส่วนตัวนั้น เห็นว่า ควรจะมีสักครั้ง เพื่อสรุปปัญหา และทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และชี้แจงให้ ส.ส.ของพรรคเข้าใจ และเดินต่อไปในทิศทางที่ร่วมกัน

นายภูมิธรรม กล่าวถึงความหมาย ภายในข้อตกลงระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ที่จะต้องสนับสนุนให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างสุดความสามารถว่า เป็นข้อตกลงร่วมกันในการตัดสินใจให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เป็นประธานสภาฯ ซึ่งความหมายดังกล่าวในข้อตกลง คือ

การแสดงเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นในการจับมือกันอย่างมั่นคง และ 8 พรรคร่วมฯ ก็จะแสดงความมั่นคงให้ประชาชนมั่นใจ ในการผลักดันให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตย ที่มีพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนจะไปได้อย่างไรต่อไปนั้น จะต้องให้พรรคก้าวไกล เป็นผู้ประเมินตามสถานการณ์ และหากจะมีประเด็นต่าง ๆ เกิดขึ้น ก็จะต้องนำเข้าหารือในที่ประชุม 8 พรรคร่วมฯ

ส่วนหากการประชุมรัฐสภา เพื่อให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก แต่ยังไม่สามารถได้รับเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากรัฐสภา ในการประชุมครั้งถัดไป จะยังให้โอกาสพรรคก้าวไกลต่อ หรือควรจะเปลี่ยนตัวบุคคล นายภูมิธรรม ยืนยันว่า ความชัดเจนของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ คือ การผลักดันนายพิธา ให้ประสบความสำเร็จ และยังไม่อยากพิจารณาถึงเหตุการณ์สมมติอื่น ๆ เพราะหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็แสดงความมั่นใจแล้วว่า ได้มีการพูดคุยกับ ส.ว.แล้ว พรรคเพื่อไทย จึงเชื่อมั่นในสิ่งที่พรรคก้าวไกลได้ดำเนินการ

พรรคเพื่อไทย ไม่มีความคลางแคลงใจในเรื่องดังกล่าว และพร้อมผลักดันนายพิธาเต็มที่ รวมถึงเชื่อว่า สถานการณ์ต่าง ๆ จะผ่านไปด้วยดี เพราะหลาย ๆ ปัจจัยอย่างเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ก็ไม่สามารถรวมกันได้ 188 เสียง ในขั้นต้น

ซึ่ง 71 เสียงของพรรคภูมิใจไทย ก็สะท้อนว่า ไม่พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และอยากให้เสียงของประชาชนเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งการลงมติงดออกเสียงในการลงมติ เพื่อเลือกนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่ได้เป็นการปฏิเสธไม่เห็นชอบกับพรรคก้าวไกล

แต่จะได้เสียงมาสนับสนุนหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับคำตอบของพรรคภูมิใจไทย และขึ้นอยู่กับพรรคก้าวไกล ว่าจะตัดสินใจใช้ทางเลือกเพื่อเข้าสู่เป้าหมายอย่างไร รวมถึงการขอเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ให้ครบ 64 เสียง หรืออาจขอให้พรรคร่วมรัฐบาลเดิม สนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรค โดยไม่ได้เข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วย หรือวิธีการอื่น ๆ ที่พรรคก้าวไกลจะตัดสินใจ

ส่วนการเจรจากับวุฒิสภา เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้กับนายพิธานั้น นายภูมิธรรม เห็นว่า เป็นภารกิจของ 8 พรรคร่วมที่จะต้องดำเนินการร่วมกัน แต่พรรคแกนนำ ก็อาจจะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก พร้อมย้ำว่า พรรคเพื่อไทย พร้อมสนับสนุนเต็มที่ทุกช่องทาง เช่น ส.ว.คนนี้ สนิทสนมกับ ส.ส.ของพรรคจังหวัดใด ก็จะสามารถช่วยประสานพูดคุย ทำความเข้าใจร่วมกันได้

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงนโยบายการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล ที่อาจจะเป็นเงื่อนไขทำให้ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากส.ว. รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลเดิมว่า แม้ตนเองจะไม่ขอเข้าไปก้าวล่วงคิดแทนพรรคก้าวไกล แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย มองว่า หากมีเรื่องใด ที่เป็นปัญหา เป็นความแตกต่าง ก็ควรจะมีการหารือกันให้ทั่วถึง และหลีกเลี่ยงความเห็น ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในอนาคต ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุด ควรมีการเปิดเวทีพูดคุยกันให้กว้างขวาง หรือใช้กระบวนการรัฐบาล หรือองค์กรอื่น ๆ เพื่อหาช่องทางให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ และแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด

ข่าวล่าสุด