"ระหว่างประชุม ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค บอกผมว่า ทางก้าวไกล เขาอยากพูดคุยหาทางออก ผมบอกได้ โดยก้าวไกล คือ "นายพิจารณ์ เชาววัฒนพงศ์" รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค เปิดห้องคุยกัน ไม่ใช่เรื่อง 8 พรรค เราเล่าให้เขาฟังว่า เรามีปัญหา เราอยากสนับสนุนคุณพิธาเป็นนายกฯแน่นอน ไม่มีปัญหาอะไร แต่ในส่วนตำแหน่งประธานสภา ในที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยคราวที่แล้ว ให้ผมยืน 14+1 แล้วให้คุยกับก้าวไกลให้เรียบร้อย" จากนั้นให้มาแจ้งกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทราบ"
"ผมก็ไม่มีทางออก ถ้าผมยืนอย่างนี้ แล้วผลการพูดคุยกับก้าวไกลออกมาอีกแบบ จะทำให้ ส.ส.พรรคผมไม่สบายใจกัน มีปัญหามาก ออกมาพรรคผมก็เสียไม่มีวินัย แล้วยิ่งมีข่าวว่าพรรคอื่นจะส่งแข่ง ถ้าผมยืนตามแบบนี้ แล้วออกมาอีกแบบ พรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคหักหลังเขา ผมว่าไม่พร้อมเป็นแบบนั้น"
"สิ่งที่ผมอยากทำคือสง่างาม อยากเสนอใครหรือไม่เสนอใคร ต้องพูดให้ชัดเจนแล้วคุมทั้งหมดให้ได้ ผมได้พูดกันไปกับหัวหน้า( นพ.ชลน่าน) และเลขาพรรค( นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ) ถ้าเราทำแบบนั้น แต่มาพูดกับก้าวไกลผลออกมาอีกแบบ ก็คงไม่มีทางเลือกอื่น ทางหัวหน้า เลขา ผม กก.บห.ทั้งชุดต้องลาออก แสดงความรับผิดชอบไม่สามารถจัดการให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างพรรคได้"
"นายภูมิธรรม" เล่าต่อไปว่า ก่อนที่เข้ามาคุยกับตัวแทนก้าวไกล ได้หารือกับนพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับข้อเสนอทางเลือก
"ผมคุยหัวหน้าว่า เราคิดว่าอย่างนี้ไม่ได้ เราเสนอหัวหน้าเลยดีกว่าเป็นประธานสภา ดีกว่าเอาคนนั้นคนนี้ หัวหน้าบอกไม่เอา ผมไม่พร้อมเข้าไปแบบนั้น ผมรู้สึกว่าต้องเสนอเขา คุณหมอชลน่านบอกหาคนกลางสิ ผมบอกเออคนกลางก็ดี ถามว่าคนกลางไหนก็เสนอ อาจารย์วันนอร์สิน่าจะดี สรุปเราไปนั่งคุย เป็นที่ตกลงก่อนแถลง"
"นายภูมิธรรม" ยังเล่าถึงกรณีภาพถ่ายซุบซิปกับอจ.วันนอร์ นั้น "ผมได้บอกอจ.วันนอร์ไปแล้ว ก้าวไกลไม่มีทางเลือก ทางพรรคผมก็ไม่ยอม ท่านอจ.วันนอร์บอกต้องมีทางออก ผมก็บอกไปว่า ทางออกคือการแก้วิกฤตครั้งนี้อยู่บนมืออาจารย์แล้วหล่ะ เพราะก้าวไกลไม่มีทางเลือก และทางพรรคผมอีก อจ.คือทางเลือกที่สามที่ดีที่สุด"
"นายภูมิธรรม" เล่าต่อไปถึงการพูดคุยกับอาจารย์วันนอร์ "ถ้าอาจารย์วันนอร์รับเป็น"ประธานสภาฯ" จะสามารถแก้ปัญหาได้ ผมบอกว่า สิ่งที่ผมได้ยินมาห่วงอย่างเดียว อาจารย์วันนอร์มีปัญหาสุขภาพ อาจารย์คงไม่รับ ปรากฎว่า อาจารย์วันนอร์บอกไม่ป่วย สิ่งที่อาจารย์วันนอร์อยากลาออกภายในไม่อีกกี่ปีนี้ โดยจะเปิดให้คนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ได้เป็นส.ส.มาแทนที่ เหมือนกับที่ให้ พ.ต.อ.ทวี สองส่อง เลขาพรรคขึ้นมาเป็น"
"ผมบอก ดีเลย เพราะ รัฐบาลที่จะตั้งขึ้นมา เราจะร่างรธน. เริ่มต้นด้วยการเสนอกม.ประชามติ ไปทำประชามติเลย มีสสร. ไปร่างรธน. ปีสองปีก็เสร็จ อจ.วันนอร์บอกถ้าเรื่องนี้ก็คงต้องทำ แต่อาจารย์ไม่อยากเป็นประธานสภานะ แต่มันอยู่ในมือแก้วิกฤตครั้งนี้ อจ.วันนอร์จึงตอบรับ"
"นายภูมิธรรม" กล่าวต่อไปว่า หลังจากนั้น ผมกลับมาและโทรคุยกก.บห.เพื่อไทยหลายท่านเห็นด้วย จากนั้นผมบอกนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการก้าวไกล มันไม่มีทางเลือกจริงๆ ถ้าทางนี้เป็นทางที่ดี ว่าเราสองพรรคเสนอร่วมกันจะเป็นภาพดีที่สุด
“กระทั่งประมาณหนึ่งทุ่ม “พรรคก้าวไกล” แจ้งว่า เขาลำบากใจ ภายในก็ยาก ผมบอกว่า มีทางเลือกเดียว ในการประชุมสภา ทางพรรคจะเสนอชื่ออจ.วันนอร์ เป็นประธาน โหวตแบบเปิดเผย ผมอยากให้คุณไปทบทวนว่ามีทางออกสุดท้าย ทางคุณชัยธวัชจึงเดินทางไปหาอาจารย์วันนอร์ พร้อมกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ซึ่งผมก็โทรไปสอบถามท่านทวีเป็นอย่างไรบ้าง ท่านก็บอกว่ายังไม่เรียบร้อย”
เช้าวันที่ 3 ก.ค. 66 พรรคเพื่อไทยมีการประชุม ส.ส. กรรมการบริหารพรรค แจ้งเจตจำนงค์แบบนี้ ที่จะเสนออาจารย์วันนอร์เป็นประธานสภา ซี่งเมื่อประชุมเสร็จ เราก็รอท่าทีพรรคก้าวไกล สรุปว่าอย่างไร เราก็รอเขา กระทั่งเขาบอกว่าอยากเจอเราที่ตึกไทยซัมมิท เราก็ไปกันโดยมี นายภูมิธรรม "อุ๊งค์อิ๊ง" แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ได้เดินไปต้องนั่งรถไปเพราะเห็นนักข่าวเต็มเลย ก็เลยนำรถขึ้นไปจอดชั้นบน แล้วขึ้นลิฟท์ส่งของไปพบตัวแทนของพรรคก้าวไกล
"นายภูมิธรรม" ยังได้เล่าถึง การทำข้อตกลงร่วมสนับสนุน ประธานสภา ซึ่ง ในเอ็มโอยู มีเรื่องการผลักดันกม.ต่างๆนั้นโดยเฉพาะ กม.นิรโทษกรรม เราติติงกม.นิรโทษที่เราปฏิเสธไปแล้วเมื่อครั้งอยู่ในเอ็มโอยูจนไม่อยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับคุณทักษิณ คุณทักษิณไม่ต้องการนิรโทษกรรม ซึ่งมีการเขียนว่าเป็น กม.พูดแสดงออกทางการเมืองทั้งหมด เราโอเครับได้ เพราะเรื่องพวกนี้ ทำอยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไรเลย เรารักษาสัญญา
เมื่อสองฝ่ายเห็นตรงกัน ทำให้เรายกเลิกการแถลงข่าวที่พรรคเพราะเขาก็ขอด้วยว่าไปแถลงร่วมพร้อมกันสองพรรคดีกว่า จึงมีการนัดหมายว่าจะไปแถลงร่วมกันในตอนค่ำ
"นายภูมิธรรม" ยังได้เปิดใจว่า กรณีที่พรรคก้าวไกลพยายามเสนอ นายปดิพัทธ์ เป็นประธานสภานั้น โดยข้อเท็จจริงตนมีความเป็นห่วง เพราะดูแล้วความขัดแย้งการเมืองไม่คลี่คลาย อีกทั้งฟังสว.สัมภาษณ์แสดงท่าทีต่อกระบวนการเสนอกฎหมายต่างๆของก้าวไกล จะเหนื่อยในเวทีรัฐสภา มีความเป็นห่วงสภาไปได้ยาก แต่ถ้าเป็น”อจ.วันนอร์” เป็นประธานสภา คนส่วนใหญ่เคารพ ฝ่ายนั้น(ส.ว.) เกรงใจ มีประสบการณ์บริหารสภาพบรรลุเป้าหมายได้
"ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้คิดอะไรเลย เป็นการถอยคนละก้าว ผมคิดว่าพอ อจ.วันนอร์ขึ้นมาเป็นประธานสภาฯ ตลาดหุ้นขึ้นเยอะสิบกว่าจุดเลย แสดงให้เห็นว่าสังคมตอบรับ ส่วนจะมีด้อมส้ม หรือ แฟนคลับวิจารณ์ผมอย่างไร ไม่เป็นไร แต่การเสนอทางออกเป็นท่านอจ.วันนอร์ แบบนี้ ไม่ว่าคุณอุ๊งอิ๊งค์ ทางพรรค เห็นตรงกันว่าเป็นทางออกที่ดีและเราพร้อมหนุนคุณพิธา เป็นนายกฯ สองทำเพื่อประชาชนเห็นการเปลี่ยน และแก้ไขรธน.” นายภูมิธรรม กล่าว
"นายภูมิธรรม" ยังเล่าเพิ่มเติมในวันแถลงข่าวร่วมกันสองพรรค เมื่อวันที่ 3 ก.ค. หลังแถลงเสร็จสิ้น "นายพิธา" ยังเดินมาบอกขอคุยกับนายภูมิธรรม
"หัวหน้าพิธา มาบอกว่า พี่อ้วนขอคุยด้วยแป๊บนึง โดยคุณพิธา บอกผมว่า มีหลายเรื่อง เราน่าคุยกันได้เราก็บอกได้เลย สิ่งที่ผมและคุณพิธาเห็นตรงกันคือ เราจะนำความเป็นประชาธิปไตยกลับคืน จะร่วมมือกันนะและเอาการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนอยากได้ เขาโอเคเลย"
"นายภูมิธรรม" กล่าวว่า สิ่งที่เขียนเอ็มโอยูว่าเราอยากทำต้องพยายามผลักดันกันให้ได้ รายละเอียดไม่มีปัญหา หลายๆอย่าง อย่างนิรโทษกรรม ไม่ได้เขียนลงไป เพราะจะมีทัวร์ลงเรื่องท่านทักษิณ ถ้าจะคุยเรื่องนี้ ต้องบอก ไม่เกี่ยวเพื่อไทยได้ประโยชน์ ส่วนการแสดงออกทางการเมืองหลายเรื่องก็มีปัญหา รายละเอียดเป็นเรื่องของสภาที่จะดำเนินการ
"เราบอกว่า อะไรเป็นประโยชน์เราคุยกัน หาทางออกร่วมกันถึงเวลาให้เวลาช่วยคลี่คลายปัญหา ให้เวลาหาคำตอบ เราไม่อยากเห็นเยาวชนมีปัญหาแตกต่างกัน เราไม่อยากเห็นประเทศไม่ได้ยึดกม.ไม่ได้ยุติธรรม ฉะนั้นไม่ต้องมาคาดคั้น อยากให้เราร่วมกันใช้สติปัญญา จากคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่าหลายวัยมาช่วยแก้ปัญหา ปัญหาจบได้"
ด้าน"นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา" ประธานสภา เปิดเผยเบื้องหลังการตอบรับ ตำแหน่งประธานสภา ว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 3 กรกฎาคม "นายชัยธวัช ตุลาธน" เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้เดินทางมาขอพบตน โดยทางเขาบอกว่า ได้รับการติดต่อจากเพื่อไทย ว่าจำเป็นต้องหาคนกลาง และให้ตนเป็นประธานสภา เขารู้สึกไม่สบายใจ เขาถามว่า ตนจะรับไหม เพราะเดิมก้าวไกลไม่คิดว่าจะได้เป็นพรรคอันดับหนึ่งและเป็นประธาน
"เขาจึงถามผมจะรับไหม ถ้าคุยไม่ลงตัว มีแนวโน้มฟรีโหวต จะเสียหาย ผมบอกจริงๆ ผมต้องรับ เขาบอกถ้าผมรับ จะไปคุยแกนนำก้าวไกลอีกครั้ง ผมบอกคุยให้จบและไปคุยเพื่อไทยด้วย เพราะเพื่อไทยก็ติดต่อผมมาเป็นระยะๆ ผมก็บอกให้คุยกันให้เรียบร้อย ตอนเช้ารุ่งขึ้น( 3 ก.ค.) เขาก็ยังคุยกัน กระทั่งบ่ายสองโมงเขาแจ้งทางการว่า เห็นตรงกันแล้ว และบอกผมอย่าเพิ่งแถลง ให้แถลงกันเองตอนค่ำ"
"นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา" กล่าวถึงการตัดสินใจรับตำแหน่งประธานสภา ว่า มีเวลาตัดสินใจสี่ทุ่มของคืนวันที่ 3 กรกฎาคมถึงบ่ายสองของวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ เป็นเรื่องของประเทศด้วย และถ้าไม่รับ จะวุ่นวายแค่ไหน เศรษฐกิจ ความเชื่อถือของประเทศ วันนี้เลือกประธานเสร็จ สถานีวิทยุเขมร บอกว่า วันนี้เลือกประธานสภาเรียบร้อยแล้ว คุณลองคิดดู ว่าต่างประเทศเขาติดตามสถานการณ์ประเทศเราเป็นอย่างไร