เมื่อถามต่อว่า ถ้าเลือกไปในทางวอดวาย
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า หลายคนก็ดักไว้ เช่น เตรียม คฝ.(ควบคุมฝูงชน) คนก็มองไว้แบบนั้น แต่ตนมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะคิดว่า ประชาชนเรียนรู้ที่จะอดทน มีวุฒิภาวะมากขึ้น รอคอยวันที่เหมาะสม อย่างวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.ที่ผ่านมา การเมืองแบบเก่าที่นำมวลชนลงถนน เป็นการทำลายความชอบธรรม นำข้ออ้างจากการจับผิดอะไรต่างๆ จะถูกปลุกกระแสขึ้น ดังนั้นการรักษาฐานเสียง หรือความชอบธรรม ความสง่างามทางการเมืองมีความจำเป็น จึงควรให้เป็นไปตามระบบ ตามครรลองประชาธิปไตย
เมื่อถามว่า ก้าวไกลไม่ได้ประธานสภาฯแล้วนายกฯจะได้ไหม
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า ถ้าพรรคก้าวไกล เซตวิธีคิดว่า ลุยเดินหน้าฆ่ากันอย่างเดียว คิดว่าอาจจะได้มรสุมอีกแบบหนึ่ง แต่เมื่อเข้าไปสู่อีกบทบาทหนึ่งกับการมีอำนาจ เข้าสู่ตำแหน่งฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันนโยบายสู่สาธารณะ หรือสร้างผลงานตัวเอง บางครั้งเรื่องอุดมการณ์จะต้องประคับประคองไปในระดับหนึ่ง ผลักดันเต็มตัวไม่ได้ เพราะสิ่งหนึ่งอาจจะขาดความเจนจัดหรือฉากทัศน์ในด้านประสบการณ์ การต่อสู้ทางการเมืองในสภาฯ
ทั้งนี้ตนพยายามมองว่า ทำไมกลายเป็นชื่อ อ.วันนอร์ นอกจากความเหมาะสมแล้ว อาจจะมาจากการถอดบทเรียน การถูกรัฐประหาร 2 ครั้ง เครือข่ายที่เชื่อมโยงกับคุณทักษิณ(ชินวัตร) หรือไทยรักไทยเดิมก็ตาม เห็นบทเรียนจากการต่อสู้ของนักอนุรักษ์นิยมหรือกลไกระบบราชการด้วย เขาจึงพยายามเล่นบทประณีประนอมว่า เพื่อไทยพยายามไปสร้างดีล แต่ตนมองว่าไม่ใช่ เพื่อไทยพยายามรีแบรนด์ตัวเอง เพื่อเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมใหม่ คือ ไม่เห็นด้วยต่อการรัฐประหารหรือเผด็จการ แต่รักษาโครงสร้าง ระบบจารีตที่ดีไว้ ก็เลยมีเคมีบางอย่างที่แตกต่างจากพรรคก้าวไกล แต่มีธงที่ร่วมกันได้ เช่น ไม่เอารัฐประหาร การสืบทอดอำนาจ ทำให้สองพรรคจำเป็นและเต็มใจที่จะอยู่ร่วมกันได้ในโหมดตรงนี้
แต่เรื่องของวิธีคิดหรือประเพณีบางอย่าง บางเรื่องอาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นถ้าถอดความคิดที่ผ่านมา ที่เขาว่าเพื่อไทย เป็นหมู่บ้านกระสุนตก สิ่งที่เขาโดน เพราะว่าการที่เขาได้รับชัยชนะเลือกตั้งแบบถล่มทะลาย แต่สุดท้ายถูกขบวนการเซาะหรือทำลายต่างๆ หรือจากพฤติกรรมรัฐมนตรีบางคน กลายเป็นช่องให้ถูกอภิปรายต่างๆ บั่นทอนความเข้มแข็งของเขา ซึ่งบทเรียนเหล่านี้ ก้าวไกลจะต้องศึกษาด้วย
เมื่อถามย้ำว่า ถ้าก้าวไกล ยังอยากได้อำนาจบริหาร แม้ไม่ได้นายกฯ ต้องถอย
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าต้องถอย แค่ปรับ พยายามรักษากรอบ บทบาทของตัวเอง อย่างน้อยถ้าพรรคก้าวไกลได้ กระทรวงผลักดันการแก้ไขคอรัปชันอย่าง เรื่องระบบส่วย อยากรู้ใครจะออกมาต่อต้าน ถ้าเขาทำได้จะได้คะแนนนิยม ในขณะที่ถ้าไม่ได้ ไปเป็นฝ่ายค้านเลย 4 ปี ถามว่ารอได้ไหม รอได้ แต่คุณคิดว่า เขาจะปล่อยให้อยู่ต่อ 4 ปีหรือ เขาเห็นแล้วว่าจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.การเติบโตแบบก้าวกระโดด ฝ่ายที่เห็นต่าง เห็นแล้วว่าการเข้าสู่ระบบการเมืองที่แข็งแกร่ง การเมืองแบบใหม่ของก้าวไกล คิดหรือว่าเขาจะไม่เรียนรู้หรือถอดบทเรียน จากปรากฏการณ์ของคุณ
เมื่อถามว่า หากต้องเดินบนระบบต่างๆแบบประนีประนอม ฐานเสียงเดิมจะยอมรับได้หรือ
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า ไม่ใช่ บางเรื่องประนีประนอมไม่ได้ ความไม่ถูกต้อง ประนีประนอมไม่ได้ ก็ทำไปเลย ชนไปเลย แบบคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิสร หรือคุณรังสิมันต์ โรม ทำเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ตนคิดว่าประชาชนก็เอาใจช่วย คือ เดินหน้าแล้วอยู่ในกรอบความสุจริต จะเป็นโล่กำบัง และลดเพดานบางประเด็น ที่อาจจะนำไปสู่การก่อหวอด ความขัดแย้ง ที่จะเป็นข้ออ้างที่จะไม่เอาคุณ
อย่างเรื่องการเปลี่ยน “วันชาติ” เรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็เป็นการขยายหรืออภิปรายต่อได้ นี่คือสิ่งหนึ่งที่พรรคก้าวไกลต้องเรียนรู้ แน่นอนว่าบทบาทการเป็นฝ่ายค้านตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เขาทำได้ดีเยี่ยม แต่เขาต้องเรียนรู้ใหม่ ในการวางระยะห่างกับอำนาจอันหอมหวนนี้ได้อย่างไร อำนาจอันหอมหวน ก็คือ หลงกับดักอำนาจ ถ้าเป็นเช่นนั้น ที่คุณบอก 14 ล้านเสียงมันอาจจะลดลงก็ได้ เช่น ไทยรักไทย ครั้งหนึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ปาร์ตี้ลิสต์เขาได้ 17-18 ล้านเสียง เขาก็เอาไปอ้างตลอด เสียงมีขึ้นมีลง การยึดโยงกับประชาชน ความตรงไปตรงมา การรักษาผลประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญ คนเห็นต่าง จะเพิ่ม จะลด เป็นปกติทางการเมือง
เมื่อถามว่า การยอมรับที่จะเสนอชื่ออ.วันนอร์ เป็นจุดหนึ่งที่ก้าวไกล เรียนรู้ที่จะถอยเพื่อรุก
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า เขาได้เรียนรู้ถึงพลังที่ต่อต้าน แม้จะเป็นในขั้วเดียวกัน ว่ามีพลังมากขนาดไหน บางอย่างถ้าไปสุด แตกหักแล้วก็จะไม่ได้อะไร
เมื่อถามว่า ขนาด ประธานสภาฯ ยังมีเรื่อง แล้วตำแหน่งต่างๆ จะเป็นอย่างไร
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า สนุก แนวโน้มอาจจะมีดรามา เมื่อได้กระทรวงเสร็จ แบ่งงานอีกใครคุม กรมไหน บทบาท อะไรแบบนี้
“ผมทิ้งบอมล่วงหน้าเลยนะ ถ้าเขาวางตัวรัฐมนตรีของทั้ง 2 พรรคแล้ว เชื่อว่าจะต้องมีการเทียบเคียงกัน ปอนด์ต่อปอนด์ ทั้งรัฐมนตรีว่าการก รัฐมนตรีช่วย จากพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย ยกมาเทียบเคียงกัน เชื่อว่ามีดรามา แต่ถ้าส่งคนที่มีพื้นฐานที่ดี มีประสบการณ์ ก็เป็นเรื่องที่ดีได้ ควรถกเถียงกันให้ได้คนที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุด
เมื่อถามย้ำ จากร่องรอยของการเลือกประธานสภาฯ อาจจะไม่ง่าย
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า ทฤษฎี zero some game ผู้ชนะทำให้ได้ทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ การเมืองหรือการบริหารจัดการสมัยใหม่ถึงมีคำว่า ชนะด้วยกัน win win solution ไม่มีผู้แพ้ไว้ข้างหลัง บางครั้งต้องถอยเพื่อรอชนะ
เมื่อถามว่า จากร่องรอยประธานสภาฯ เพื่อไทยมีโอกาสแค่ไหน ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ดร.วันวิชิต กล่าวว่า หลายคนเชื่อว่ามีโอกาสสูงกว่าก้าวไกล เพราะว่า ถ้าทบทวนหลังเลือกตั้งที่ผ่านมา ท่าทีของส.ว.เปลี่ยนไปมาก เพราะก่อนการเลือกตั้ง เพื่อไทยประกาศยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ เงินดิจิทัลวอลเลตก็ดี ทำให้มีศัตรูเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะเชื่อว่า เพื่อไทยน่าจะไปถึงจุดนั้น แต่ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปเป้า คนที่เคยต่อต้านพรรคเพื่อไทย กลับจะไม่โหวตพรรคก้าวไกล โอเคถ้าเพื่อไทย เปลี่ยนแคนดิเดตก็จะโหวตให้ แม้แต่ส.ว.ก็ตาม เมื่อเทียบเสียงที่จะโหวตนายกฯ เพื่อไทยน่าจะได้เสียงสูงกว่าก้าวไกล แต่ไม่ได้ว่าคุณพิธาไม่ได้นะ ถ้ามองแบบนี้ 1.เปรียบเทียบปอนด์ต่อปอนด์ เพื่อไทยสูงกว่า 2. พรรคเพื่อไทยสร้างโอกาสได้ดีกว่าพรรคก้าวไกล