จากคำแถลงข้อ 3 หนุน พิธา เพื่อไทยจะไปคุยส.ว.อย่างไร
เป็นเรื่องแปลกคือ โดยความชอบธรรมถ้าก้าวไกลจัดไม่ได้ ก็ต้องเป็นความชอบธรรมของเพื่อไทย คิดว่าสังคมยอมรับได้ แต่ว่าครั้งนี้เพื่อไทยปฏิเสธ เพราะคำแถลงต้องช่วยก้าวไกลเท่านั้น เป็นการเปิดทางให้อีกฝั่งหนึ่ง ที่ไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ คือ ถ้าในคำแถลงระบุว่า ถ้าก้าวไกลจัดตั้งไม่ได้ พรรคอันดับ 2 มีความชอบธรรมในการจัดตั้ง แต่ไม่มีข้อความนี้ปรากฏ
แล้วใครเป็นคนเสนอชื่อ อ.วันนอร์
ไม่ทราบ แต่ผู้ใหญ่คงจะเห็นเป็นทางออกที่ดีที่สุด จึงออกมาแบบนี้ เพราะถ้าไม่รีบดำเนินการให้แล้วเสร็จก็จะเสียภาพลักษณ์ของ 8 พรรคร่วม
คิดว่าจะโหวตนายกฯกี่ครั้ง
อันนี้ตอบไม่ได้ เพราะเป็นข้อตกลงร่วมกันของประธานกับสมาชิก ถ้ายึดข้อ 3 เป็นตัวอธิบายก็ต้อง พิธา ยาวไปตลอดไม่มีทางเลือกอื่น
เมื่อวาน( 3 ก.ค.) อ.วันนอร์ให้สัมฯต้องเข้าใจสมาชิกด้วย ถ้าเขาเบื่อก็จะไม่เข้าประชุมก็จะกลายเป็นประเด็นอีก
แต่เพื่อไทย ก้าวไกล ต้องฉีกแถลงการณ์ข้อ 3 ก่อน “สุดความสามารถ” ไม่สามารถตีความว่ากี่ครั้ง
ไปให้สุดต้องได้เสียง 376 แต่ถ้าดูฝั่งส.ว.ค่อนข้างสวนทาง
ถ้าดูจากการสื่อสารของ พิธา เขามั่นใจมากว่า 376 เสียง เขาทำได้ แต่ชนชั้นนำส่วนหนึ่ง เขาว่าจะหักหลังกันเอง ธรรมชาติชนชั้นนำไทย ยืนข้างผู้ชนะเสมอ เพราะพล.อ.ประยุทธ์(จันทร์โอชา) แพ้แล้ว หมากนี้ พิธา มีความหวัง เพราะว่าเกมนี้ ส.ว.ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของชนชั้นนำประมาณ 80 คนจะเทให้กับเขา
ตนมองมาเสียงที่จะสนับสนุน พิธา เพิ่มต้อง 70 เสียงขึ้นไป ถึงจะมีความสง่างาม ตนคิดว่าจากคำแถลงการณ์เมื่อคืน (3 ก.ค.) มีนัยยะมาก ในข้อ 4 แสดงว่าเขามีความมั่นใจมาก เพราะถ้าจะผ่านเรื่องนี้ได้ ต้องมีคนสนับสนุนพอสมควร นิรโทษกรรมเป็นเรื่องใหญ่ ที่เคยทำให้เพื่อไทยในอดีตล้มมาแล้ว คราวนี้นำมาพูดคุยเปิดเผยกันอย่างตรงไปตรงมา ประเมินแล้วว่านี่คือการเทหมดหน้าตัก
คีย์เวิร์ดคือ นิรโทษกรรม
ใช่ครับ เรื่องนี้จะพันกัน 2 เรื่องคือ นิรโทษกรรมกับมาตรา 112
ยังเชื่อว่า พิธา มีโอกาสเป็นนายกฯ
ถ้าประเมินจากแกนนำพรรคก้าวไกล และประเมินจากแนวคิดชนชั้นนำ ที่เมื่อถึงจุดวิกฤต จะชิงความได้เปรียบกัน ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตลอด ที่ไม่ยืนอยู่ข้างคนแพ้ ทั้งนี้ชนชั้นนำ หมายถึง หลายกลุ่มที่ผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองประเทศนี้เอาไว้
เมื่อเป็นอ.วันนอร์ อีกฝั่งหนึ่งจะหันมาช่วยโหวตหรือไม่
ไม่แน่ อย่างเช่น พรรคประชาธิปัตย์ ที่เขากำลังจะปฏิรูปพรรค ถ้าเขาทำให้เห็นว่า เขายอมรับกติกาเสียงข้างมาก เป็นที่ยอมรับของสังคม นี่ถือเป็นโอกาส เป็นจุดเริ่มต้นของการรีโนเวตพรรค ให้จับตาวันที่ 9 ก.ค. ด้วยว่าหัวหน้าพรรคเป็นใคร เพราะมีผลมาก จะรู้เลย จากบุคลิกทำงานการเมืองเพื่อปฏิรูปพรรค อาจจะได้เห็นปชป. 25 เสียงยกมือสนับสนุน พิธา
ถ้าโหวตนายกฯไม่ถึง 376 แม้จะผ่านไป 3 ครั้งแล้ว คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
เพื่อไทยก็ต้องโหวตไปเรื่อยๆ นอกจาก อ.วันนอร์ จะมีกติกาว่าอย่าทำให้มันเกินเลยไป 3 ครั้งน่าจะพอแล้ว เปิดโอกาสให้พรรคอัน 2-3 ซึ่งจะต้องมากำหนดร่วมกัน
คิดว่ายังมีเกมสลับขั้วอยู่หรือไม่
ยังมี เพราะคิดว่า อีกฝั่งหนึ่งก็แพ้ไม่ได้ บวกกับนักการเมืองจำนวนมากในฝั่ง 8 พรรคร่วม เขาไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขความขัดแย้งด้วย เขาก็อาจจะประณีประนอม ฝั่งนี้ก็มีความหวังอยู่บ้างในการที่จะจัดตั้งรัฐบาล อย่างน้อย 250 คนเขายังคุยได้ ดีกว่าฝั่ง พิธา
จะมีงูเห่าหรือสถานเสาวภาแตกไหม
ถ้าเป็น อ.วันนอร์น่าจะไม่แตก ตนมั่นใจว่าอย่างนี้ แต่ถ้ามีเสียงแปลกๆ ออกมามีนัยยะสำคัญ ก็จะเป็นสัญญาณว่าจะมีงูเห่า เมื่อได้ประธานสภาฯแล้ว คิดว่าการโหวตนายกฯ ไม่น่าเกินหนึ่งสัปดาห์ เพราะหลายฝ่าย อยากให้มีการตั้งรัฐบาลโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม มองว่า การเงียบผิดปกติของรัฐบาลปัจจุบัน เป็นการเดินเกมอย่างหนึ่งทางการเมือง ไม่ได้เงียบแบบนิ่งเฉย
เข้าสู่ยุคสิ้นสุดของ 3 ป.หรือยัง
ยัง ที่มีหลายคนชอบพูดกัน นี่คือระยะการเปลี่ยนผ่าน ระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ ช่องว่างตรงนี้คือเวลาของปีศาจ เพราะเก่าก็จะไป ใหม่ก็จะมายื้อกันอยู่อย่างนี้ ทำให้เกิดสุญญากาศ ทั้งนี้ต้องจับตาดูผลคะแนน ถ้ามีความเป็นเอกภาพ 312 เสียง อีกฝั่งต้องทำงานหนักขึ้น เสียงที่จะเป็นงูเห่าอาจจะน้อยมาก เพราะมีเอกภาพสูง ขณะที่ฝั่งส.ว.ก็มีแรงกดดันมากขึ้น ในการที่จะเลือกนายกฯหลังจากนี้