เนชั่นทีวี

การเมือง

"เสรี" ลั่น เสียง ส.ว.ไม่พอส่ง "พิธา" ถึงฝัน ปูด ภท.-พท. ชิงนายกฯ

27 มิ.ย. 2566 | tinakit_rat

"เสรี" ลั่น เสียง ส.ว.ไม่พอส่ง "พิธา" ถึงฝัน ปูด ภท.-พท. ชิงนายกฯ

"เสรี" ลั่น เสียง ส.ว.ไม่พอส่ง "พิธา" เป็นนายกฯ เชื่อได้ไม่เกิน 5 เสียงจากที่คุยโว ระบุไม่ได้ขัดแย้งกับ 14 ล้านเสียง แต่ทำตามเสียงส่วนใหญ่ ปูดชื่อ "อนุทิน" ชิงเพื่อไทย

27 มิถุนายน 2566 นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึง การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า จะยึดมาตราฐานเดิมไม่ได้ เพราะสถานการณ์แตกต่างกัน สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ คุณสมบัติ ความเหมาะสมตามข้อเท็จจริง ซึ่งตนยืนยันมาตลอดว่า หากมีความพยายามแก้ไขมาตรา 112 ก็ไม่เหมือนกับปี 62

เพราะตอนนั้นไม่มีพรรคไหนมีพฤติกรรมที่จะแก้ไขมาตรา 112 ดังนั้นจะอ้างมาตรฐานปี 62 มาใช้กับตอนนี้ไม่ได้ หรือจะเรียกร้องให้เป็นเหมือนปี 62 ก็ทำไม่ได้ เพราะบริบทของแต่ละคนต่างกัน ความสำคัญของเรื่องต่างกัน และปัญหาของแต่ละช่วงเวลาก็แตกต่างกัน แต่สิ่งที่สำคัญคือในตอนนั้น ไม่มีเหตุการณ์ที่ยุยงให้เด็กกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นความเหมาะสมที่สมาชิกวุฒิสภา จะนำไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจเลือกนายกฯ

ส่วนกรณีที่นายพิธา มั่นใจว่าจะมีเสียงส.ว.สนับสนุนมากพอให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายเสรี ยิ้มพร้อมกล่าวว่า "ถ้ามากพอก็เป็นไปเลย" และอย่างที่ปรากฏอยู่ในข่าวว่ามี ส.ว.17 คน สนับสนุนนายพิธา แต่ก็มีหลายคนในจำนวนนี้ออกมาปฏิเสธ ว่าถูกนำชื่อไปใส่โดยไม่ได้ไปเสนอแนวทางอย่างนั้นเช่น นายตวง อันทะไชย , นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ , แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นต้น เพียงแต่ระบุว่า หากได้เสียงข้างมากก็จะโหวตให้ แต่ถ้าได้เสียงข้างมากแล้วยังคงแก้มาตรา 112 อยู่ก็จะไม่โหวตให้ เพราะฉะนั้นจะเอาแนวทางเสียงชนะอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูความเหมาะสมด้วย

" แม้ว่าจะได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 ได้มา 14 ล้านเสียง ไม่ใช่คะแนนเสียงส่วนใหญ่ของคนทั้งประเทศ แต่มีข้อเรียกร้องว่าในเมื่อได้คะแนนมา 14 ล้านเสียง ทำไมไม่เลือกตามคะแนนเสียง ที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ไม่ทำตามเสียงประชาชน ชอบพูดกันบ่อย ต้องทำความเข้าใจว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 ล้านเสียง มาใช้สิทธิ์ประมาณ 40 ล้านคน เลือกก้าวไกล 14 ล้าน แสดงว่า 14 ล้านเป็นเสียงข้างน้อย การที่เสียงข้างมากไม่เลือกนั่นคือสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ไม่ได้แสดงว่าเราไปขัดแย้ง กับเสียง 14 ล้านแต่เราทำตามเสียงข้างมากกว่าด้วยซ้ำไป "นายเสรี กล่าว

นายเสรี ยังประเมินด้วยว่า ขณะนี้เสียงสนับสนุนจากส.ว.ไม่เพียงพอที่จะส่งนายพิธาให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูจากการแสดงออกที่ชัดเจนได้ไม่เกิน 5 เสียง เชื่อว่าหากส.ว. คนไหนที่สนับสนุนแล้วแสดงตัว ก็จะทำให้เกิดความชัดเจน ยืนยันว่าที่ทำแบบนี้เพราะได้รับใบสั่งจากประชาชน

ทั้งนี้ หากนายพิธาไปต่อไม่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยขึ้นมา ส.ว.จะสบายใจขึ้นหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ไม่ใช่ความสบายใจ แต่ต้องให้ส.ส.ไปตกลงกันให้สบายใจ รวบรวมเสียงให้ได้แล้วส.ว.จะพิจารณาบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นแคนดิเดตนายกจากพรรคเพื่อไทย จะมีภาษีดีขึ้นกว่านายพิธาหรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า "ก็ต้องดูว่าใคร ตอนนี้มีชื่อเดียวคือ นายอนุทิน จากพรรคภูมิใจไทย ถ้ามาเพื่อไทยก็ต้องดูว่ามี 3 ชื่อแล้วเสนอใคร ก็ต้องดูตัวตนด้วยว่าเป็นใคร ขณะเดียวกันตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นใคร ตอนนี้ยังรับรองใครไม่ได้ ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย เช่นเดียวกัน หากเป็นชื่อของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมด้วย ทุกคน ต้องอยู่ในเกณฑ์เดียวกันจะยกเว้นใครไม่ได้

ข่าวล่าสุด