"ชลน่าน" รับกังวล รัฐบาลเสียงข้างน้อย ชี้ ควรละอายหากเสนอชื่อนายกฯแข่ง
27 มิ.ย. 2566 | tinakit_rat

"ชลน่าน" รับกังวล รัฐบาลเสียงข้างน้อย ชี้ ควรละอายหากเสนอชื่อนายกฯแข่ง ยัน ไม่คิดจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เดินหน้าหนุน "ก้าวไกล" ให้สำเร็จ
การเมือง
27 มิ.ย. 2566 | tinakit_rat

"ชลน่าน" รับกังวล รัฐบาลเสียงข้างน้อย ชี้ ควรละอายหากเสนอชื่อนายกฯแข่ง ยัน ไม่คิดจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เดินหน้าหนุน "ก้าวไกล" ให้สำเร็จ
27 มิถุนายน 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมีความพยายามเสนอชื่อ นายกรัฐมนตรีจากขั้วรัฐบาลเดิม โดยใช้เสียง ส.ส. รวมกับ ส.ว. เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยว่า มีความเป็นไปได้ และเขามีสิทธิ์ที่จะทำ ซึ่งโอกาสที่จะได้นายกรัฐมนตรีเป็นไปได้สูงมาก เพราะมีเสียง ส.ส.188 เสียง กับเสียง 250 ส.ว.เท่ากับเกิน 376 เสียง และยอมรับว่า เป็นข้อกังวลของพรรค แต่มั่นใจคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ และในการโหวตแรกๆ เขาน่าจะมีความละอายไม่เสนอชื่อเสียงข้างน้อยมาแข่ง
เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจะรับมืออย่างไร นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรามีหน้าที่รับมือให้เหตุการณ์นั้นไม่เกิด และจะทำอย่างไรให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่เกิด
ส่วนการที่ ส.ว. ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนไม่สนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า คนตัดสินที่สำคัญที่สุดคือประชาชน ต้องมีส่วนร่วมรับรู้ และขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งเหตุผลเดียวที่เขาจะมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย คือ เขาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อยุบสภาฯ สกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นรัฐบาล แต่เป็นนายกรัฐมนตรีที่บริหารประเทศไม่ได้ ถ้าเอาวัตถุประสงค์นั้นมาเป็นตัวกำหนด ต้องถามประชาชนว่า เอาหรือไม่ รับได้หรือไม่
เมื่อถามว่า การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะไปเชื่อมโยงกับกระแสทุ่มเงิน 6 พันล้านบาทจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์สร้างกระแส ส่วนจะจริงหรือไม่นั้นต้องไปพิสูจน์
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อ 8 พรรคร่วมมีหน้าที่ประสานกับ ส.ว. โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลที่เป็นแกนหลัก ต้องประสานเสียง ส.ว. ให้ได้ 376 เสียงขึ้นไป ซึ่งฟังจากพรรคก้าวไกลแล้วยังมั่นใจ พร้อมย้ำ 8 พรรค จับมือมั่นเพื่อให้เกิดรัฐบาลประชาชน เราจะพยายามทำให้ถึงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้ามันไม่เกิดขึ้นมาต้องมีคำตอบให้ประชาชนว่าเพราะอะไร เพื่อหาวิธีการ ช่องทางในการตัดสินอนาคตของประเทศ และหากพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ 8 พรรคร่วมจะทำอย่างไรต่อก็ไปว่ากันทีหลัง
ตนเองยังไม่อยากพูดถึงตรงนั้น ซึ่งพรรคก้าวไกลก็คงมีแผนสำรองอยู่แล้ว ในฐานะ 8 พรรคร่วม คงไม่สามารถพูดได้ว่ามีแผนสำรอง มีเพียงแผนหลัก คือ ทำอย่างไรให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และให้นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เท่านั้น
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะสามารถรวมเสียงได้ 376 หรือไม่ หากพรรคก้าวไกลทำไม่สำเร็จ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนเองพยายามจะไม่ตอบคำถามนี้มาตลอด ซึ่งไม่สามารถตอบได้ เพราะจะไปเป็นเงื่อนไขว่า เตรียมแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งยังมุ่งมั่นแนวทางที่หนึ่งให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คือ สนับสนุนพรรคก้าวไกลอย่างสุดแรง ขอเอาตรงนี้ก่อน ไม่มีแผนสอง แผนสาม ในนามพรรคเพื่อไทยคิดแบบนั้นไม่ได้