เนชั่นทีวี

การเมือง

คำอาถรรพ์"ฟรีโหวต-เอกสิทธิ์"ลามวิกฤติพรรคร่วมฯชิงประมุขสภา

22 มิ.ย. 2566 | chairat_pat

คำอาถรรพ์"ฟรีโหวต-เอกสิทธิ์"ลามวิกฤติพรรคร่วมฯชิงประมุขสภา

ภายหลังการประกาศผลรับรอง ส.ส. อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศผู้แทนราษฎรที่ต่างตบเท้าทยอยเข้ารายงานตัว หากเปรียบเสมือนเช่นการขับรถ เป้าหมายต่อไป คือ การเลือกผู้มานั่งเก้าอี้ประธานสภา ซึ่งจะต้องผ่าน "โค้งหักศอกแรก" ที่ต้องเจอ ก่อนไปถึงการโหวตเลือกนายกฯ

เมื่อย้อนกลับมาที่โค้งแรก คือ การเลือกประธานสภา โดยช่วงระยะหลังจะพบ "คีย์เวิร์ด" สำคัญคำว่า "ฟรีโหวต"

คำๆ นี้กลายเป็น "ขำขื่น" ทางการเมือง เพราะพรรคการเมืองพยายามอ้างมติพรรค แต่ ส.ส. ที่ไม่เห็นด้วย ก็จะอ้าง "เอกสิทธิ์" เพื่อขอ "ฟรีโหวต" แต่เมื่อไปเปิดกฎหมายดู บัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นกติกาสูงสุดของประเทศ บังคับวิถีให้เดินสู่ "ฟรีโหวต" ทุกกรณี

แต่ที่พิเศษมากกว่าปกติ คือ กรณีโหวตเลือกประธานสภา เพราะถ้ามีผู้เสนอชื่อมากกว่า 1 คน จะใช้วิธีการเป็นการ "โหวตลับ" ฉะนั้นการขอ "ฟรีโหวต" จึงไม่มีอยู่จริง

เนื่องจากทุกโหวต จำเป็นต้อง "ฟรีโหวต" ในตัวเอง เพราะถูกบังคับด้วย "เอกสิทธิ์ ส.ส." ส่วนมติพรรค จะกลายเป็นแค่ "ข้อตกลง - มารยาท" หรือ "ความเกรงใจ" เท่านั้น

"ฟรีโหวต-เอกสิทธิ์"ลามวิกฤติพรรคร่วมฯ

"ฟรีโหวต" ดูจะกลายเป็นคำที่ทรงพลังในช่วงระยะเวลานี้ กับการเลือกผู้มานั่งเก้าอี้ประธานสภา เนื่องด้วย 

1.รัฐธรรมนูญปี 60 อย่างน้อย 2 มาตรา รับรอง "เอกสิทธิ์ ส.ส." ทำให้พรรคต้นสังกัด บังคับ ส.ส. เรื่องการทำหน้าที่ในสภาไม่ได้ ทั้งโหวต และอภิปรายใดๆ

มาตรา 114 บัญญัติว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ นี่คือหลักการสูงสุด...

มาตรา 124 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใดๆ มิได้

นี่คือการคุ้มครองไปถึงการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ไม่ใช่แค่คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ให้เหนือกว่ามติพรรค

"ฟรีโหวต-เอกสิทธิ์"ลามวิกฤติพรรคร่วมฯ


 

 

 

นอกจากนั้น "เอกสิทธิ์" ที่มีสถานะเหนือกว่ามติพรรค ยังสะท้อนผ่านรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับหลังสุด โดยมีถึง 4 ฉบับ ซึ่งเปิดช่องให้ ส.ส.ที่ขัดมติพรรค ถูกพรรคขับออก แล้วไม่พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.โดยอัตโนมัติ

รัฐธรรมนูญ 4 จาก 6 ฉบับ ประกอบด้วย

  • รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2517 ไม่พ้นสมาชิกภาพ หากหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายใน 60 วัน
  • รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2521 และ พ.ศ. 2534 พ้นสมาชิกภาพ (มติพรรคใหญ่กว่า)
  • รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2550 พ้นสมาชิกพรรค เว้นแต่อุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญ
  • รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ไม่พ้นสมาชิกภาพ หากหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายใน 30 วัน


การเลือกประธานสภาหนนี้ คำว่า "ฟรีโหวต" ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก เนื่องจาก

1.ในงานสัมนาเพื่อไทยวานนี้ ส.ส.รุ่นใหญ่ของพรรค นำโดย "อดิศร เพียงเกษ" และ "พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน" นำอภิปรายอัดแกนนำพรรค ที่ไปแสดงท่าทีเหมือนยอมยกเก้าอี้ประธานสภาให้ก้าวไกล แต่สุดท้าย ส.ส.ขอฟรีโหวตในการลงมติเลือกประธานสภา พรรคเตรียมนำเข้าที่ประชุมพรรคต่อไป

2.การโหวตเลือกประธานสภา เป็นการโหวตลับ ฉะนั้นตกลงกัน หรือมีมติกันไปอย่างไรก็ได้ แต่ตอนโหวตจริง ก็เปลี่ยนแปลงได้หมด และจับมือใครดมยาก แม้จะคาดเดาได้ว่าใครโหวตสวนมติ แต่ก็หาหลักฐานมัดยาก แถมไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับใดไปเอาผิด 

3.ทิศทางการโหวตเลือกประธานสภา ออกหน้า "ฟรีโหวต" แน่ๆ สังเกตจาก "คีย์แมน - คีย์วูแมน" สองคนไม่เข้าร่วมประชุม คือ

"ฟรีโหวต-เอกสิทธิ์"ลามวิกฤติพรรคร่วมฯ

- "อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร" อ้างติดโควิด โดยคาดว่าไม่อยากเอาตัวเข้ามาพัวพัน หากสุดท้ายเกมสภา "ฟรีโหวต" ทำให้เพื่อไทยได้เก้าอี้ประมุขนิติบัญญัติ "ด้อมสัม" ก็จะได้โจมตี "อุ๊งอิ๊งค์" และตระกูลชินวัตรได้ไม่ถนัดนัก

- "สุชาติ ตันเจริญ" ผู้มีข่าวพรรครัฐบาลรักษาการ จะเสนอชื่อเป็นประธานสภา แข่งกับคนของพรรคก้าวไกล โดยอ้างว่าไปผ่าฟันคุด ซึ่งการไม่เข้าประชุม ไม่ว่าจะจริงตามอ้างหรือไม่ แต่ผลก็ คือ ไม่ต้องมาตกปากรับคำเหมือน "หมอชลน่าน"  ว่าถ้าได้รับการเสนอชื่อจะขอสละสิทธิ์ ดังนั้น เมื่อสุชาติไม่เข้า จึงเท่ากับไม่ต้องแสดงบทนี้ 
 

ข่าวล่าสุด