เปิดข้อบังคับโหวตนายกฯ หากเสนอชื่อแรกได้เสียงไม่ถึงครึ่ง เสนอชื่อเดิมได้อีก
20 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"ผอ.การประชุมสภาฯ" เผย เลือกประธานสภาเป็นแบบลับหากมีคู่แข่ง ขณะที่โหวตนายกรัฐมนตรี หากเสนอชื่อแรกได้เสียงไม่ถึงครึ่ง เสนอชื่อเดิมได้อีก
การเมือง
20 มิ.ย. 2566 | sirisak_rue

"ผอ.การประชุมสภาฯ" เผย เลือกประธานสภาเป็นแบบลับหากมีคู่แข่ง ขณะที่โหวตนายกรัฐมนตรี หากเสนอชื่อแรกได้เสียงไม่ถึงครึ่ง เสนอชื่อเดิมได้อีก
20 มิถุนายน 2566 นางสินี ส้มมี ผู้อำนวยการสำนักการประชุม กล่าวถึงการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า กรณีที่มีการเสนอชื่อประธานมากกว่า 1 คนจะต้องลงคะแนนโดยลับ ในที่ประชุมสภา แต่ถ้าหากมีการเสนอชื่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพียง 1 คน ไม่ต้องลงคะแนนโหวต และจะถือว่าคนที่ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรเลยโดยที่ไม่ต้องลงคะแนน ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาปี 2562 ข้อที่ 5 และข้อที่ 6
ส่วนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี หากมีการเสนอชื่อคนแรกในที่ประชุมรัฐสภาแต่ คะแนนโหวตไม่ถึงกึ่งหนึ่ง สามารถเสนอชื่อคนเดิมซ้ำได้อีกหรือไม่นั้น ในรัฐธรรมนูญและข้อบังคับไม่ได้ห้ามไว้ แต่เรื่องนี้ยังเป็นแนวความเห็น เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ บางคนก็บอกว่าสามารถเสนอซ้ำอีกได้ โดยการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น มีกำหนดเพียงว่า ต้องเป็นบุคคลที่เป็นไปตามมาตรา 88 ตามที่แได้เสนอไว้ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ห้ามว่า ไม่ให้เสนอคนเดิม
ทั้งนี้ หากคนที่ 1 สละสิทธิ์ที่สมาชิกในประชุมรัฐสภา สามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองใดก็ได้ ที่มีสมาชิกส.ส.ในสภาไม่ต่ำกว่า 25 คน ส่วนถ้าหากคนแรก คะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่งหรือสละสิทธิ์ไป ที่ประชุมสามารถ เสนอชื่อใหม่และลงคะแนนโหวตคนใหม่ได้เลยหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุม แต่ส่วนตัวมองว่าหากคนแรก เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งหรือสละสิทธิ์ถือว่ากระบวนการเลือกนายกฯได้จบลงไปแล้ว และควรที่จะกำหนดวันเลือกนายกฯในวันอื่น
แต่ถ้าหากในที่ประชุมมีการตกลงกันแล้วได้ข้อสรุปว่าสามารถเสนอชื่อใหม่และลงคะแนนโหวตให้กับคนใหม่ได้นั้น ไม่ได้ผิดก็บังคับ และไม่ได้มีข้อห้ามไว้ ซึ่งขึ้นกับที่ประชุมรัฐสภาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญและข้อบังคับไม่ได้ห้ามส่วนนี้ไว้ว่าห้ามเสนอ และห้ามเลือกในครั้งเดียวกันอีก