เนชั่นทีวี

การเมือง

"นันทิวัฒน์" ย้ำถกปัญหาเมียนมา ปูทางให้รัฐบาลใหม่ได้เดินบนกลีบกุหลาบ

20 มิ.ย. 2566 | tinakit_rat

"นันทิวัฒน์" ย้ำถกปัญหาเมียนมา ปูทางให้รัฐบาลใหม่ได้เดินบนกลีบกุหลาบ

"นันทิวัฒน์" ย้ำ ผลประโยชน์ของประเทศ กรณีเชิญอาเซียนถกปัญหาเมียนมา ระบุ ปูทางให้รัฐบาลใหม่ได้เดินบนกลีบกุหลาบ ชี้ ถ้าอยากทำอย่างที่ตะวันตกต้องการ ก็เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลใหม่

20 มิถุนายน 2566 นายนันทิวัฒน์ สามารถ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โพสต์ชี้แจงผลประโยชน์ของประเทศ จากดรามาการเชิญรัฐมนตรีอาเซียน ประชุมนอกกรอบการประชุมอาเซียน ระบุว่า "ผลประโยชน์ของประเทศ"

วันนี้ขอพูดเรื่องการจัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับเมียนมา ที่กระทรวงการต่างประเทศจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นการจัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการคือ informal meetion ที่ไม่อยู่ในกรอบการประชุมของอาเซียนและไทยได้เคยแจ้งอาเซียนทราบมาก่อนแล้วว่า ไทยจะจัดให้มีการประชุมที่เรียกว่า track 1.5 ไม่เป็นทางการและไทยเคยจัดประชุมเช่นนี้มาก่อนหน้านี้สองครั้งแล้ว และรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซียก็เคยมาร่วมประชุมดังกล่าว 

ไม่ได้เป็นการเริ่มนโยบายใหม่ แต่ทำเรื่องที่ริเริ่มไว้และค้างคาอยู่ให้เสร็จ ปูทางให้รัฐบาลใหม่ได้เดินบนกลีบกุหลาบ ด้วยการเมืองระหว่างประเทศที่สร้างสรร ไม่เป็นศัตรูกับใคร และไม่ผลักมิตรเป็นศัตรู

การสู้รบในเมียนมาเริ่มรุนแรง มีผู้อพยพหนีภัยการสู้รบเข้ามาในไทยและอินเดียจำนวนมาก มีการลักลอบส่งอาวุธให้กลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลเมียนมา จนจะกลายเป็นการสร้างประชาธิปไตยบนซากศพของเพื่อนมนุษย์

หากการสู้รบขยายตัว จะตามมาด้วยการปิดด่านชายแดน ที่จะกระทบต่อการค้าตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ คนไทยต้องเดือดร้อนด้วย

ถ้ารัฐบาลใหม่ไม่ชอบแนวทางนี้ ไม่อยากผูกสัมพันธ์อย่างสร้างสรรกับเมียนมา อยากกดดัน อยาก isolate เมียนมา อยากแซงชั่นเมียนมา อย่างที่ตะวันตกต้องการ ก็เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลใหม่

การจัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการเช่นนี้ เป็นการประชุมที่ไม่มีประธานในการประชุม ไม่มีวาระการประชุม  ลักษณะการประชุมเป็นแบบฟรีสไตล์ ใครใคร่พูดอะไร พูด ใครใคร่ถาม ถาม ในบรรยากาศสบายๆ ไม่มีโต๊ะประชุม ไม่มีการกดดันกัน

การประชุมในครั้งนี้มีประเทศต่างๆ ส่งผู้แทนมาร่วมประชุม 9 ประเทศ มีทูตพิเศษจากจีนและอินเดียมาร่วมในการประชุมด้วยในฐานะเพื่อนของเมียนมา Myanmar Friends

ยืนยันว่าการประชุมครั้งนี้  ไม่ใช่การประชุมในกรอบของอาเซียนและไม่ใช่การจัดประชุมเพื่อตัดหน้าหรือชิงดีชิงเด่นกับใคร เป็นความพยายามของไทยในการแสวงหาหนทางและโอกาสในการช่วยแก้ปัญหาของเมียนมาและดึงเมียนมา ให้กลับมาสู่ครอบครัวอาเซียน เป็นการแสวงหาทางออกทางการเมือง ที่ต้องแยกออกจากการทหารและการสู้รบ

การประชุมในลักษณะนี้ เป็นเสมือนความพยายามในการสร้างสะพานจากทั้งสองฝั่งแม่น้ำ ต้องหาจุดร่วม จุดที่ตั้งของตอม่อสะพานจากทั้งสองฝั่งให้ตรงกัน เพื่อสะพานจะสามารถบรรจบตรงกันได้กลางแม่น้ำ โดยไม่คลาดเคลื่อน

ความพยายามของไทยในการผูกสัมพันธ์. Engagement คือ ทุกฝ่ายต้องได้มีโอกาสพูด อธิบายข้อจำกัด  ซึ่งจะเกิดความไว้วางใจ ความเชื่อใจ Trust และมีสัญญาณที่ดีมากจากการประชุมในครั้งนี้

ผมไม่เห็นด้วยกับแนวคิดในการกีดกันเมียนมาออกไปจากครอบครัวอาเซียน ต้องไม่ชี้หน้าใครว่า "มึงทำผิด ต้องทำอย่างกู กูทำถูก" ต้องไม่สั่งให้ใครทำอะไร เพราะทุกประเทศมีอธิปไตยของตนเอง ต้องไม่เอามาตรฐานของตัวเองไปตัดสินใคร มิเช่นนั้น ความขัดแย้งและสงครามจะไม่สื้นสุด

ข่าวล่าสุด