3.จำนวนหุ้นที่ถือครองในฐานะ "ผู้จัดการมรดก" มีเท่าไหร่กันแน่ เพราะในปี 2549 ที่บิดาของคุณพิธา เสียชีวิต หุ้นไอทีวีในความครอบครองมีอยู่ 12,000 หุ้น แต่ในปี 2550 หุ้นไอทีวีเพิ่มเป็น 42,000 หุ้น แม้จะยังอยู่ในชื่อบิดาของพิธาก็ตาม แต่ขณะนั้นบิดาเสียชีวิตแล้ว ทำให้เกิดคำถามว่า หุ้นเพิ่มขึ้นได้อย่างไร มีการซื้อเพิ่มตอนไหน และใครซื้อ
4."พิธา" ยื่นบัญชีทรัพย์สิน หลังเข้าดำรงตำแหน่ง ส.ส.เมื่อปี 62 ถึง 3 ครั้ง
ยื่นตามรอบปกติ 1 ครั้ง เมื่อ 25 ส.ค.2562
ยื่นเพิ่มอีก 2 ครั้ง ยื่นเพิ่มครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ก.ย.2562 ซึ่งครั้งนี้มีการยื่นเพิ่มการถือครองหุ้นไอทีวี พร้อมๆ กับหุ้นตัวอื่นอีก 2 ตัว แต่มูลค่าไม่สูงนัก
ยื่นเพิ่มครั้งที่ 2 เมื่อ 4 ต.ค.2562 เป็นการยื่นคำสั่งศาลที่ตั้งให้"พิธา"เป็นผู้จัดการมรดก
เป็นที่น่าสังเกตว่า การยื่นคำสั่งศาล ไม่ได้ยื่นพร้อมกับตอนยื่นเพิ่มหุ้นไอทีวี / และช่วงนั้นมีคดีหุ้นสื่อของคุณธนาธรแล้ว / จึงอาจมีคำถามเรื่องเจตนาการยื่นเอกสารเพิ่ม ในส่วนของผู้จัดการมรดก ว่าเป็นการยื่นมาเพิ่ม เพื่อไม่ให้หุ้นที่ยื่นเพิ่มเข้ามาก่อนหน้า มีปัญหาการถือครองหุ้นสื่อหรือไม่
5."พิธา"อ้างในคำชี้แจงต่อ ป.ป.ช. กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มว่า รับหุ้นมาเมื่อปี 2556 ทั้งๆ ที่เป็นผู้จัดการมรดกตั้งแต่ปี 2550 เหตุใดจึงเพิ่งได้รับหุ้นมา และหลังจากนั้นหุ้นเป็นของใคร เพราะมีชื่อคุณพิธาถือในนามส่วนตัว ตั้งแต่ปี 2550 ตามเอกสาร บมจ.006
6.หาก"พิธา"มั่นใจว่าตนเองถือหุ้นแทนทายาท ในนามผู้จัดการมรดกมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่มีความจำเป็นต้องโอนหุ้นออก เมื่อ 25 พ.ค.2566
การโอนหุ้นให้น้องชาย ทำให้เกิดคำถามว่า ในอดีต 16 ปีที่ผ่านมา เหตุใดจึงไม่โอน หรือแบ่งทรัพย์สินในส่วนนี้ (แม้จะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของ"พิธา" แต่เมื่อมาเป็นบุคคลสาธารณะ สังคมย่อมตั้งคำถามได้) ยิ่งไปกว่านั้น ทรัพย์สินหลักๆของบิดานายพิธา ได้ถูกแบ่งไปหมดแล้ว โดยเฉพาะที่ดิน เหตุใดหุ้นจึงยังไม่ถูกแบ่ง ประเด็นนี้ศาลจะมองเป็นพิรุธหรือไม่ หากคดีหุ้นไอทีวีไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ
7.คำสั่งศาลที่แต่งตั้งให้"พิธา" เป็นผู้จัดการมรดก ส่งผลดีต่อคดีหุ้นไอทีวีจริงหรือไม่ เพราะไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยว่า หุ้นถูกแบ่งไปเรียบร้อยแล้วหรือยัง โดยหุ้นอาจถูกแบ่งไปแล้ว และอยู่ในครอบครองของคุณพิธาเอง จึงมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นตลอดมา แต่เมื่อภายหลังเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่ม จึงต้องยื่นคำสั่งศาลมาประกอบ เพื่อป้องกันปัญหาการถือครองหุ้นสื่อเหมือนคุณธนาธรหรือไม่ (เพราะจะโอนออกก็ไม่ทันแล้ว)
นี่คือ 7 ประเด็นที่ยังเป็นคำถาม หลายคนฟังแล้วอาจจะมองว่าไม่เป็นประเด็นสำคัญ แต่ในทางการเมือง ยังไม่มีใครทราบว่าหากคดีไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลจะมองประเด็นเหล่านี้อย่างไร