4.ยังมีความไม่ชัดเจนเรื่องบัญชีทรัพย์สิน และ"หุ้นไอทีวี" ซึ่งรอคำชี้ขาดขององค์กรอิสระที่รับผิดชอบ เพราะแม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏชัดเจนขึ้น แต่หลายฝ่ายก็ยังตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น
***ล่าสุดมีการโยงประเด็นบริษัทของคุณพ่อของ"พิธา" ซึ่ง"พิธา"เคยบริหารและเป็นกรรมการจนถึงปี 2560 คือ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ออยล์ ฟอร์ไลฟ์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบจากรำข้าว มียอดขาดทุนสะสม 424 ล้าน ปัจจุบันผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ โดยกรรมการผู้มีอำนาจรายหนึ่งในบริษัท มีสัญชาติสิงคโปร์ที่ว่านี้ กำลังถูกขุดคุ้ยประวัติ เพราะออกแนวเทาๆ
5.ประเด็นใหม่ แต่กำลังมาแรง คือ "ประชามติแยกดินแดน" ซึ่งโยงถึง 3 พรรคการเมือง "ว่าที่รัฐบาล" ทั้งก้าวไกล ประชาชาติ และเป็นธรรม
เปิดแผลใหม่สกัด"พิธา"
เมื่อวาน(14 มิ.ย.) "ข่าวข้นคนข่าว" นำเสนอข้อมูลเชิงลึกไปแล้วว่า ฝ่ายความมั่นคงเดินหน้าเอาผิด และดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องแน่นอน โดยชี้เป้าว่า มีนักการเมือง พรรคการเมืองอยู่ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง
วันนี้เราได้ข้อมูลเพิ่มมาอีกว่า คดีนี้ถูกเปิดแล้วในส่วนของอาญา และกำลังจะถูกเปิดในส่วนของคดีพรรคการเมือง
9 มิ.ย.66 "ศรีสุวรรณ จรรยา" ไปแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้เอาผิดคนจัดงาน และผู้ร่วมงาน "ประชามติเอกราช" ที่ ม.อ.ปัตตานี เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 (กบฏ) และ 116 (ยุยงปลุกปั่น)
16 มิ.ย.66 "ศรีสุวรรณ จรรยา" เตรียมไปยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง 3 พรรค ว่าเข้าข่ายมีพฤติการณ์ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 22 และ 92 หรือไม่
มาตรา 22 คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ ฯลฯ แต่ไม่ปฏิบัติ กกต.มีสิทธิสั่งให้กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งได้
มาตรา 92 มีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กกต.ชงเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคได้
***ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ งานนี้พรรคก้าวไกลอาจจะรอด เพราะตัวแทนพรรคก้าวไกลที่ได้รับเชิญไปเป็น "วิทยากรเอก" ของงานประชามติเอกราช แจ้งยกเลิกกะทันหัน แต่มีข่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงได้เก็บข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม ไม่ได้มีข้อมูลหลักฐานเฉพาะกิจกรรมของนักศึกษาวันที่ 7 มิ.ย.66 เท่านั้น
- กิจกรรมวันสัมนา และแถลงการณ์สนับสนุนการทำประชามติ มีการถอดเทปไว้ทั้งหมดว่าใครพูดอะไรบ้าง (ซึ่งชัดเจนว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ไม่มีคนของพรรคก้าวไกล)
- การหาเสียง และปราศรัยต่างๆ ตลอดจนการร่วมกิจกรรมสัมนา เสวนา เวทีต่างๆ ของตัวแทนพรรคการเมือง มีการบันทึกเทปไว้หมดว่าใครพูดอะไรบ้าง (ส่วนนี้น่าจะมีคนของพรรคก้าวไกลด้วย)
***บางส่วนหมิ่นเหม่ขัดต่อกฎหมาย
***บางส่วนหมิ่นเหม่หาเสียงหลอกลวงประชาชน เพราะสิ่งที่ปราศรัยหาเสียง ไม่ได้ส่งเป็นนโยบายให้ กกต. เพราะบางนโยบายต้องแก้ไขกฎหมาย บางนโยบายต้องใช้งบประมาณ เช่น ถอนทหาร ยุบ กอ.รมน. ยุบ ศอ.บต. เป็นต้น โดยสิ่งที่หาเสียงบางส่วนก็หมิ่นเหม่ไปกระทบความมั่นคง คล้ายๆ ประชามติแยกดินแดนเหมือนกัน
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลอย่างน้อย 5 ข้อที่ ส.ว.สามารถนำมาอ้าง ไม่โหวตให้ “พิธา” เป็นนายกฯได้ ไม่ว่าจะเปิดโหวตกี่ครั้งก็ตาม (แม้ข้อ 5 จะยังไม่มีการยุบพรรค หรือเปิดคดียุบพรรค แต่ ส.ว.ก็อ้างได้)
เหมือนกับที่ "จตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน พูดมาตลอดว่า ด่านสุดท้ายที่หินที่สุด คือ ส.ว. และ ส.ว.ไม่มีทางโหวตให้ "พิธา" แน่นอน
น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากนั้นการเมืองจะไปต่ออย่างไร ดีลลับที่ว่ามีหรือไม่ จะเปิดแบบไหนห้ามกระพริบ