เนชั่นทีวี

การเมือง

ประชามติแยกใต้...ปมใหม่สกัด "พิธา" นายกฯ

14 มิ.ย. 2566 | tinakit_rat

ประชามติแยกใต้...ปมใหม่สกัด "พิธา" นายกฯ

เรื่องการอ่านแถลงการณ์ สัมนา ปาฐกถา เกี่ยวกับการทำประชามติแยกดินแดน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ ม.อ.ปัตตานี แม้ฝ่ายผู้เกี่ยวข้องจะพากันออกมาปฏิเสธ และอ้างว่าเป็นแค่เวทีวิชาการ

ทั้งยังเป็นการถามว่า “จะทำประชามติกำหนดอนาคต “ปาตานี” ดีหรือไม่” ยังไม่ใช่การ “ทำประชามติแยกดินแดน” ตามที่กล่าวหากันก็ตาม 

แต่เมื่อจับอาการของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายพรรคการเมืองที่เข้าไปมีส่วนร่วมกับเวทีนี้ สรุปได้ว่านี่อาจเป็น “เกมใหม่” เสมือนลูกบอลไหลไปเข้าเท้าผู้มีอำนาจ แล้วยิงเข้าประตู

ข้อเท็จจริงของการจัดงาน

     1. มีตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งเป็นว่าที่พรรครัฐบาล ไปร่วมจริงอย่างน้อย 2 พรรค

  • พรรคเป็นธรรม
  • พรรคประชาชาติ

     2. มีการพูดสนับสนุนแนวคิด แนวทาง “ประชามติกำหนดอนาคตนเอง” หรือบางคนใช้คำว่า “ประชามติเอกราช” ดินแดนปาตานี หรือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจ.สงขลาจริง

“พวกเราเลยมาตั้งพรรค แล้วผลักดันนโยบายนี้ผ่านพรรคเป็นธรรมว่า ถ้าเราอยากให้ประชาชนหลุดพ้น จากความรู้สึกอาณานิคม เราจะไปสร้างรัฐอีกระดับที่สามารถถกเถียงเรื่องที่เรากำลังคุยว่า จะเอกราชไหม Autonomy ไหม หรือจะอะไรโดยรู้สึกปลอดภัย...” ฮากิม พงติกอ รองเลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวบนเวที

“สำหรับพรรคประชาชาติ เราทำเหมือนหลักการของ Self Determination แล้วมันมีในเรื่องของการเมือง เรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของวัฒนธรรม ในเรื่องของสังคม ก็มองจุดตรงนี้ใส่เข้าไปในนโยบายของเรา” ผศ.วรวิทย์ บารู รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ว่าที่ ส.ส.ปัตตานี กล่าว

ประชามติแยกใต้...ปมใหม่สกัด "พิธา" นายกฯ

     3.มีการทดลองทำประชามติ แม้จะอ้างว่าเป็น “ประชามติถามว่า ต้องการให้ทำประชามติแยกตัวเป็นเอกราชถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่” ก็ตาม คือยังไม่ถึงขั้นทำประชามติแยกดินแดน แค่ถามว่า จะทำให้เรื่องนี้ถูกกฎหมายได้หรือไม่ ความหมายคือ ขอทำประชามติแยกดินแดนนั่นเอง เพราะรู้ว่าเรื่องนี้ผิดกฎหมาย

แต่คำถามของฝ่ายความมั่นคง และคนที่เขาไม่เห็นด้วยก็คือ จะทำเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร และถ้าทำไปจริงๆ แล้วสังคมไทย สภาฯไทย รัฐบาลไทย ฝ่ายความมั่นคงไทย จะยอมหรือ งานนี้จึงชัดเจนว่า ผิดกฎหมาย

จับอาการ - ร่องรอย

หนึ่ง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สมช. พูดชัดมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ทั้งแบบเปิดและแบบปิด กล่าวภายหลังการประชุม ว่า

  • การจัดกิจกรรม เท่าที่ทราบจะเห็นว่า​มีพรรคการเมือง​เกี่ยวข้องด้วย​ ทั้งอยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลัง
  • ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง บางพรรคมีนโยบายค่อนข้างที่จะสุดโต่ง​ แรงในหลายเรื่อง​ แต่หลังเลือกตั้งนุ่มนวลลง

สอง พล.ท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตรวจสอบทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเปิดประชุมสัมมนา และเชื่อมโยงถึงใครแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งสอบถามเจ้าหน้าที่ทางกฎหมายทุกส่วนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในวันนี้มีความคิดเห็นตรงกันว่ามีแนวโน้มจะหมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมกำชับและมอบหมายให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการหาพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างรัดกุม รอบคอบ และตรงไปตรงมา”

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมให้ความเป็นธรรมภายใต้หลักของความยุติธรรม ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่และในประเทศไทยได้รับทราบว่าส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมยึดกฎกติกาของบ้านเมืองเป็นสำคัญ ยืนยันพร้อมดำเนินการตามกฏหมายอย่างรัดกุมที่สุด”

พล.ท.ศานติ แม่ทัพภาค 4

ฝ่ายความมั่นคง สรุปชัดผิดกฎหมาย

สรุปก็คือ ฝ่ายความมั่นคงทุกระดับ (รวมทั้งนายกฯประยุทธ์) ยืนยันว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และไม่ได้พูดตัดช่องทางว่าจะไม่ดำเนินคดี  แต่อาจจะยกเว้นเด็กๆ นักศึกษา โดยมุ่งเป้าพรรคการเมืองเป็นหลัก

สาม “เนชั่นทีวี” เจาะลึกต่อไป พบว่า ความผิดนี้ หากจะดำเนินคดีจริง จะเอาผิดอะไรได้บ้าง

  • รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้
  • พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 มาตรา 92  เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น

     (1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

     (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข....

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

พรรคการเมือง ดิ้น! ตีชิ่ง กรรเชียงหนี

เรื่องนี้น่าจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องออกอาการ “ดิ้น - ชิ่ง - ตีกรรเชียง”

หนึ่ง ตัวแทนพรรคก้าวไกล ได้รับเชิญเป็นหนึ่งในวิทยากรหลัก แต่ยกเลิกไปร่วมกิจกรรมกะทันหัน

แต่ปัญหาคือ ก่อนหน้านี้มีไปโพสต์ข้อความอะไรเชิงสนับสนุนหรือไม่ เพราะฝ่ายความมั่นคงน่าจะมีข้อมูลหมดแล้ว

ประชามติแยกใต้...ปมใหม่สกัด "พิธา" นายกฯ

สอง พรรคเป็นธรรม กับพรรคประชาชาติ ออกมาโดดหนี

“จริงๆ มันอยู่ตรงที่สิทธิเสรีภาพแสดงออกมากกว่า ไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าต้องการเห็นประชามติแยกดินแดน ถ้าตราบใดรัฐบาลยังปิดกั้น จะไม่สามารถสร้างเสรีภาพได้เลย” กัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม ให้สัมภาษณ์รายการคมชัดลึก “เนชั่นทีวี”

ส่วน ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม ก็โพสต์ยืนยัน เคารพรัฐธรรมนูญ ยึดหลักการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 1 และไม่สนับสนุนแนวคิดการแบ่งแยกดินแดน

พรรคประชาชาติ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ออกมายืนยันว่า...

  • ทางพรรคไม่ใช่ต้นคิดจัดกิจกรรมครั้งนี้
  • ได้รับเชิญจากผู้จัด มีหนังสือเชิญชัดเจน เชิญมาที่หัวหน้าหรือเลขาธิการพรรค แต่ทางพรรคได้ส่ง อาจารย์วรวิทย์ บารู เป็นตัวแทนไป เนื่องจากเป็นว่าที่ ส.ส.เขต 1 ปัตตานี พื้นที่มหาวิทยาลัยที่จัดงาน และยังเคยเป็นรองอธิการบดี ม.อ.ปัตตานี ด้วย
  • เวทีนี้เป็นเวทีวิชาการ เนื่องจากมี รศ.ดร.มารค ตามไท อดีตหัวหน้าคณะพูดคุยเจรจาดับไฟใต้ในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นวิทยากรหลัก

โยนบาปภูมิใจไทย

มีความพยายามจากบางพรรค โยนบาปพรรคภูมิใจไทย ว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ โดยอ้างว่าประธานขบวนนักศึกษาแห่งชาติ ที่เป็นผู้นำอ่านแถลงการณ์ประชามติเอกราช คือ ลูกชายของ นัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส 4 สมัย แม่ทัพเลือกตั้งนราธิวาสของพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จพา ส.ส.เข้าสภาได้ 1 คน เป็นคนเดียวของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จาก 13 ที่นั่งที่เป็น ส.ส.ภูมิใจไทย

โยงถึง itv

น่าสังเกตว่า เรื่องบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี ที่มีการอ้างว่าเป็นเอกสารเท็จ เซ็ตขึ้นมา ก็โยนบาปให้คนของภูมิใจไทยเช่นกัน (คุณนิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัคร ส.ส.ภูมิใจไทย อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่)

ผลที่จะเกิดตามมา หากมีการเปิดคดีทั้งอาญา และยุบพรรค

     1.แม้สุดท้ายไม่ผิด ไม่โดนยุบ แต่ระหว่างมีคดี ก็จะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นำไปอ้างได้ว่า ไม่สมควรโหวตสนับสนุนว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค ซึ่งสนับสนุน คุณพิธา เป็นนายกฯ สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ คุณพิธาก้าวขึ้นเป็นนายกฯ ยากขึ้นไปอีก

      2.หากคดียุบพรรคเดินหน้า และจบเร็ว เสียงสนับสนุนฝ่าย 8 พรรคร่วมรัฐบาล จะหายไปอีก ลดลงจาก 312 เสียง

  • กรณีมีสิทธิโดน 2 พรรค เป็นธรรม กับประชาชาติ เสียงจะหายไป 10 เสียง เหลือ 302 เสียง ยิ่งหา ส.ว.มาเติมยากขึ้นไปอีก
  • กรณีก้าวไกลโดนด้วย ก็ต้องไปลุ้นคดียุบพรรค กลายเป็นด่านสกัดพรรคก้าวไกลอีก 1 ด่าน ทำให้ ส.ว.มีเหตุผลในการไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯจากพรรคก้าวไกล

อย่าชะล่าใจเคยเกิดขึ้นมาแล้ว

เรื่องนี้อย่าคิดว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ให้นึกถึงปรากฏการณ์ “ลูกไหลเข้าเท้า” เมื่อปี 62 นำไปสู่คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ที่ไม่มีใครด่าหรือวิจารณ์ได้เลย

ข่าวล่าสุด