เมื่อถามว่า ที่ครอบครัวออกมาเบรกไม่อยากให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร กล่าวทันทีว่า นั่นไง จริงๆแล้ว ไม่ใช่ทางครอบครัวเบรก เป็นเรื่องที่คุณแม่พูดคุยกับลูกสาวคนเล็ก ที่ในใจท่านก็มีความภูมิใจลูกสาวคนเล็กที่มายืนจุดนี้ แต่ลึกๆท่านก็ยังเห็นตนเป็นเด็ก แต่ในชีวิตจริงตนก็รู้ว่าตนเองไม่ใช่เด็ก การที่คุณแม่เป็นห่วงก็ไม่รู้สึกโกรธอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะเรารู้ว่าเราไม่ใช่เด็ก รู้สึกว่าเขาเป็นห่วง ทั้งตอนที่ท้องแล้วไปหาเสียงท่านก็เป็นห่วงมาก ตนก็ต้อง คอยพูดตลอดว่าตนยังโอเค หาหมอแล้ว ก็จะบอกแม่อยู่ทุกครั้ง เป็นแค่ความเป็นห่วงเท่านั้นไม่มีมิติอื่นจริงๆ
เมื่อถามย้ำว่า ส่วนตัวพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ถ้าตนไม่พร้อมเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็คงจะไม่เป็น ถ้าไม่พร้อมก็คงไม่ให้ชื่อตนลงไป และคุยกันในพรรค ถ้าตนไม่พร้อมก็คงไม่ก้าวเข้ามาตรงนี้ เพราะ ถ้าเราไม่พร้อมก็ต้องบอกคนในพรรคว่าเราไม่พร้อม
ถามต่อแปลว่า คุณหญิงพจมานมองข้ามช็อต ที่เบรกไม่ให้นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แสดงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรืออาจมีอุบัติเหตุทางการเมืองกับนายพิธา ถึงได้มีการพูดออกมาในสถานการณ์การเมืองขณะนี้ น.ส.แพทองธาร ยิ้ม ก่อนตอบว่า ส่วนตัวมองว่า สิ่งที่คุณแม่คิดตั้งแต่ตอนแรกก่อนจะเลือกตั้ง ตนก็ต้องมีสิทธิ์ เพราะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ไม่ว่าทั้งตน นายเศรษฐา ทวีสิน และนายชัยเกษม นิติสิริ ก็มีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี
เพราะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นอันดับ 1 แม่ก็คงคิดถึงตอนนั้นว่า ยังจะเป็นแบบนี้อยู่หรือไม่ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับหนึ่งจริง ตนก็ต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เราจะคุยอย่างไรกันในพรรค แม่ก็เป็นห่วงตรงนี้เสมอ ตนพูดด้วยความสัตย์จริงว่า มันเป็นแค่นั้นเองในมุมของแม่
เมื่อถามต่อ ถึงกระแสข่าวมีการระบุว่า ที่ยังไม่อยากให้นายทักษิณกลับ เพราะอาจจะถูกหลอก น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า คำว่าถูกหลอกมันคือ ตลอดเวลาที่พ่อของตนไม่อยู่ ประเทศไทยมา 17 ปี มันก็ต้องมีข้อมูลข่าวสารที่ท่านได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม ถูกบ้างผิดบ้าง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 17 ปี เราไม่ได้คิดว่าใครจะมาหลอกเราเป็นพิเศษ นั่นคือสิ่งที่ครอบครัวบอกว่าให้ดูข้อมูลให้ดี ให้คิดให้ดีว่าจะทำอย่างไร มันเป็นการห่วงใย และเป็นการเตือนสติกันมากกว่า ว่าดูให้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่คือสิ่งที่เราเตือนกันได้ไม่ใช่ว่ามีใครจะหลอกหรืออะไร