นายชัชชาติ ยอมรับว่า จากการการประเมินการทำงานตนเอง ที่ผ่านมาแล้ว 1 ปี ว่า “ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ให้ 5 คะแนน เพราะยังมีอีก 11 นโยบายที่ยังไม่ได้ทำ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ และระบบการจราจร ส่วนการทำงานกับข้าราชการ อาจจะมีปัญหาทั้งสองฝั่ง
ซึ่งข้าราชการอาจมองว่า ตนทำงานเร็วไป และมีกระบวนการต่าง ๆ ที่ต้องทำอย่างรอบคอบ โดยจากนี้จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทลายกำแพงการทำงานร่วมกับข้าราชการ จะมีการเปิดเผยข้อมูล ใช้ระบบออนไลน์เข้ามาช่วย เช่น ทราฟฟี่ฟองดูว์ ที่มาช่วยแก้ไขปัญหาประชาชน ยืนยันว่า อีก 3 ปีที่เหลือ จะทำงานได้เกินเป้าตามที่รับปากประชาชนไว้แน่นอน”
นายชัชชาติ กล่าวว่า ปีแรกผ่านไป การทำงานที่ดูเหมือนพยายามแก้ปัญหา แต่ก็เป็นเชิงรับมากกว่า คือการฟัง ประชาชนร้องเรียน แจ้งปัญหา แล้วให้ เจ้าหน้าที่ก็ลงไปแก้ปัญหา แต่ปีสอง ทุกคนต้องทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ พร้อมฝากข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารเขต สำนักต่าง ๆ อย่ารอฟังแต่ปัญหาประชาชน แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ ผู้บริหาร ลุยลงพื้นที่ไปหาปัญหาเอง และแก้ปัญหาที่พบ โดยที่ไม่ต้องรอให้ประชาชนร้องเรียนอย่างเดียว
“ถ้าเจอปัญหาขอให้รีบแก้ไข เพราะถ้าเจอแล้วไม่รีบแก้ เท่ากับ เอาเวลาราชการ ไปโกงเวลาประชาชน ยิ่งปล่อยปัญหาเนิ่นนาน ยิ่งกินเวลา เท่ากับโกงเวลานานมากขึ้นด้วย ย้ำว่า ยินดีรับฟังทุกอย่าง และพร้อมนำไปปรับปรุง และยอมรับว่า เรื่องที่ยากที่สุด คือการแก้ทุจริตคอรัปชั่น หากไม่มีความโปร่งใส ประชาชนไม่ไว้ใจ สุดท้ายก็ไม่มีแนวร่วม
"ผมว่าข้าราชการลูกจ้างส่วนใหญ่เป็นคนดี ควรที่จะต้องส่งเสริมโดยเริ่มจากฝ่ายบริหาร ที่ผ่านมาคนแจ้งข้อมูลเรื่องทุจริตมาเยอะ หากเอาจริงเอาจังอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีเงินเหลือทำเรื่องอื่น ผมบอกเสมอว่า Traffy Fondue ที่ประชาชนแจ้งมา 300,000 กว่าเรื่อง ไม่ได้สะท้อนว่าเราอ่อนแอ แต่แสดงว่าประชาชนไว้ใจเรา มีค่ามากกว่างบประมาณ"
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงกรณีที่ประชาชน วิพากษ์วิจารณ์ถามหาถึงผลงานของตนเองว่า จากนี้อาจจะต้องประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น แต่ใจจริงอยากให้ประชาชนรู้สึกด้วยตนเองว่า ชีวิตดีขึ้นจากการบริหารของเรา จากงานที่เราทำ หากประชาสัมพันธ์ให้ตาย แล้วประชาชนไม่รู้สึกว่า ชีวิตดีขึ้น ก็ไม่มีความหมาย สำคัญคือ "ทำงานให้หนัก ลงพื้นที่" หากทำดีจริง ประชาชนจะรับรู้ได้เอง โดยไม่ต้องประชาสัมพันธ์
เมื่อถามว่า คิดอย่างไรกับคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ระบุว่า "1 ปีชัชชาติ ใหญ่ๆไม่ เล็ก ๆ ทำ" ชัชชาติ กล่าวว่า ก็ถูกต้อง เพราะปัญหาของ กทม.เป็นเรื่องเล็ก ที่ไม่มีใครเคยสนใจ เงินงบประมาณเขี่ยไม่เคยลง แต่เราทำเรื่องเล็ก ๆ ที่ตอบโจทย์ประชาชน ถามว่าเรื่องใหญ่ทำหรือไม่ โครงการใหญ่ก็เดินหน้าตลอด ไม่มีหยุด แต่อาจจะไม่มีใครเห็น
อย่างการทำอุโมงค์ก็อยู่ใต้ดิน อย่างที่บอกก็ต้องทำคู่ขนานไป ก็ดีใจที่คนบอกว่า ทำเรื่องเล็ก เพราะนั่นคือนโยบาย ที่หาเสียงมาตั้งแต่ต้น ถ้าตนเข้ามาแล้วไม่ทำเรื่องเล็ก ก็ถือว่าโกหกประชาชนแล้ว เพราะเราพูดเรื่องเส้นเลือดฝอยตั้งแต่วันแรก แต่ก็ต้องทำคู่ขนาน ทั้งเรื่องใหญ่และเรื่องเล็ก ก็ยินดีน้อมรับทุกคำติ