"การเลือกส.ส.ไม่เหมือนกับการเลือกผู้นำประเทศเพราะฉะนั้น เขาให้เรามาพิจารณาให้ความเห็นชอบคนที่จะมาเป็นผู้นำประเทศจึงต้องพิจารณาเหตุปัจจัยที่ไม่เหมือนกันซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญที่จะนำมาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งผู้ที่เป็นแคนดิเดต ก็จะต้องแสดงจุดยืนวิสัยทัศน์ และสมาชิกจะได้พิจารณาโหวต"ประพันธ์ กล่าว
นายประพันธ์ ยังกล่าวถึง กรณีข้อเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ของนายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภาว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ที่มีข้อกังวลในการจัดตั้งรัฐบาลที่กำลังเดินอยู่นี้ อาจจะนำมาซึ่งความไม่สามัคคีของคนในชาติ ความขัดแย้งที่นำมาสู่ความรุนแรงหรือเกิดเป็นปัญหาขึ้น ซึ่งก็ได้เป็นเสนอทางออก เป็นทางเลือกทางหนึ่ง ซึ่งในอดีตเคยมีการเสนอ แบบนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถ้าจะทำให้เกิดขึ้นก็น่าจะทำได้ เพียงอย่ารอให้ประเทศต้องล่มสลายหรือเกิดการขัดแย้งจนถึงเกิดการนองเลือดบนท้องถนนก่อนถึงค่อยมาคิด แต่ขณะนี้คงยังไม่ถึงเวลานั้นเพราะแต่ละพรรคก็รวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลถ้าหากทุกพรรครวมเสียงกันได้และตั้งรัฐบาลได้ก็คงไปไม่ถึงจุดนั้น
นอกจากนี้นายประพันธ์ ยังกล่าวถึงคุณสมบัติของประธานสภาฯว่าต้องมีคุณวุฒิ วัยวุฒิและประสบการณ์ เพราะประธานสภาฯต้องทำหน้าที่เป็นประธานรัฐสภาด้วย ต้องเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติทั้งหมด เพราะฉะนั้นความอาวุโสความมีประสบการณ์และความมีวัยวุฒิ คุณวุฒิเป็นสิ่งจำเป็น เพราะต้องได้บุคคลที่ต้องเป็นที่เคารพนับถือ เชื่อถือศรัทธา ของมวลสมาชิกด้วย ไม่ใช่คำนึงแต่เพียงว่าพรรคไหนเป็นเสียงข้างมากก็ต้องเอาพรรคนั้นโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ เพราะเมื่อเวลาทำงาน
ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญมากการที่จะวางตัวให้คนเคารพเชื่อถือศรัทธาและให้การยอมรับ หรือการจะประสานกับกลุ่มพรรคการเมืองหรือสมาชิกเพื่อทำงานร่วมกัน ถ้าปราศจากซึ่งความน่าเชื่อถือความน่าเคารพ ทั้งในสมาชิกด้วยกันและประชาชนจะเป็นปัญหาและเป็นอุปสรรคในการทำงานตนจึงคิดว่าถ้าพรรคการเมือง จะทำการเมืองไปข้างหน้าต้องคำนึงสิ่งเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่คำนึงถึงแต่จะเอาคนของตัวเองโดยไม่คำนึงปัจจัยเหล่านี้