"สามารถ"แจง 3 ประเด็นศาลฯต้องวินิจฉัย"พิธา" ได้ลุ้นเลือกตั้งใหม่
01 มิ.ย. 2566 | thanita_boo

“สามารถ เจนชัยตรวนิช” แจง 3 ประเด็นศาลฯต้องวินิจฉัยปมถือหุ้นสื่อ “พิธา” ฟันการเมืองไทย อาจต้องเลือกตั้งใหม่
การเมือง
01 มิ.ย. 2566 | thanita_boo

“สามารถ เจนชัยตรวนิช” แจง 3 ประเด็นศาลฯต้องวินิจฉัยปมถือหุ้นสื่อ “พิธา” ฟันการเมืองไทย อาจต้องเลือกตั้งใหม่
1 มิถุนายน 2566 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงประเด็นร้อนเรื่องคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คงต้องมีการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของนายพิธาถึง 3 ประเด็นด้วยกัน กรณีแรกคือ นายพิธา หมดสิทธิ์การเป็นส.ส.เพราะถือหุ้นสื่อหรือไม่ ประเด็นนี้หากศาลฯวินิจฉัยว่า บ.ไอทีวี ยังเป็นหุ้นสื่อที่ประกอบกิจการอยู่ นั่นก็หมายถึงการขาดคุณสมบัติการถือหุ้นของนายพิธา ตามมาตรา 98 (3) อย่างแน่นอน และจะมีผลย้อนหลังไปถึงการเลือกตั้ง เมื่อปี 2562 ด้วย แสดงว่านายพิธา ไม่เคยเป็น ส.ส.และจะถูกเรียกเงินคืนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เบี้ยประชุม รวมถึง เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ประเด็น2 คือ นายพิธา ยังสามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ตามมาตรา 160 ประเด็นนี้ต้องตามต่อจากประเด็นแรก หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายพิธา ขาดคุณสมบัติ ในมาตรา 98(3) ก็จะส่งผลทำให้นายพิธา ขาดคุณสมบัติตามมาตรา160 ไป ด้วย ซึ่งก็หมายถึง นายพิธา ไม่สามารถเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้
ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ศาลฯต้องวินิจฉัยด้วย คือ การเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของนายพิธา ส่งผลทำให้ผู้สมัครของพรรคก้าวไกลได้รับเลือกตั้ง และได้รับความนิยมจนได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ หากศาลวินิจฉัยประเด็นนี้ว่าเป็นโฆษะ ก็จะส่งผลลามไปถึงการจัดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เพราะเขตการเลือกตั้งที่พรรคที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 จะมีผลต่อการเลือกตั้งทั่วทั้งประเทศ
“การที่คุณพิธา ส่งตัวเองลงสมัคร แล้วเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์1 เพียงคนเดียวของพรรคก้าวไกลแล้วทำให้พรรคก้าวไกลได้ 151 เสียง อย่าลืมว่าเขตอื่นที่เค้าได้ที่ 2 หรือที่คุณพิธาไปแย่งคะแนนเค้ามีผลกับการเลือกตั้งทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเขตที่คุณพิธาลงเลือกตั้งเท่านั้น เพราะคุณพิธา ไม่มีคุณสมบัติเป็นนายกฯ แล้วดันมาสมัคร แล้วทำให้คะแนนความนิยมมันเกิดขึ้น พูดง่ายๆว่าคุณพิธาไม่มีสิทธิ์ลงสนาม เรื่องนี้ต้องติดตาม เพราะการเลือกตั้ง 14 พค.มันมีปัญหาแล้วครับ”
นายสามารถ ยังได้ยกตัวอย่างกรณีการเมืองไทยด้วยว่า การเลือกตั้งในประเทศไทย มีการล้มการเลือกตั้งมาแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อวันที่ 2 เมษา พ.ศ. 2549 ที่ 3 พรรคการเมืองใหญ่ในสมัยนั้นได้ทำการบอยคอตพรรคไทยรักไทย จนทำให้ไม่สามารถการเลือกตั้งได้ จากนั้นวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ได้มีการจัดการเลือกตั้ง แต่เปิดหน่วยไม่ได้ จนทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งวันเดียวกันได้พร้อมกันทุกเขต ครั้งนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผิด จึงต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ การเมืองตอนนี้จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกรณีคุณสมบัติของนายพิธา จะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุดอีกหรือไม่