"วราวิทย์"สมมติศาลวินิจฉัยว่า"คุณพิธา"ขาดคุณสมบัติจริงๆและกระทบต่อการเป็นหัวหน้าพรรคมั้ย
"อ.ณรงค์เดช"กระทบครับ เนื่องจากว่า ในข้อบังคับของ"พรรคก้าวไกล"มีข้อหนึ่งเขียนไว้ว่า คนที่จะเป็นสมาชิกจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญเขียน ถ้าคุณไม่เป็นสมาชิกคุณก็เป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้
สมมติศาลวินิจฉัยว่ามีลักษณะต้องห้ามจริงๆ ไม่กระทบครับเนื่องจากว่าเป็นหลักกฎหมายทั่วไปเขียนรัฐธรรมนูญมาตรา 82 เขียนโดยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ในมาตรา 19 เขียนในพ.ร.บ.บริษัทมหาชน มาตรา 84 เขียนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 88 ของกรรมการสมาคม บรรดากิจการที่คณะกรรมการของสมาคมได้กระทำไปแม้จะปรากฎภายหลังว่า มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตั้งหรือคุณสมบัติกรรมการสมาคมกิจการนั้นย่อมสมบูรณ์ อันนี้สมาคมนะครับ
"วราวิทย์" แปลว่ากรณีพรรคการเมืองอะไรที่ทำไปแล้วก็โดยสมบูรณ์เหมือนกัน
"อ.ณรงค์เดช" คือจะมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการรวมกลุ่มเช่นสหภาพแรงงาน สมาคมนายจ้าง หอการค้า สหกรณ์ไม่ได้เขียนบทบัญญัติพวกนี้ ก็เกิดปัญหากรรมการสหกรณ์ขาดคุณสมบัติ จะทำให้การทำงานนั้นเสียไปหรือไม่ ก็มีหลักกฎหมายทั่วไปเทียบเคียงกันได้
"วราวิทย์" คุณเรืองไกรมองยังไงครับ
"เรื่องไกร" ผมใช้กฎหมายเฉพาะในการร้องนะครับ ไปดูหนังสือผมได้ ผมร้องกฎหมายพรรคการเมือง ผมไม่ได้เอากฎหมายอื่นมาเทียบเคียง "พรรคการเมือง"เมื่อรับจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล กฎหมายเฉพาะมาตรา 24 ,25 มีโทษ ผมร้องด้วยกฎหมายเฉพาะให้ "กกต." วินิจฉัย เพราะฉะนั้นไปดูที่กฎหมายหรือดูคำร้องของผม
"วราวิทย์" ไม่เกี่ยวกับองค์กรอื่นๆ หน่วยงานอื่นๆ
"เรืองไกร" ไม่ใช่ ถ้าไม่มีบทบัญญัติของกฎหมาย เขียนไว้เฉพาะบัญญัติไว้ชัดเจนเข้าไปดูเจตนารมณ์ ถ้าไม่มีคำจำกัดความที่แน่นอนก็ไปดูพจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน เราเข้าใจกฎหมายลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว ถ้าผมเรียนกฎหมายอาจจะเข้าใจมากกว่านะ
"วราวิทย์" ITV ยังเป็นสื่ออยู่หรือไม่ ในมุมอาจารย์คิดว่ายังไงครับ
"อ.ณรงค์เดช" การจะดูว่า ITV ยังเป็นสื่ออยู่หรือไม่ก็มีแนววินิจฉัยอยู่ ศาลจะไม่ได้ดูเฉพาะหนังสือรับรองบริษัทที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่เขาจะดูเอกสารอื่นๆด้วย สิ่งที่ดูที่สำคัญเลยคือเรื่องงบการเงิน มาดูกรณี ITV เคยประกอบกิจการสื่อจริงได้รับสัญญาร่วมการงานกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วก็ทำกันมาตลอด แต่ก็มีข้อพิพาทหลายเรื่องนะ หนึ่งในข้อพิพาทล่าสุด คือสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีบอกยกเลิกสัญญาร่วมการงานนั้น เมื่อบอกเลิกสัญญาสิทธิในการออกอากาศของ ITV ก็จบลง ก็มีการร้องอนุญาโตตุลาการ
ตรงนี้ทำให้สิทธิ์ในการออกอากาศของ ITV หยุด และ ITV เองก็หยุดประกอบการตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2550 ตัว ITV แล้วก็บริษัทลูกด้วย บริษัทลูกของ ITV คือบริษัท อาร์ตแวร์ เขาก็หยุดประกอบการ
"วราวิทย์" คุณพิธาที่ถือหุ้นอยู่เป็นหุ้นตัวเองหรือหุ้นกองมรดก อันนี้มีผลในทางกฎหมายต่างกันยังไง
"อ.ณรงค์เดช" ผมมองว่าประเด็นนี้คุณพิธาสู้ยาก ถ้าเราไปดูข้อ 1 กฎหมายเขามีบทสันนิษฐาน เอกสารสมุดบัญชีผู้ถือหุ้นเอกสารทางการของบริษัท เขาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าถูกต้องตามจริงเช่นนั้น ดังนั้นเป็นหน้าที่"คุณพิธา"ถ้าจะสืบว่าไม่ใช่หุ้นของตัวเอง เพราะเอกสารมีชื่อ"คุณพิธา"ปรากฎผู้ถือหุ้นอยู่แล้ว ไม่ได้วงเล็บด้วยว่าเป็นผู้จัดการมรดก เพราะฉะนั้นก็ถูกข้อสันนิษฐานนี้ 42,000 หุ้น มีปัญหาทับซ้อนกันอยู่
"ประเด็นนี้ผมว่าสู้ยาก เพราะว่าถ้า"คุณพิธา"ครอบครองแทนในฐานะผู้จัดการมรดกสมมติจริง แต่อย่าลืมว่า"คุณพิธา"เป็นทายาทโดยธรรม ผู้มีสิทธิ์รับมรดกคนหนึ่งของคุณพ่อ ดังนั้นมีสองหมวดที่คาบเกี่ยวกัน แต่ถ้ามองในส่วนที่เป็นทายาทตัวหุ้นอาจจะไม่ถึง 42,000 หุ้นอาจจะน้อยกว่านั้น"
"วราวิทย์" ตรงนี้คงจะปฏิเสธยากในแง่ของการถือหุ้นเพราะไม่มีอะไรบอกเท่าไหร่นักว่าเป็นหุ้นกองมรดก และโดยทายาทกฎหมายแพ่ง 1599 อย่างคุณพ่อคุณพิธาเสียชีวิตแล้วก็ตกเป็นของทายาทโดยทันที ข้อนี้สู้ยากหน่อย
"อ.ณรงค์เดช" สู้ยากหน่อยแล้ว"คุณพิธา"ไม่ได้สละมรดกด้วย
ชมคลิป >>> คดีดับฝัน พิธา สู่เก้าอี้นายกฯ?