ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง
"เนชั่นทีวี" ตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคง มารายงานเพิ่มเติมดังนี้
1.ในทางเปิด ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยยืนยันว่า ไม่มี "ดีลลับลังกาวี"
2.ในทางปิด มีแหล่งข่าวความมั่นคงบางแหล่งยอมรับว่า มีการพบปะกันที่ลังกาวีจริง ระหว่าง "คนแดนไกล + นักธุรกิจใหญ่ด้านพลังงาน ซึ่งเป็นนายทุนให้พรรคการเมืองบางพรรค + คนมีสียศใหญ่"
**แต่การพบปะเกิดขึ้นก่อนเลือกตั้ง คือ ก่อนวันที่ 14 พ.ค.66
**ส่วนหลังเลือกตั้ง โดยเฉพาะช่วงนิทรรศการ LIMA 2023 ไม่ยืนยันว่ามีการพบกันหรือไม่ แต่มีข้อมูลว่า "คนแดนไกล" ชอบไปชมนิทรรศการลักษณะนี้
3.ในทางปิด แหล่งข่าวความมั่นคงอีกแหล่งหนึ่งให้ข้อมูล แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา
ก่อนเลือกตั้ง มีการพบปะกันจริงที่ลังกาวี ระหว่าง "คนแดนไกล" กับ "นักธุรกิจใหญ่สายพลังงาน" แต่ไม่ยืนยันว่ามี "คนมีสี" ร่วมวงหรือไม่
หลังเลือกตั้ง "คนแดนไกล" ไปชมนิทรรศการ LIMA 2023 มี "คนมีสี" เดินทางไปร่วมงาน แต่ยืนยันว่าไม่ได้คุยการเมืองกัน และไม่ได้พบปะกันส่วนตัว
หลังเลือกตั้ง มีดีลจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วจริง แต่ไม่ได้คุยที่ลังกาวี ซึ่งรูปแบบของ "ดีลข้ามขั้ว" ตอนนี้ลงตัวแล้ว
ทั้งนี้ "ลังกาวี" เป็นเกาะเล็กในทะเลอันดามัน อยู่ในเขตของรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ห่างจากเกาะตะรุเตา จังหวัดสตูลของไทย แค่ 4 กิโลเมตร สามารถลงเรือไปเที่ยวลังกาวีได้ที่ท่าเรือของจังหวัดสตูล สัญลักษณ์ของลังกาวี คือ รูปปั้นนกอินทรีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์ของเกาะ
"ลังกาวี" เป็นบ้านเกิดของ ดอกเตอร์มหาธีร์ โมฮาหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย ดำรงตำแหน่ง 2 ครั้ง ครั้งแรก 22 ปี (ปี 2524-2546) และครั้งหลังตอนอายุกว่า 90 ปี (ปี 2561-2563) แต่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เขาพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง
"ลังกาวี" มีส่วนเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของไทย เพราะเคยเป็นสถานที่ "พูดคุยเจรจาดับไฟใต้" เกือบประสบความสำเร็จ เมื่อปี 2548-2549 ในรัฐบาลรัฐบาล"ทักษิณ ชินวัตร" ช่วงที่ไฟใต้ปะทุขึ้นมาใหม่ช่วงปีแรกๆ (หลังปล้นปืนครั้งมโหฬาร 413 กระบอก เมื่อปี 2547)
คนกลางในการเจรจา คือ "ดร.มหาธีร์ โมฮาหมัด" ซึ่งขณะนั้นเพิ่งลงจากตำแหน่งนายกฯของมาเลเซียสมัยแรกได้ไม่นาน และเป็นช่วงรัฐบาลของคุณทักษิณ / การเจรจาในครั้งนั้น สื่อมวลชนที่ทราบข่าวเรียกขานกันว่า "ดีลลับลังกาวี" หรือ "เจรจาลับดับไฟใต้ที่ลังกาวี"
18 ปีให้หลัง "ลังกาวี" ถูกกล่าวถึงในฐานะ "สถานที่จัดดีลลับ" อีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเรื่องการเมือง แถมยังเกี่ยวข้องกับ"ทักษิณ ชินวัตร" ในฐานะ "คนแดนไกล" และตัวละครสำคัญของ "เกมลับสลับขั้วรัฐบาล" อีกด้วย
18 ปีก่อน "ดีลลับลังกาวี" เกือบทำให้ไฟใต้มอดดับ แต่ก็ไม่ดับ และลุกโชนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ปีนี้ 2566 "ดีลลับลังกาวี" ถ้ามีจริง จะดับไฟความวุ่นวายทางการเมืองให้มอดดับ หรือจุดไฟการเมืองไทยให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง...กันแน่
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ๆ
ย้อน 18 ปี "ดีลลับลังกาวี" มหาธีร์ช่วยเจรจาดับไฟใต้
จริงๆ แล้ว "มหาธีร์ โมฮาหมัด" อดีตนายกฯผู้ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย คืออดีต "โต้โผใหญ่" ในการจัด "เจรจาลับ" เพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ตั้งแต่ช่วงต้นๆ ของไฟใต้รอบนี้ คือราวๆ ปี 48-49 เลยทีเดียว
ผลของการ "เจรจาลับ" ไม่ใช่แค่พบปะพุดคุยกับบรรดาขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนอย่างน้อย 4-5 กลุ่มเท่านั้น แต่ยังมีการลงนามในเอกสารที่เรียกว่า Peace Proposal ด้วย ที่สำคัญยังมีตัวแทนรัฐบาลไทยที่ชื่อ พล.อ.ไวพจน์ ศรีนวล สมัยที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ไปร่วมโต๊ะเจรจา
ขณะนั้น "มหาธีร์" เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เขาครองอำนาจมาอย่างยาวนานกว่า 22 ปี กระทั่งลงจากตำแหน่งเมื่อปี 46 และมีบทบาทเป็น "โต้โผ" ในกระบวนการเจรจาลับดับไฟใต้ช่วงปี 48-49
การพบปะกันระหว่าง "มหาธีร์" กับแกนนำขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน ที่ "กัมปง ตก เซนิค" รีสอร์ทหรูบนเกาะลังกาวี บ้านเกิดของมหาธีร์ที่มาเลเซีย
"กำปง ตก เซนิค" ถูกระบุว่าเป็นสถานที่พบปะหารือหลายครั้งระหว่างแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนภาคใต้ของไทยหลายกลุ่ม กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย โดยมี มหาธีร์ เป็นผู้ประสานงาน ในฐานะประธานมูลนิธิขององค์กรไม่แสวงหากำไรที่ชื่อ Perdana Global Peace Organization หรือ PGPO
การพบปะหารือเริ่มขึ้นครั้งแรกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 48 โดยมี นายอานันท์ ปันยารชุน สมัยที่ยังนั่งเป็นประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เป็นผู้จุดประกาย และเชื้อเชิญ มหาธีร์ มาเป็น "คนกลาง" ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพของอดีตผู้นำมาเลเซียผู้นี้ ซึ่งครองอำนาจรัฐยาวนานถึง 22 ปี
การพูดคุย เป็นรูปแบบที่เรียกว่า Langkawi Peace Talk มีการพบปะกันอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง ตัวแทนฝ่ายความมั่นคงไทยที่ไปร่วมวงพูดคุยก็คือ พล.ท.ไวพจน์ ศรีนวล (ยศในขณะนั้น)
การลงนามในเอกสารที่เรียกว่า Peace Proposal กระทำกันในวันแห่งความรัก 14 ก.พ.49 ผู้ร่วมลงนามคือบรรดาแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่มต่างๆ ได้แก่ "ดร.วันกาเดร์ เจ๊ะมัน" ประธานกลุ่มเบอร์ซาตู อุสตาซมูฮัมหมัด บิน อับดุลเราะห์มาน ประธานกลุ่มจีเอ็มพี (มูจาฮีดีนปัตตานี) นายรอซี บิน ฮัดซัน รองประธานกลุ่มพูโล และ อุสตาซอับดุลเลาะห์ บิน อิสมาแอล ประธานกลุ่มบีอาร์เอ็น คองเกรส
โดยมี "ดาโต๊ะ ชาซ์ริล เอสเคย์ บิน อับดุลละห์" กงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ประจำเกาะลังกาวี คนสนิทของมหาธีร์ ร่วมลงนามในฐานะ "ผู้ไกล่เกลี่ย" หรือ Mediator
Langkawi Peace Talk ยังคงเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง ทั้งที่ลังกาวี และปุตราจายา ศูนย์กลางราชการของมาเลเซีย กระทั่งนำมาสู่การจัดทำ Peace Plan หรือ "แผนสันติภาพและพัฒนาร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย" ในเดือน ก.ค.49 และแผนดังกล่าวนี้ถูกส่งถึงมือ "พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์" รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในรัฐบาล"ทักษิณ ชินวัตร" ขณะนั้น ในเดือน ส.ค. ก่อนการรัฐประหารประมาณ 1 เดือน โดยมีการนัดพบกันที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งกลางกรุงเทพฯ มีผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิ PGPO ร่วมเป็นสักขีพยาน
แต่แผนสันติภาพฯ ก็ไม่ได้ถูกใช้ เพราะหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดการรัฐประหารขึ้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 โค่นล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ทุกสิ่งที่ทำมาจึงยุติลง แม้จะมีความพยาามของ ดาโต๊ะ ชาซ์ริล ที่ได้จัดทำสรุปรายงานรวม 18 บท ตั้งแต่เริ่มกระบวนการเจรจาสันติภาพ การวิเคราะห์ปัญหา จำแนกกลุ่มขบวนการ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ส่งให้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งเป็นรัฐบาลภายหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ก็ตาม แต่ก็ไม่มีการขยับขับเคลื่อนใดๆ ต่อ
ข้อสันนิษฐานหนึ่งที่วิเคราะห์กันว่าน่าจะทำให้ "แผนสันติภาพฯ" ที่มี มหาธีร์ เป็นโต้โผใหญ่ถูกพับไป ก็เพราะเชื่อว่าบรรดาแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ไปร่วมลงนามใน Peace Proposal ล้วนไม่ใช่ "ตัวจริง" ที่มีผลต่อสถานการณ์ไฟใต้รอบปัจจุบัน