นายพิเชษฐ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีความโปร่งใสของกกต. ต่อผลการเลือกตั้ง หลังสามพรรคเล็ก (พรรคพลัง พรรคเพื่อชาติไทย พรรคแรงงานสร้างชาติ) ยื่นหนังสือท้วงติง และยื่นศาลปกครองสูงสุดให้วินิจฉัย จนกลายเป็นประเด็นร้อน นั้น ตนเกาะติดเรื่องนี้มาโดยตลอด การปิดบังซ่อนเร้นของเว็ปของ กกต. เมื่อวันศุกร์ที่ 19 พ.ค. แต่กลับเปิดอีกที วันพุธที่ 24 พ.ค. น่าจะมีวัตถุประสงค์ปิดบังอะไรบางอย่าง เพราะตัวเลขคะแนนหายไป และมีการเอื้อคะแนนให้พรรคใหญ่ เท่าที่ตนทราบมา นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย มีข้อมูลเด็ดอยู่ ไม่งั้นคงไม่กล้าไปยื่นร้องกับศาลปกครองเพื่อขอให้การคุ้มครอง
"มั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่จบง่าย ๆ ผมจะเกาะติดต่อไปเพื่อให้ได้ข้อสรุป เพราะเป็นสิ่งที่ 3 พรรคเล็กได้รับผลกระทบมากพอสมควร และยังอาจจะส่งผลกระทบไปถึงการจัดตั้งรัฐบาลอีกด้วย หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลที่ศาลจะไม่รับไปสืบสวน สุดท้ายศาลปกครองจะเป็นผู้พิสูจน์ความน่าเชื่อถือของตัวเองและให้ความยุติธรรมกับประชาชน" นายพิเชษฐ ระบุทิ้งท้าย
สำหรับ พรรคเล็กที่เตรียมยื่นฟ้องศาลปกรอง ประกอบด้วย
1. นายลิขสิทธิ์ ใสกระจ่าง หัวหน้าพรรคพลัง
2. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย
3. นายมนัส โกศล หัวหน้าพรรคแรงงานสร้างชาติ
โดยทั้ง 3 พรรค เชื่อว่ากกต.มีการรวมคะแนน และคำนวณจำนวนส.ส.ที่แต่ละพรรคได้รับมีความผิดปกติ ไม่โปร่งใส เนื่องจากพบว่ามีการบวกเพิ่มจำนวนบัตรดีจำนวน 507,277 คะแนนเข้าไปซึ่งเกินความจริงไปจำนวน 297,149 คะแนน เอื้อประโยชน์ต่อพรรคใหญ่หรือไม่ ทั้งที่ความจริงต้องบวกเพิ่มแค่ 210,128 คะแนน เท่านั้น
นอกจากนี้ 4 พรรคที่ต้องได้ ส.ส. คือ
พรรคพลังประชารัฐ เพิ่ม 1 ที่นั่ง
พรรคพลัง เพิ่ม 1 ที่นั่ง
พรรคเพื่อชาติไทย เพิ่ม 1 ที่นั่ง
พรรคแรงงานสร้างชาติ ได้เพิ่ม 1 ที่นั่ง
แต่กลับเสียโอกาสไปเพราะความพิศดารของกกต. ที่บวกเพิ่มจำนวนบัตรดีเกินจริงไป 297,149 คะแนน