ไม่เพียงเท่านั้น "ปิยบุตร" ยังโพสต์ข้อความอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้งด้วยการเรียกร้องให้"พรรคก้าวไกล"ยอมไม่ได้อีกแล้ว ต้องรักษาเก้าอี้ประธานสภาฯ ห้ามให้ใครเด็ดขาด
ถ้อยความของ "ปิยบุตร" ซึ่งถือเป็นแกนนำนอกสังเวียนเลือกตั้ง แต่ยังเป็นกรูรูคอยวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนให้แกนนำแถวสอง ที่มี"พิธา" ว่าที่นายกฯ คุมกลไกพรรคก้าวไกลอยู่ในขณะนี้ ก็ไม่อาจทำให้คนในก้าวไกลละเลยที่จะรับฟัง เพราะพรรคก้าวไกลถูกสร้างฝันกันมาตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ด้วยการทำภารกิจสำคัญไปสู่เป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศ
การส่งสัญญาณของ "ปิยบุตร" มาถึง คนแถวสองของ"พรรคก้าวไกล" (อนาคตใหม่ ) ดูจะเป็นคำสั่งประกาศิตชนิดที่ "พรรคก้าวไกล" ถอยไม่ได้อีกแล้ว หลังจากยอมถอยปรับแก้ไขเอ็มโอยู ตามที่พรรคร่วมต้องการ
ขณะที่ฟากของ"พรรคเพื่อไทย" ออกมาเปิดหน้าแสดงจุดยืนกันอย่างชัดเจนว่า "เพื่อไทย"ต้องการเก้าอี้ประธานสภาฯเช่นเดียวกัน ไม่ว่าเป็น "นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว" หัวหน้าพรรค หรือ "นายอดิศร เพียงเกษ" สมาชิกพรรค ที่ถึงขนาดระบุว่า หาก"ก้าวไกล"ยังดึงดันต้องการเก้าอี้ประธานสภา อาจทำให้ "เพื่อไทย"กับ"ก้าวไกล" ร่วมกันทำงานลำบาก แปลกันตรงๆ ตามประสานักเลงการเมือง "ขอถอนตัว" ดีกว่า
"ก้าวไกล" รับรู้สัจธรรมทางการเมืองที่กำลังถูกหยิบยกมากล่าวถึงในขณะนี้ "ก้าวไกลจำเป็นต้องมีเพื่อไทย แต่เพื่อไทยไม่จำเป็นต้องมีก้าวไกล"
ฉะนั้นกรณีตำแหน่ง"ประธานสภาฯ" จึงเหมือนเป็น "ฟางเส้นสุดท้าย" ในจังหวะการเจรจาต่อรองระหว่าง"พรรคก้าวไกล"กับ"พรรคเพื่อไทย" ที่อาจเป็นตัวชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสมการทางการเมืองในไม่ช้า
เมื่อเป็นประการฉะนี้ การสร้างภาพลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ"เอ็มโอยู" จัดตั้งรัฐบาล อาจไม่มีความหมาย