จากความเห็นของนักวิชาการที่มีต่อบทบาทในพรรคการเมือง ของสมาชิกพรรคการเมืองที่เป็นคนส่วนใหญ่ (the many) จะพบว่า
มีฝ่ายหนึ่งเกรงว่า สมาชิกพรรคอาจจะมีบทบาทมากเกินไป จนสร้างปัญหากับหัวหน้าพรรค และ ส.ส. ของพรรค ที่ต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา และการเมืองภายใต้กรอบระบอบรัฐสภา
ในขณะที่สมาชิกพรรคที่เป็นคนหมู่มากนั้น ไม่ได้จะต้องรับผิดชอบต่อข้อเสนอของพวกตน และหากเกิดความผิดพลาด ก็ยากที่จะหาใครรับผิดชอบได้ท่ามกลางการลงมติของคนหมู่มาก
ส่วนอีกความเห็นหนึ่งก็ไม่วิตกว่า จะเกิดปรากฏการณ์เช่นนั้นตามหลัก "กฎเหล็กแห่งคณาธิปไตย"
และต่อมานักวิชาการกลุ่มหนึ่ง จึงเห็นว่า สมาชิกพรรคที่เป็นมวลชนมีสองสภาพ นั่นคือ อาจจะเป็นมวลชนที่แข็งขันและสุดโต่ง หรือไม่ก็เป็นทหารเดินเท้าที่รับคำสั่งอย่างเดียว !
ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการกลุ่มหลังจึงขนานนามสมาชิกพรรคที่เป็นคนส่วนใหญ่ว่าเป็น “ซินเดอเรลลา (จำนวนมาก)” (Cinderrellas)
ที่ในยามปกติก็จะพร้อมยอมตามหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค
แต่หาก "เปลี่ยนองค์" ขึ้นเมื่อใด ก็จะมีพลังโดดเด่นที่อาจอยู่เหนือหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคได้ ดังนั้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่งที่พรรคการเมืองจะต้องเปิดพื้นที่ให้กับสมาชิกพรรคที่เป็นคนส่วนใหญ่ แต่ก็พึงต้องระวังด้วย
เพราะมวลชนสมาชิกพรรค อยู่ในสภาพ "ซินเดอเรลลา" ที่จะผุดจากการเป็นสาวรับใช้ขึ้นมามีบทบาทโดดเด่นเมื่อไรก็ได้
แต่ครั้นจะให้อยู่ในสภาพ "สาวรับใช้" ที่เป็นคล้ายทหารเดินเท้าที่ไม่เคยมีสิทธิ์มีเสียง ก็จะไม่ใช่พรรคการเมืองในความหมายของพรรคการเมือง แต่ถ้าปล่อยให้มีพลังอำนาจ อิทธิพลมากเกินไป ก็อาจจะทำให้พรรคไม่สามารถเป็นพรรคได้อีกต่อไป
ทั้งนี้ จึงต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคที่เป็นเอกบุคคล (the one) และคณะกรรมการบริหารพรรคที่เป็นคณะบุคคล (the few) ที่จะเปิดพื้นที่ให้มวลชน (the many)
ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคก็ควรสามารถที่จะทัดทานและหาจุดสมดุลของสัมพันธภาพของอำนาจขององค์ประกอบทั้งสามนี้
ซึ่งหนทางที่ดีที่สุด คือ การร่างธรรมนูญพรรคจัดโครงสร้าง การระดมความคิดเห็น และกระบวนการการหาข้อยุติหรือฉันทานุมัติภายในพรรคเพื่อเป็นกฎกติกาสำหรับทุกฝ่าย
.....
แหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับข้อควรพึงระวังปัญหาอันจะเกิดจากอิทธิพลของประชาชนผู้สนับสนันพรรค ดู P. Seyd and P. Whiteley, Labour’s Grassroots, (Oxford: Oxford University Press: 1992) และ P.Whiteley and J. Richardson, True Blues, (Oxford: Clarendon: 1994)