ประการต่อมา คือ ไปพึ่ง ส.ว. ต้องยอมรับว่า ส.ว. ส่วนใหญ่นั้นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งถ้าในการเลือกไม่เป็นกลาง เพราะเป็นกลาง 100 เปอร์เซ็น เป็นไปไม่ได้ ต้องมีความคิดที่แตกต่าง การเลือกนายกฯ ก็มีประสบการณ์มาแล้วว่า ส.ว.ไปเลือกนายกฯ คนเดิม 100 เปอร์เซ็น เพราะประธานสภาหรือประธานวุฒิสภาไม่ลงเสียง ถ้าลงเสียงได้ ก็ถือว่า 100 เปอร์เซ็น อันนี้จริง ๆ แล้ว มันเป็นผลประโยชน์ขัดกัน แต่เนื่องจากว่ามันผ่านไปแล้ว ก็ทำอะไรไม่ได้
"แต่ในครั้งนี้ก็เหมือนกัน ขั้นตอนของการเลือกนายกฯ ก็เป็นขั้นตอนหนึ่ง ก็ให้กำลังใจพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ท่านคงจะฟันฝ่าอุปสรรคอันนี้ได้ ส่วนพรรคประชาชาติยินดีจะเป็นคณะทำงาน คือ เราอยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น วันนี้ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง" เลขาธิการพรรคประชาชาติ ระบุ
ส่วนเงื่อนไขร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะด้านนโยบายนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญแต่พรรคประชาชาติไม่มี เพราะยังไม่ได้ไปดูนโยบายพรรคอื่น แต่ถ้าร่วมก็จะขอเสนอ เช่น สร้างสังคมให้เป็นประชาธิปไตย คืนสิทธิ คืนอำนาจ คืนศักดิ์ศรี ให้กับประชาชน และหนีไม่พ้นคงจะต้องมามีประชามติ ซึ่งหลายพรรคก็พูดว่ารัฐธรรมนูญที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น ต้องถามประชาชนว่า จะทำประชามติแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วางแนวทาง ถ้าประชาชนเห็นว่า ควรมีจัดทำรัฐธรรมนูญ
"สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการทำประชามติรัฐธรรมนูญครั้งที่ผ่านมา เราไม่รับรัฐธรรมนูญ เราก็คงจะให้มีตัวแทนเจ้าของอำนาจไปร่างรัฐธรรมนูญ คือ มีการเลือกตั้งคนมาร่างรัฐธรรมนูญ เรียกว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้คณะนี้ไปร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนขึ้นมา จะทำให้รัฐธรรมนูญ กติกา ของประเทศเป็นที่ยอมรับของประชาชน ไม่เช่นนั้นก็จะมีคนฉีกรัฐธรรมนูญ มาร่างรัฐธรรมนูญคนจะไม่ยอมรับ" พ.ต.อ.ทวี กล่าว
ขณะเดียวกัน บ้านเมืองมีความเหลื่อมล้ำมาก ประชาชนยากจนในหลายปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลใช้วิธีกู้เงินเป็นหลักบริหารประเทศ และยังไม่มองประชาชนแบบสิทธิเสมอกันถ้วนหน้า ก็จะพยายามขอร้องพรรคการเมืองต่างๆ ควรผลักดันประเทศในหลายๆ มิติ ตั้งแต่เกิดจนถึงหลุมฝังศพ หรือเชิงตะกอน หรือกุโบร์ ทำประเทศให้เป็นรัฐสวัสดิการมากที่สุด ทั้งเรื่องการศึกษา สวัสดิการถ้วนหน้าตามช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ เรื่องสำคัญ คือ ต้องสร้างความผาสุกและความมั่นคงให้กับประชาชน เพราะถือเป็นความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งต้องทลายความคิดรวมศูนย์อำนาจ คือ ข้าราชการเป็นใหญ่ ใช้ความมั่นคงอยู่เหนือการศึกษา หรือความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปที่ดิน เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่า คนมีที่ดินเกินพันไร่ มีแค่ 103 คน และ 30 คน มีที่ดินเกือบ 3 ล้านไร่ เป็นการกระจุกตัว ต้องเอาทรัพยากรมาพัฒนา เพราะคนรวยก็รวยไม่หยุด และที่สำคัญ ระบบผูกขาดการให้สัมปทาน แล้วผลักภาระไปให้ประชาชนจะต้องแก้ไข
สำหรับพรรคประชาชาติมีจุดเด่น คือ ต้องการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืน สร้างสันติสุข เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งคนทั้งประเทศต้องมารับผิดชอบด้วย เพราะจะต้องนำภาษีของทุกคนมาแก้ปัญหา หลายปีโดยเฉพาะในช่วงสุดท้าย 19 ปี วันที่ 4 ม.ค. 2547 ใช้เงินไปประมาณ 5 แสนล้านบาท ยังไม่รวมถึงงบปกติที่ในภาคอื่นก็ได้
"ปัญหาพวกนี้ เรายังไม่เห็นแสงสว่างในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เพราะเรื่องคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมยังเชื่อมั่นว่าให้คนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา พรรคประชาชาติก็เป็นหนึ่งที่เป็นตัวแทนของคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นโยบายอย่างนี้ เราขอให้พรรคที่เป็นแกนนำนำ ไปรวมพิจารณาด้วย" พ.ต.อ.ทวี กล่าว