ทั้งนี้จะรีบเร่ง จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีสุญญากาศทางการเมืองหรือสุญญากาศทางเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้มีความไม่แน่นอนหรือมีความเสี่ยงใด ๆ ต่อประเทศไทย ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของพรรค เราจะทำงานอย่างละเอียด รอบคอบ รวดเร็ว เพื่อประชาชนคนไทยทุกคน
เมื่อถามว่า กังวลเสียง ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายพิธา กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ไม่กังวล เพราะผลการเลือกตั้งเป็นฉันทามติของประชาชน ที่ทุกฝ่ายควรจะน้อมรับ การฝืนประชามติของประชาชนไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด
เมื่อถามว่า ทำไมไม่รวมเสียง ส.ส.ให้ได้จนปิดสวิตซ์ ส.ว. นายพิธา กล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็น ตอนนี้สิ่งที่ได้สัญญากับพี่น้องประชาชน ถ้ารวมกันได้ 300 กว่าเสียงในระบอบการเมืองที่เป็นปกติก็ไม่มีปัญหา ตนเองคิดว่า ไม่มีใครฝ่าฝืนประชามติ เนื่องจากประชาชนได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาต้องการอะไร
เมื่อถามว่า จำนวน ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลใกล้เคียงกัน ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นของใครนั้น นายพิธา กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือ การปฏิรูปกองทัพ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ไม่ได้อยู่ที่กระทรวง จะใช้เรื่องนี้เป็นตัวเจรจาและยืนยันว่า ตนเองพร้อมนั่งเป็นนายกฯ หรือถ้ามีความจำเป็นนั่งควบในกระทรวงต่างๆ ก็พร้อมนั่งควบทุกตำแหน่ง แต่ถ้ามีคนเหมาะสม ตนเองก็ไม่มีปัญหา
เมื่อถามถึงจุดยืนเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 นายพิธา กล่าวว่า ขณะนี้ทุกเรื่องยังไม่คุยในรายละเอียดกับแต่ละพรรค แต่เรื่องการแก้ไขมาตรา112 สามารถทำได้ในสภาฯ ตอนนี้พรรคก้าวไกลมี 151 เสียง ถือว่าเกินจำนวนที่สามารถเสนอได้ โดยใช้สภาฯเป็นตัวแก้ไข แต่ที่มากกว่า การแก้ไขคือ ทบทวนผู้ได้รับผลกระทบจากคดีการเมืองทั้งหมด และโอกาสนิรโทษกรรม เพราะเป็นห่วงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่กับสถาบัน ถ้าไม่รีบหารือ อาจเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ของการเมืองไทย ที่ตนไม่อยากเห็น
เมื่อถามว่า มีความกังวลเรื่องคดีการถือหุ้นสื่อที่อยู่ในกกต.หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่กังวล พร้อมชี้แจงต่อกกต. ขอเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
เมื่อถามว่า เหตุใดไม่นำพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อความเด็ดขาดในการปิดสวิตซ์ส.ว. นายพิธา กล่าวว่า ไม่จำเป็น การที่ขั้วฝ่ายค้านตั้งรัฐบาล 300 กว่าเสียง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เชื่อว่าไม่มีใครกล้าฝืนฉันทามติประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้โทรมาหา
พร้อมย้ำด้วยว่า ส่วนความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติของสังคม และการแก้ไขได้ดีที่สุด คือระบบประชาธิปไตย ดังนั้นจะต้องเรียกระบบรัฐสภามาให้เกิดความโปร่งใสก่อน
ส่วนถ้าเป็นนายกฯ จะต้องถูกซักฟอกกลับจากฝ่ายค้านนั้น เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้เกิดความบาลานซ์ และตนเองยินดีที่จะให้ได้รับการตรวจสอบทุกกรณี