รวมถึงอาจไปปลุกความทรงจำในอดีตให้กับกลุ่มของผู้ที่มีแนวคิดต่างขั้ว ด้วยการเทคะแนนให้กับ “พรรคอนุรักษ์นิยม” ที่มีจุดยืน “ไม่เอาทักษิณ” อย่างชัดเจน
สรุปแล้วการประกาศกลับบ้านซ้ำซากของทักษิณ มีแนวโน้มส่งผลลบให้กับ “พรรคเพื่อไทย” มากกว่า แต่พรรคที่อาจจะได้ประโยชน์ก็คือ “พรรคก้าวไกล” และ “พรรครวมไทยสร้างชาติ”
พรรคก้าวไกล
ด้วยจุดยืนที่ชัดเจน และนโยบาย “รัฐสวัสดิการ” ที่น่าสนใจ ส่งผลให้เรตติ้งความนิยมของ “พรรคก้าวไกล” พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ บวกกับการให้ความสำคัญกับทุกโอกาส ทุกเวทีดีเบต ทั้งแคนดิเดตฯ และเหล่าขุนพลของพรรคได้ร่วมสู้ศึกกันอย่างเต็มที่
ต่างกับการวางยุทธศาสตร์ของ “พรรคเพื่อไทย” ที่ออกแนวประคบประหงม “แคนดิเดตนายกฯ” ป้องกันไม่ให้บอบช้ำราวกับไข่ในหิน แม้จะขยันขึ้นเวทีปราศรัย แต่หลีกเลี่ยงเวทีดีเบตอย่างสุดฤทธิ์ ภาพที่ออกมาจึงไม่ต่างกับ “บิ๊กตู่” กับ “บิ๊กป้อม” ที่ไม่ได้มีการประชันวิสัยทัศน์กับแคนดิเดตนายกฯ พรรคอื่น ให้เป็นที่ประจักษ์เลย
และแม้ว่า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะงานเข้าในช่วงโค้งสุดท้าย ถูก “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อันดับที่ 22 ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าเข้าข่ายถือหุ้นสื่อหรือไม่ ซึ่งเป็นเคสเดียวกับเมื่อ 4 ปีก่อน ที่ทำให้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ต้องหมดสมาชิกภาพ ส.ส แต่ด้วยจังหวะเวลาก่อนการเลือกตั้งไม่ถึงสัปดาห์ ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่า นี่คือเกมหวังผลทางการเมือง
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ต้องดูว่า พรรคใดได้ผลประโยชน์มากที่สุดจากเกมๆ นี้ ที่แน่ๆ ไม่ใช่ “พรรคพลังประชารัฐ” อย่างแน่นอน แต่ในมุมมสะท้อนกลับ สิ่งที่ “พรรคก้าวไกล” กำลังโดน อาจจะตอกย้ำให้หลายคนรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม จนส่งผลให้เรตติ้งในการเลือกตั้งยิ่งพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีก
พรรครวมไทยสร้างชาติ
แม้จะถูกหลายพรรคปรามาสว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติ” อาจจะได้ ส.ส. ไม่ถึง 25 คน ทำให้ “บิ๊กตู่ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หมดสิทธิเข้าชิงตำแหน่งนายกฯ
แต่อย่าลืมว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ชัดเจนในบทบาท “อนุรักษ์นิยมสุดขั้ว” ไม่เอาทั้ง “เพื่อไทย” ไม่เอาทั้ง “ก้าวไกล” ในขณะที่พรรคอนุรักษ์นิยมอื่นๆ ที่มีแฟนคลับระดับหนึ่ง อย่าง “พรรคพลังประชารัฐ” และ “พรรคประชาธิปัตย์” แสดงท่าทีว่าสามารถร่วมรัฐบาลได้กับทุกฝ่าย วางตำแหน่งตัวเองเป็นพรรคตัวแปร ทำให้ภาพของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ในกลุ่มอนุรักษ์นิยมยิ่งโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก
ซึ่งในความเป็นจริง คนในกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็มีจำนวนไม่น้อย หากกระแสเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์จุดติดในกลุ่มนี้ ก็อาจมีเซอร์ไพรส์ที่คะแนนของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” อาจสูงกว่าที่หลายคนได้คาดการณ์ไว้
ส่วนพรรคอื่นๆ ในช่วงโค้งสุดท้าย กระแสก็จะทรงๆ ไม่แตกต่างกันมากนัก ส่วนใหญ่มุ่งโฟกัสไปยังเขตต่างๆ เป็นหลัก โดยหลายพรรคหวังว่า พลัง “บ้านใหญ่” ในแต่ละพื้นที่ จะทำให้ได้ ส.ส.เขต ตามเป้าที่ตั้งเอาไว้