เนชั่นทีวี

การเมือง

เช็กสถานการณ์โค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง พรรคไหนปัง พรรคไหนแป้ก ?

13 พ.ค. 2566 | ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

เช็กสถานการณ์โค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง พรรคไหนปัง พรรคไหนแป้ก ?

โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง “ก้าวไกล” ยังคงร้อนแรง แม้ “หัวหน้าพรรค” ถูกร้องให้ตรวจสอบ ในขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” แผ่วปลาย ทั้งๆ ที่งัดมุก “ทักษิณกลับบ้าน” มาใช้ แต่ก็ไม่เปรี้ยงปร้าง ตามที่คาดการณ์ไว้

14 พฤษภาคม 2566 นี้ ได้รู้กันสักที ประเทศไทยมีแนวโน้มจะเปลี่ยนใหม่ หรือไปต่อ ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายก่อน "การเลือกตั้ง" บางพรรคก็จัดหนักจัดเต็ม แต่บางพรรคก็ออกอาการแผ่วปลาย

โดยไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสัปดาห์นี้ก็คือ การที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ประกาศกลับไทยภายในเดือนกรกฎาคม กับ กรณี “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อันดับที่ 22 ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าเข้าข่ายถือหุ้นสื่อ หรือไม่

ส่วนพรรคอื่นๆ ความเคลื่อนไหวก็ดูทรงๆ นิ่งๆ แต่เซอร์ไพรส์ก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยลำดับแรกเรามาเริ่มกันที่ “พรรคเพื่อไทย” ว่าสถานการณ์ของพรรคในช่วงโค้งสุดท้าย นั้นเป็นเช่นใด

 เช็กสถานการณ์โค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง พรรคไหนปัง พรรคไหนแป้ก ?    

พรรคเพื่อไทย

แม้ช่วงแรกๆ “พรรคเพื่อไทย” จะออกตัวแรงกว่าใคร รวมถึงนโยบายต่างๆ ก็ก่อให้เกิดกระแสในระดับสมราคาเจ้าพ่อประชานิยม” โดยเฉพาะ “ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท” กับ “เติมเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่น” ที่สร้างภาพจำและชิงพื้นที่สื่อได้อย่างต่อเนื่อง

ทุกย่างก้าวของ “พรรคเพื่อไทย” เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้แบบเป๊ะๆ ซึ่งจะส่งผลดีในกรณีที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ แต่เมื่อต้องเจอกับ “สถานการณ์ที่คาดไม่ถึง” นั่นก็คือความร้อนแรงของ “พรรคก้าวไกล” ที่นับวันยิ่งโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากความชัดเจนที่ประกาศอย่างหนักแน่น ไม่ร่วมรัฐบาลกับ พรรค 2 ป. อย่างเด็ดขาด บีบให้ “พรรคเพื่อไทย” ต้องแสดงท่าทีที่หนักแน่นเพื่อแก้เกม แต่ก็เหมือนว่ามันเลยช่วงเวลาที่เหมาะสมมาแล้ว ทำให้ “พรรคเพื่อไทย” เสียคะแนนในส่วนนี้ไปไม่ใช่น้อยๆ  

เรื่องต่อมาที่แป้กสนิท ก็คือ The Candidate Paetongtarn สารคดีเส้นทางการเมืองของ “แพทองธาร ชินวัตร” ที่เงียบกริบผิดความคาดหมาย ความหวังที่จะสร้างกระแสฮือฮาช่วงโค้งสุดท้ายก็พลันมลายหายสิ้น

ก่อนมาถึง “ซีน” ที่หวังว่า จะสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองในระดับสนั่นหวั่นไหว นั่นก็คือ การที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ประกาศย้ำชัดๆ อีกครั้งว่า จะกลับไทยภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม  

แม้จะเป็นข่าวใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลด้านเรตติ้งความนิยมนัก และโดยภาพรวมแล้วอาจจะส่งผลลบด้วยซ้ำ เพราะมีผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่ชื่นชอบนโยบายของพรรค แต่อาจรู้สึก “ไม่โอเค” กับการนำเรื่อง “การกลับไทย” มาใช้เป็นเกมการเมือง ดังนั้นแล้วคนกลุ่มนี้ในขั้วเสรีนิยม ที่ยังลังเล อาจหันไปเทคะแนนให้กับอีกพรรคที่อยู่ในขั้วเดียวกัน...  

รวมถึงอาจไปปลุกความทรงจำในอดีตให้กับกลุ่มของผู้ที่มีแนวคิดต่างขั้ว ด้วยการเทคะแนนให้กับ “พรรคอนุรักษ์นิยม” ที่มีจุดยืน “ไม่เอาทักษิณ”  อย่างชัดเจน

สรุปแล้วการประกาศกลับบ้านซ้ำซากของทักษิณ มีแนวโน้มส่งผลลบให้กับ “พรรคเพื่อไทย” มากกว่า แต่พรรคที่อาจจะได้ประโยชน์ก็คือ “พรรคก้าวไกล” และ “พรรครวมไทยสร้างชาติ”  

เช็กสถานการณ์โค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง พรรคไหนปัง พรรคไหนแป้ก ?

พรรคก้าวไกล

ด้วยจุดยืนที่ชัดเจน และนโยบาย “รัฐสวัสดิการ” ที่น่าสนใจ ส่งผลให้เรตติ้งความนิยมของ “พรรคก้าวไกล” พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ บวกกับการให้ความสำคัญกับทุกโอกาส ทุกเวทีดีเบต ทั้งแคนดิเดตฯ และเหล่าขุนพลของพรรคได้ร่วมสู้ศึกกันอย่างเต็มที่

ต่างกับการวางยุทธศาสตร์ของ “พรรคเพื่อไทย” ที่ออกแนวประคบประหงม “แคนดิเดตนายกฯ” ป้องกันไม่ให้บอบช้ำราวกับไข่ในหิน แม้จะขยันขึ้นเวทีปราศรัย แต่หลีกเลี่ยงเวทีดีเบตอย่างสุดฤทธิ์ ภาพที่ออกมาจึงไม่ต่างกับ “บิ๊กตู่” กับ “บิ๊กป้อม” ที่ไม่ได้มีการประชันวิสัยทัศน์กับแคนดิเดตนายกฯ พรรคอื่น ให้เป็นที่ประจักษ์เลย  

และแม้ว่า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะงานเข้าในช่วงโค้งสุดท้าย ถูก “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ อันดับที่ 22 ยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าเข้าข่ายถือหุ้นสื่อหรือไม่ ซึ่งเป็นเคสเดียวกับเมื่อ 4 ปีก่อน ที่ทำให้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ต้องหมดสมาชิกภาพ ส.ส แต่ด้วยจังหวะเวลาก่อนการเลือกตั้งไม่ถึงสัปดาห์ ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่า นี่คือเกมหวังผลทางการเมือง

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ต้องดูว่า พรรคใดได้ผลประโยชน์มากที่สุดจากเกมๆ นี้ ที่แน่ๆ ไม่ใช่ “พรรคพลังประชารัฐ” อย่างแน่นอน แต่ในมุมมสะท้อนกลับ สิ่งที่ “พรรคก้าวไกล” กำลังโดน อาจจะตอกย้ำให้หลายคนรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม จนส่งผลให้เรตติ้งในการเลือกตั้งยิ่งพุ่งกระฉูดขึ้นไปอีก     

เช็กสถานการณ์โค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง พรรคไหนปัง พรรคไหนแป้ก ?

พรรครวมไทยสร้างชาติ

แม้จะถูกหลายพรรคปรามาสว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติ” อาจจะได้ ส.ส. ไม่ถึง 25 คน ทำให้ “บิ๊กตู่ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หมดสิทธิเข้าชิงตำแหน่งนายกฯ

แต่อย่าลืมว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ชัดเจนในบทบาท “อนุรักษ์นิยมสุดขั้ว” ไม่เอาทั้ง “เพื่อไทย” ไม่เอาทั้ง “ก้าวไกล” ในขณะที่พรรคอนุรักษ์นิยมอื่นๆ ที่มีแฟนคลับระดับหนึ่ง อย่าง “พรรคพลังประชารัฐ” และ “พรรคประชาธิปัตย์” แสดงท่าทีว่าสามารถร่วมรัฐบาลได้กับทุกฝ่าย วางตำแหน่งตัวเองเป็นพรรคตัวแปร ทำให้ภาพของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ในกลุ่มอนุรักษ์นิยมยิ่งโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก

ซึ่งในความเป็นจริง คนในกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็มีจำนวนไม่น้อย หากกระแสเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์จุดติดในกลุ่มนี้ ก็อาจมีเซอร์ไพรส์ที่คะแนนของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” อาจสูงกว่าที่หลายคนได้คาดการณ์ไว้  

ส่วนพรรคอื่นๆ ในช่วงโค้งสุดท้าย กระแสก็จะทรงๆ ไม่แตกต่างกันมากนัก ส่วนใหญ่มุ่งโฟกัสไปยังเขตต่างๆ เป็นหลัก โดยหลายพรรคหวังว่า พลัง “บ้านใหญ่” ในแต่ละพื้นที่ จะทำให้ได้ ส.ส.เขต ตามเป้าที่ตั้งเอาไว้

ข่าวล่าสุด