svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

13 พฤษภาคม 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

แรงกดดันจากความคาดหวังของประชาชนที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง66 กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ประเทศไทยกำลังจะเปิดฉากใหม่ให้เดินหน้าต่อไปในทิศทางใด ติดตามได้จาก "สุรชาติ บำรุงสุข"

ผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566… ถ้าเราไม่นำประเด็นเรื่องของพรรคไหนจะได้เสียงเท่าใดเป็นข้อถกเถียงหลักแล้ว ผลในวันอาทิตย์นี้จะออกมาใน 2 ตัวแบบหลัก คือ "ชัยชนะของกลุ่มพรรคฝ่ายค้าน" ซึ่งโดยเปรียบเทียบแล้ว กลุ่มนี้เป็นพรรคมีทิศทางในแบบเสรีนิยม และ "ชัยชนะของกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล" ซึ่งในกลุ่มนี้จะมีทิศทางที่เป็นตัวแทนของความเป็นอนุรักษนิยม

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

แน่นอนว่า ผลของ 2 ตัวแบบนี้ไม่ได้บอกว่าใครจะรวมกับใคร หรือใครจะเป็นรัฐบาล แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางการเมืองไทยในอนาคต ซึ่งทำให้เราอาจตั้งเป็นสมมติฐานได้ว่า ถ้าปีกที่เป็นเสรีนิยมเป็นผู้ที่จัดตั้งรัฐบาลแล้ว การเมืองไทยจะเดินไปในทิศทางใด ในทำนองเดียวกัน ถ้าปีกอนุรักษนิยมชนะเสียงในสภา และเป็นผู้จัดรัฐบาล การเมืองไทยจะมีรูปร่างหน้าตาประมาณใด

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

โดยบทความนี้จะทดลองคาดคะเนถึงผลสืบเนื่องในเชิงนโยบายจากชัยชนะของแต่ละฝ่าย ดังนี้

"ตัวแบบที่ 1" ถ้าพรรคฝ่ายเสรีนิยมชนะ และมีการนำเอานโยบายที่เป็นเสรีนิยมมาใช้เป็นแนวทางหลักแล้ว เราจะเห็นทิศทางการเมืองไทย ดังต่อไปนี้

ถ้าคะแนนการเลือกตั้งในวันที่ 14 เป็นชัยชนะอย่างท่วมท้น การเมืองไทยอาจจะเสมือนหนึ่งเป็น "Bangkok Spring" หรืออาจจะเรียกว่าเป็น "ฤดูใบไม้ผลิที่กรุงเทพ" ที่มีนัยถึงการสิ้นสุดของ "ระบอบทหาร 49/57"

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

การมาของฤดูใบไม้ผลิที่กรุงเทพ จะทำให้เกิด "การเมืองยุคหลังระบอบประยุทธ์" (The Post Prayuth Regime) หรือทำให้เกิด "การเมืองใหม่" ที่หลุดพ้นจากการควบคุมของผู้นำรัฐประหาร 57

สภาวะเช่นนี้ย่อมมีนัยถึงสิ้นสุดของพรรคทหาร (พปชร. และรทสช.) ตามไปด้วย จะเกิดแรงกดดันให้รัฐบาลใหม่ต้องทำการปฏิรูปกองทัพ และการลดความเป็นทหารการเมือง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ บทบาท ส.ว. และยุทธศาสตร์ 20 ปี เป็นปัญหาสำคัญที่ฝ่ายเสรีนิยมต้องแก้ไข การคิดเพื่อปรับทิศทางนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงไทยจะเป็นโจทย์สำคัญเพื่อสร้างบทบาทใหม่ในเวทีสากล

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลย์ บทบาทขององค์กรอิสระ บทบาทสถาบันตุลาการ เป็นหัวข้อสำคัญที่ต้องเตรียมการผลัดดันการบังคับใช้กฎหมายกับคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม รัฐบาลเสรีนิยมต้องลดทอนความเป็นรัฐราชการลง

ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเลือกตั้งกับกลุ่มทุนใหญ่จะเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะบทบาทางการเมือง การเมืองของฝ่ายเสรีนิยมจะเป็นการก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ความแตกแยกทางการเมืองภายในสังคมเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลใหม่ต้องหาทางลดทอนความรุนแรงของปัญหานี้ โดยเฉพาะการควบคุมการสร้าง "hate speech" เพื่อใช้ในการป้ายสีทางการเมือง

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

"ตัวแบบที่ 2" ถ้าพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นปีกขวาชนะการเลือกตั้ง เราจะมี "Bangkok Summer" เพราะแรงเสียดทานทางการเมืองจะร้อนแรงมาก และการประท้วงรัฐบาลจะเริ่มที่ "Day1" ของการตั้งรัฐบาลจนอาจกลายเป็น "Bangkok Heatwave"

หากมีการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย จะส่งผลให้การเมืองไทยขาดเสถียรภาพ ชัยชนะของพรรคฝ่ายขวาจะทำให้เกิดการสืบทอดอำนาจและนำไปสู่ "ระบอบประยุทธ์ใหม่"

การดำรงบทบาททหารเป็นเสาค้ำอำนาจในการเมืองจะยังเป็นประเด็นต่อไป การคงอยู่ของรัฐธรรมนูญ บทบาทของ ส.ว. และยุทธศาสตร์ชาติ กระบวนการตรวจสอบและถ่วงดุลจะอยู่ภายใต้การควบคุมเช่นในช่วงก่อนเลือกตั้ง

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

ทิศทางนโยบายจะมีลักษณะ "เรื่อยๆมาเรียงๆ" คือไม่มีการปรับเปลี่ยนไปจากที่ผ่านมา นโยบายภายในจะมีทิศทางแบบขวาจัด เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับคนรุ่นใหม่ ดำรงความเป็นระบอบพันทาง ที่เป็นกึ่งประชาธิปไตยไว้ต่อไป การพึ่งพารัฐราชการ ที่เป็นฐานล่างของระบอบพันทางจะมีมากขึ้น

การพึ่งการสนับสนุนจากกลุ่มทุนใหญ่ หรือกลุ่มไทยโอริการ์กอย่างที่เคยเห็นจะคงอยู่ต่อไป การสืบทอดอำนาจของระบอบพันทาง จะดำรงความเป็น "ประชาธิปไตยครึ่งใบ" ไว้ต่อไป

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

อนาคตกระแสประชาธิปไตยกับการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม จะเป็นจุดพลิกผันของการเมืองไทย หรือจะเป็นเพียงการสืบทอดระบอบเดิม ชัยชนะของฝ่ายค้านไม่ได้เป็นอุดมคติ ที่ปัญหาต่าง ๆ จะแก้ได้ทั้งหมด เนื่องจากประเทศเผชิญปัญหาต่าง ๆ อย่างมากในช่วงที่ผ่านมา และอาจต้องใช้เวลาในการแก้ไข

ความคาดหวังในทางเศรษฐกิจหลังเลือกตั้งยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง และประชาชนมีความคาดหวังสูงกับรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ปัญหาการปฏิรูปอาจต้องการเวลา และต้องการความอดทนของทุกฝ่ายในสังคม

ความสำเร็จอาจไม่ได้เกิดในระยะสั้น ผลกระทบจากปัญหาภายนอกในปี 2023 เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ และเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม

"เลือกตั้ง 66" ทางหลายแพร่งการเมืองไทย

logoline