เนชั่นทีวี

การเมือง

7 วันอันตราย จับตา"พท.-ก้าวไกล" เบียดกันเพลิน ตบท้าย"ตาอยู่"คว้าไปครอง

07 พ.ค. 2566 | เมฆาในวายุ

7 วันอันตราย จับตา"พท.-ก้าวไกล" เบียดกันเพลิน ตบท้าย"ตาอยู่"คว้าไปครอง

ศึกเลือกตั้ง 66 ประเมินเบื้องต้น หาก"เพื่อไทย" และ "ก้าวไกล" ไล่บี้เบียดแย่งแบบไม่มีใครยอมใคร เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย มีโอกาส"ตาอยู่" แจ้งเกิดกันในหลายเขต ติดตามใน โพลิทิกส์พลัส โดย"เมฆาในวายุ"

7 วันสุดท้ายของการหาเสียง "ศึกเลือกตั้ง2566" โพลหลายสำนักวิเคราะห์ไปในทิศทาง"พรรคเพื่อไทย"และ"พรรคก้าวไกล" นำโด่ง โอกาสแตะอันดับเข้าเส้นชัยเหนือกว่าพรรคอื่นๆ  

ขณะที่บรรดาแฟนคลับของสองพรรค กำลังตื่นเต้นจะเข้าเส้นชัยอันดับหนึ่งหรือสอง จะได้จำนวนส.ส.เท่าใดจากสองบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้มากเสียด้วยที่"พรรคสีแดง"และ"พรรคสีส้ม"จะใช้กระแสกวาดแต้มเข้าพรรคตัวเองจนได้ส.ส.ตามที่ประเมิน

ล่าสุด สองพรรค วางไม้เด็ดตอกย้ำหัวหมุด 7 วันสุดท้าย ด้วยการโหมแคมเปญสร้างกระแส พุ่งไปยังกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจหรือลังเลว่าจะลงแต้มให้พรรคใด

7 วันอันตราย จับตา"พท.-ก้าวไกล" เบียดกันเพลิน ตบท้าย"ตาอยู่"คว้าไปครอง

ไม่ว่าเป็น"พรรคเพื่อไทย" ออกคลิปสารคดี "The Candidate Paetongtarn" การเดินทางบนเส้นทางการเมือง สู้ศึกเลือกตั้ง 2566แนะนำตัวตนลึกๆของ"แพทองธาร ชินวัตร"  รวมทั้งแคมเปญถ้าไม่แลนด์สไลด์ 3 ป.อยู่ไปอีก 4 ปี 

ไม่เพียงเท่านั้นโหมโซเชียลรัวๆ ด้วยการให้ "อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร" ปรากฎตัวไลฟ์สดเล่นจริงเสียงจริง ตอบคำถามคาใจแฟนคลับแบบใกล้ชิด ยืนยันไม่จับมือ "บิ้กป้อม" ตั้งรัฐบาลแน่

ส่วน"พรรคก้าวไกล" ระดมแกนนำ ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยหาเสียงอย่าง"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ประกาศลั่นชนิดยังไม่ต้องรอผลเลือกตั้ง "ถ้าพิธา ได้เป็นนายกฯ ขอจับจองกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม"

ตอกย้ำด้วย "ช่อ"พรรณิการ์ วานิช  ส่งเสียงดังฟังชัด "ก้าวไกลพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล" ล่าสุดสดๆร้อนๆ ปล่อยคลิปสร้างกระแส "กาก้าวไกล เปลี่ยนประเทศไทยไปด้วยกัน"  จึงไม่แปลก ที่ฝั่งอนุรักษ์นิยม อย่าง"พรรครวมไทยสร้างชาติ" จัดคลิปใหม่ล่าสุดลักษณะภาพยนต์สั้นหัวข้อว่า  ถามคนไทย…เอาไหม? "คุณอยากให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม จริงหรือ" ประหนึ่งต้องการบลั๊ฟกลับพรรคใดพรรคหนึ่ง (อย่างที่ไม่บอกก็รู้ว่า คือพรรคใด)  

7 วันอันตราย จับตา"พท.-ก้าวไกล" เบียดกันเพลิน ตบท้าย"ตาอยู่"คว้าไปครอง

เท่ากับว่าสองพรรคนี้ มั่นใจมาก จะได้สิทธิในการตั้งรัฐบาลล่วงหน้าแน่นอน รอเพียงยอดส.ส.จะเข้าเส้นชัยตามที่คาดหวังไว้หรือไม่

อย่างไรก็ดี บนสมรภูมิเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น สองพรรคนี้ต่างกังวลในวิถีของกันและกันอย่างเลี่ยงมิได้

เริ่มต้นที่ "เพื่อไทย" รับทราบจากวงในห่วงกังวลลีลารุกหนักของพรรคสีส้มเวอร์ชั่นสองยิ่งนัก เพราะคราวนี้แตกต่างจากเมื่อสี่ปีที่แล้ว เหตุเพราะคราวก่อน"พรรคไทยรักษาชาติ" โดนยุบพรรค มีการมองกันว่าฐานคะแนนที่มีอยู่ของ "ทษช." เทไปให้"พรรคอนาคตใหม่"ในวันนั้นจนแกร่งขึ้นได้ส.ส. 81 คน ถึงแม้"อนค."โดนยุบพรรคในเวลาต่อมาแต่ไม่มีผลให้หัวเชื้อย่อยสลายกลับกลายเป็นว่าแตกหน่อยขยายพันธุ์ไปสู่พรรคก้าวไกลให้เติบใหญ่ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมากระทั่งถึงวันนี้" ก้าวไกล"เป็นพรรคที่ขยับเข้ามาหายใจรดต้นคอ"เพื่อไทย"

บรรยากาศ พรรคก้าวไกล เปิดปราศรัย ในพื้นที่สมุทรปราการ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

แม้"ก้าวไกล"จะรู้ว่าตอนนี้ยังไม่มีทางแซง"เพื่อไทย"สำเร็จ แต่ในอนาคตไม่มีใครกล้าทำนายว่าจะเกิดเมื่อใด ยิ่งการสำรวจลงไปในระดับพื้นที่ "เพื่อไทย"หวั่นใจในหลายเขตที่"ก้าวไกล"แข่งกับ "เพื่อไทย" แบบสูสี

หลายเวทีหาเสียงแกนนำ"เพื่อไทย"ย้ำกับมวลชนว่า"เพื่อไทย"ไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง เป็นการส่งสัญญาณถึง"ก้าวไกล" (เพราะก้าวไกลพยายามทอดสะพานจับมือกับพท.ตั้งรัฐบาลใหม่ ),"ไทยสร้างไทย" ของ "คุญหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ,ผู้สมัครส.ส.บางพรรคในภาคอีสานและภาคเหนือที่หาแต้มทำนองว่า ส.ส.เขตขอให้เลือกตน แต่บัญชีรายชื่อให้เลือก"เพื่อไทย"ก็ได้เพราะเป็นพี่น้องกันอีกอย่างสองพรรคนี้ยืนยันไม่จับมือกับ"พรรคพลังประชารัฐ"และ"รวมไทยสร้างชาติ" รวมทั้งมีปัจจัยรองมาเสริม เช่น ไม่เอากัญชาเสรี (ไม่แตะมือกับพรรคภูมิใจไทย)หรือปูมหลังของ"เพื่อไทย" กับ"ประชาธิปัตย์"(ปชป.)ในรอบกว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา สองพรรคนี้จะร่วมงานกันบนเส้นทางนี้ได้หรือในวันข้างหน้า

ตรงนี้คือการตัดเส้นทางไปในชั้นต้นๆ แต่การเมืองคือการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเลขส.ส.ในมือจะเป็นปัจจัยชี้ขาด

เพื่อไทยปล่อยแบนเนอร์ แคมเปญเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์อีกครั้ง ในช่วงโค้งสุดท้าย

ด้วยสภาพการณ์นี้ ทำให้ "เพื่อไทย" เร่งสปีดตัวเองให้แตะ 310 เสียงเป็นลำดับแรกของภารกิจ หากเป็นไปได้ดั่งฝัน ลองประเมินกันดูเบื้องต้นว่า "เพื่อไทย" จำเป็นต้องใช้"ก้าวไกล" ในการร่วมรัฐบาลหรือไม่

กรณีนี้หลายคนเชียร์ให้"เพื่อไทย"แตะมือ"ก้าวไกล"ในการฟอร์มรัฐบาลใหม่ หรือหากตัวเลขไม่เข้าเป้า ทว่า "เพื่อไทย" ยังเป็นพรรคอันดับหนึ่งที่มีจำนวนส.ส.สูงสุด ถามว่า"เพื่อไทย"จะแตะมือกับ"ก้าวไกล"หรือไม่ 

ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกยุบพรรคไปแล้ว

ทางการเมืองทราบดีว่า "ก้าวไกล"ผูกระเบิดเวลาไว้กับตัว (นโยบายปฏิรูปสถาบัน/ปฏิรูปกองทัพ/ปฏิรูปราชการ/แก้กฎหมายอาญา มาตรา112) ที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ  อีกอย่างอย่าลืมว่า"เพื่อไทย"วางบทในการแก้ปัญหาประเทศและหารันเวย์ในการนำคนไกลบ้านกลับมาเลี้ยงหลานแบบไร้มลทิน

เป็นแบบนี้ "เพื่อไทย" ไม่ขอข้องเกี่ยวกับ"ก้าวไกล" เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงบนเวทีการเมืองและจำเป็นต้อง 310 เสียงให้ได้ ดังนั้นหากมองว่า 400 เขตที่ต้องประชันกัน "้เพื่อไทย" ยืนอันดับหนึ่ง "ก้าวไกล"เบอร์สอง บนฐานเสียงที่ใกล้เคียงกันแบบนี้ สองพรรคจะตัดแต้มกันเองหรือไม่ หรือจะเทน้ำหนักไปให้พรรคใดพรรคหนึ่งแบบไม่รั่วไหล

7 วันอันตราย จับตา"พท.-ก้าวไกล" เบียดกันเพลิน ตบท้าย"ตาอยู่"คว้าไปครอง เบื้องต้น ต้องรับสภาพ คนหัวก้าวหน้าและคนรุ่นใหม่มีใจให้"ก้าวไกล" มากกว่า"เพื่อไทย" จึงมีคำถามตามมา"เพื่อไทย"จะเจาะและหาโอกาสให้คนกลุ่มที่ยังเอียงน้ำหนักมาฝั่งประชาธิปไตยแต่ยังไม่ตัดสินใจอย่างไร ให้ไว้วางใจ"เพื่อไทย"มากกว่าพรรคสีส้มเวอร์ชั่นสอง

ตัวเลขง่ายๆที่ใช้คำนวณกันขั้นต้น เลือกตั้งงวดนี้หนึ่งเขตเลือกตั้งมีประชากรราว 1.65 แสนคนที่จะมีส.ส.หนึ่งคน ตัดผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ( อายุไม่ถึงสิบแปดปี,ผู้ไร้ความสามารถ,ผู้เสมือนไร้ความสามารถ) ออกไปส่วนหนึ่ง และตัดผู้ไม่มาใช้สิทธิลงคะแนนออกอีกส่วนหนึ่ง แทบทุกครั้งจะเหลือผู้มาใช้สิทธิราว 70-75 % แต่ "กกต."วางเป้าประชาสัมพันธ์ให้คนไทยมาลงคะแนนคราวนี้ไว้ 80 %

จำนวนผู้มาใช้สิทธิในวันนั้น ( 14 พฤษภาคม และลงคะแนนล่วงหน้า 7 พฤษภาคม ) หาก "เพื่อไทย" และ"ก้าวไกล"ยังชิงแต้มในฐานเสียงเดียวกันและใกล้เคียง ดังนั้นมีโอกาสสูงที่สองพรรคนี้จะตัดแต้มกันเองแบบสูสี (แต่โอกาสเทน้ำหนักไปให้พรรคใดพรรคหนึ่งก็ยังมีเช่นกันแต่อาจน้อยกว่า)

7 วันอันตราย จับตา"พท.-ก้าวไกล" เบียดกันเพลิน ตบท้าย"ตาอยู่"คว้าไปครอง

ฉะนั้น โอกาสของ"พรรคอันดับสาม"ในเขตนั้นๆ ที่มีความแข็งแกร่งระดับหนึ่ง แต่เบียดอันดับหนึ่งและสองยากนั้น สมมติว่าเขตนั้นๆ "เพื่อไทย"กับ "ก้าวไกล" แข่งกันเองและต้องเบียดกันหนัก "พรรคอันดับสาม"หากวางการเจาะกลุ่มเป้าหมายและรักษาฐานคะแนนส่วนตัวของผู้สมัครส.ส.ไว้แล้ว 20-30 % และไปรุกเก็บคนที่ยังไม่ตัดสินใจ รวมทั้งเดินเกมทุกรูปแบบในการคว้าแต้มก้อนนี้มาไว้ในช่วงเจ็ดวันข้างหน้า  

การเบียดแซงในวินาทีสุดท้าย ..ใช่ว่าไม่มีโอกาสเกิดขึ้น และอาจเป็นไปได้ที่ตาอยู่ ( พรรคอันดับสาม ) ชนะพรรคอันดับหนึ่งและสองไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด (คือชนะในหลักร้อย/หลักพันคะแนน)

หาก "เพื่อไทย" และ"ก้าวไกล"ยังรุกหนักแบบใครอยู่-ใครไป (ตัดคะแนนกันเอง) แบบนี้ในช่วงโค้งสุดท้าย แล้วมี"ตาอยู่"แจ้งเกิดในวันนั้นหลายเขต

ฝ่ายที่น้ำตาร่วง คงไม่พ้น"พรรคอันดับหนึ่งและสอง" ส่วนคนที่ยิ้มกริ่มแบบนอนใจ คือ "พรรคตาอยู่" ที่จะทำให้สมการการเมืองแปรค่าเปลี่ยนขั้วทันที (หากแจ้งเกิดได้หลายเขต) และบันไดสู่สวรรค์ของ"เพื่อไทย"กับ"ก้าวไกล" จะมีขวากหนามเพิ่มมาแบบไม่รู้ตัว

อันเป็นผลจากการแข่งขันตัดแต้มกันเองระหว่าง"ทีมสีแดง" กับ"ทีมสีส้ม"
 

ข่าวล่าสุด