ภาคกลาง
พบว่าจังหวัดที่พรรคการเมืองเคยได้รับชัยชนะยกจังหวัด ค่อนข้างแน่ยังคงอยู่ที่ "จ.สุพรรณบุรี"อาจมีเพียงเขตเดียวที่คะแนนสูสีแต่น้ำหนักความนิยมขณะสำรวจยังอยู่ที่พรรค "ชาติไทยพัฒนา"
น่าสนใจ คือ "นครปฐม" ของบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ ซึ่งสังกัด "พรรคชาติไทยพัฒนา"อาจไม่ได้รับชัยชนะยกจังหวัดโดยเป็นของ"พรรคเพื่อไทย" และ "ก้าวไกล" ที่เข้ามาแย่งชิง
ภาคตะวันออก
จากผลสำรวจเนชั่นโพลรอบสอง มีภาพสีแดงกินหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด อย่าง "จังหวัดชลบุรี" ชัยชนะตกเป็นของพรรคเพื่อไทยโดยพื้นที่ภาคตะวันออกได้รับอิทธิพลจากกระแส ทำให้ “เพื่อไทย” คว้าได้ตามเป้า
ที่ต้องติดตาม “บ้านใหญ่” หลายบ้านอาจต้องปรับกลยุทธ์ อย่างเช่น "ฉะเชิงเทรา" มีหลายบ้านใหญ่เหลือเกิน ทั้ง เพื่อไทย รวมไทยสร้างชาติ ผลโพลเนชั่นครั้งที่สอง พบว่า ฝั่งสีแดงขยายเข้ามากินพื้นที่ฝั่งสีน้ำเงิน หรือ กรณีของ "จังหวัดสระแก้ว" พรรคพลังประชารัฐ เคยคว้ามาได้ทั้งสามเขตในปี 62 แต่ผลการสำรวจครั้งนี้ พบว่า เขตที่อาจต้องทำงานอย่างหนักอยู่ที่เขต 2
ภาคใต้
"พรรครวมไทยสร้างชาติ" ภายใต้การนำของ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ตั้งเป้าว่าจะได้ ส.ส. เพราะอ้างอิงจากผลโพลสำนักต่างๆ ว่ามีคะแนนนิยม “ลุงตู่” แต่จากการที่ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ต้องมาแข่งกับ “พรรคประชาธิปัตย์” จึงส่งผลให้ “พรรคสีส้ม” ขยับมาคว้าชัยได้ ตามทฤษฎีเสาไฟฟ้าหัก เสาโทรเลขแทนที่ (เมื่อเสาไฟฟ้ายอดปลาย ที่มีตัวความหวังแข่งขันกัน หักลง จะเหลือ ส่วนกลางเปรียบเป็นเสาโทรเลข ที่มีพรรคเก็บแต้มรออยู่ คว้าไปกิน นั่นคือ พรรคก้าวไกล ) ซึ่งจะมีชัยชนะในบางเขต
พื้นที่ "สามจังหวัดชายแดนภาคใต้" ปัตตานี ยะลา นราธิวาส "พรรคประชาชาติ"ยังคงมีโอกาสสูง 6 ที่นั่งขึ้นไปจากทั้งหมด 13 เก้าอี้ เหตุผลจากการสำรวจ มีความเหนียวแน่นเชิงวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งภาพของ "พรรคประชาชาติ"มีความโดดเด่นที่สุดในส่วนนี้ จึงกุมความได้เปรียบไว้ได้
กทม.
33 เขต 33 ที่นั่ง ผลการสำรวจ"เนชั่นโพลครั้งที่ 2" พบว่า กระแสมีอิทธิพลสำคัญ ฝั่งเสรีนิยมจะครองกทม. อาจแตกต่างจากปี 48 ที่มีแต่เพื่อไทย แต่การเลือกตั้งปี 66 จะเป็นการแข่งกันเอง ระหว่าง "เพื่อไทย" และ "ก้าวไกล" โดยเพื่อไทย มีความได้เปรียบกว่า ก้าวไกลเล็กน้อย
บทสรุป
1. กระแสมีอิทธิพลสำคัญ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านผลสำรวจเนชั่นโพลครั้งที่สอง
2. จังหวัดที่พรรคการเมืองเคยได้รับชัยชนะยกจังหวัด จะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนอดีต บ้านใหญ่ ตระกูลดัง ต้องสูญเสียที่นั่ง ให้กับพรรคคู่แข่งที่มีกระแสนิยมดี
3. เกิดปรากฎการณ์ "เสรีนิยมแลนด์สไลด์" มองจากภาพรวมทั้งหมด "กลุ่มพรรคเสรีนิยม"(เพื่อไทย ,ก้าวไกล ,เสรีรวมไทย ในส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ,ประชาชาติ) จะชนะชนิดที่ไม่อาจเหลือพื้นที่ให้กับ "พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม" (พลังประชารัฐ , รวมไทยสร้างชาติ) กันเลยทีเดียว
"ชวนวิเคราะห์ ภาพรวมทั้งประเทศ พรรคฝั่งอนุรักษ์นิยมแบ่งเป็นหลายพรรคเกิน ทำให้การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่หวังจะได้คะแนนเป็นก้อนและเอาชนะ ทำไม่ได้ ฉะนั้นโค้งสุดท้าย ต้องคุยกันให้ดี ถ้าฝั่งอนุรักษ์นิยม ยังยืนกรานแข่งกันเองอยู่ อาจแพ้ทั้งกระดาน"
"ถ้าหากยังดำรงตนอยู่ได้ ผมว่าควรมียุทธศาสตร์แบบใหม่ คุยแบ่งเขต กันมั๊ย อย่างเขตบางเขต บางจุดยกให้พรรคหนึ่ง อีกเขตยกให้อีกพรรคหนึ่ง ถ้าไม่แบ่ง เสาไฟฟ้าหักจะเห็นดาษดื่น และเกิดปรากฎการณ์ ฝั่งเสรีนิยมแลนด์สไลด์"
4. ชัยชนะของ "กลุ่มพรรคเสรีนิยม" จากผลโพลเนชั่นรอบสอง จะทำให้ได้ ส.ส. ในสภารวมกันถึง 300 ที่นั่ง
5. จากผลสำรวจ "เนชั่นโพล ครั้งที่ 2" เป็นประโยชน์ให้พรรคการเมืองต่างๆ ได้นำไปปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะได้รับทราบจากข้างต้น กระแสมีอิทธิพลสูง และสำคัญในการทำให้ผลการเลือกตั้งแปรเปลี่ยนจึงจะทำอย่างไร ในการแก้เกมก่อนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.66
"คนรับรู้กระแสได้เร็วขึ้น การเมืองจึงเป็นการเมืองเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง กระแสจึงเป็นตัวชี้นำให้ผลการตัดสินใจของคนเกิดขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ
ที่สำคัญคือว่า กว่าถึงวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ยังมีเวลาอีกหลายวัน ฉะนั้นช่วงโค้งสุดท้าย คนจะอยู่หน้าจอทีวี หน้าจอมือถือ หน้าออนไลน์ เพราะฉะนั้นผลการเปลี่ยนแปลงกระแสมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีกในอีกไม่กี่วันนี้"
6 .ข้อห่วงใย จากผลสำรวจ"เนชั่นโพล"ครั้งนี้ คือ ชุดคำถามที่ประชาชนตอบ 70 เปอร์เซนต์ อาจตัดสินใจเปลี่ยนใจก่อนเข้าคูหาได้ หากมีเงื่อนไขบางประการ (ธนกิจการเมือง) ซึ่งตรงนี้ ทำให้ คณะวิจัย มีความเป็นห่วง การยิงกระสุนครั้งมโหฬารก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้พรรคของตนประสบชัยชนะ จึงอยากฝากเรื่องนี้ ไปยัง"กกต."ให้ติดตามตรวจสอบให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม